ดุสิต แบ่งปันประสบการณ์ญี่ปุ่น เสนอท้องถิ่นเพิ่มความปลอดภัย-จัดการขยะดีขึ้น

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๘ · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๙

ดุสิต เครืองาม ถ่ายทอดประสบการณ์จากเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นเพื่อเสนอแนวทางให้ท้องถิ่นในไทยจัดทำข้อบัญญัติด้านความปลอดภัยและการเตรียมรับมือสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแบ่งปันแนวทางการจัดการขยะอย่างเป็นระบบและการสื่อสารยามภัยพิบัติ โดยเสนอให้ส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางและจัดระบบฝากข้อความฟรีช่วงวิกฤติเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

นายดุสิต เครืองาม

ขอบคุณครับท่านประธาน ก็ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ที่ผ่านมานี้ ผมได้ใช้เวลาไปเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ค่อนข้างจะตื่นเต้นที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เลยคิดว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ สมาชิก สปท. ที่จะเชื่อมโยงเอาอํานาจหน้าที่ของการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควรจะออก ข้อบัญญัติท้องถิ่นอย่างไรให้เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น หรือว่าประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น ก็เป็นเรื่องของการให้ข้อคิดเห็นว่า ข้อบัญญัติที่ท้องถิ่นอาจจะเสนอนี้ ก็ฝากเป็นการเสนอ เอาไว้กว้าง ๆ ว่า การบรรเทาสาธารณภัย หรือว่าการป้องกันสาธารณภัยในท้องถิ่นต่าง ๆ นั้น มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ในวันที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๒๑.๒๖ นาฬิกา ซึ่งกระผมและครอบครัวได้เข้าที่พักอยู่ที่ ศูนย์กลางใจเมืองคุมะโมโตะ ในเกาะคิวชู ภาคใต้ของประเทศญี่ปุ่น ได้เกิดเหตุภัยพิบัติ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่งต่อมาทราบว่าวัดแรงสั่นสะเทือนพลังงานได้ถึงแมกนิจูด (Magnitude) ๗ ขณะนั้นผมพักอยู่ในห้องพักชั้น ๕ ครับ ขณะเกิดแผ่นดินไหวนั้นก็อยู่ ในห้องพัก ตกใจมากนะครับ แผ่นดินไหวสั่นสะเทือนทําให้ตัวเองยืนอยู่ไม่ได้ โดนเหวี่ยงซ้าย เหวี่ยงขวา เสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ใส่นะครับตอนนั้น ก็ภาวนาอยู่ว่าขอให้สงบโดยเร็วที่สุดเถอะ สั่นอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าวินาที เมื่อแผ่นดินไหว หยุดสั่น ก็สอบถามสมาชิกครอบครัว ก็ปลอดภัยดี ข้าวของทีวีระเนระนาด รีบสวมเสื้อผ้า คว้าพาสปอร์ต (Passport) เงิน เครดิตการ์ด (Credit card) วิ่งลงจากห้องพักลงไปข้างล่าง ตรงนี้ละครับจะเล่าประสบการณ์ ว่ามันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราอภิปรายในวันนี้ได้อย่างไร ขณะที่เกิดแผ่นดินไหวในห้องนั้น ก็ตกใจครับ เมื่อเปิดประตูออกมาได้ สิ่งที่จะต้องทําก็คือว่าต้องวิ่งหนีออกจากห้องนั้น ให้เร็วที่สุด จากอาคารให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย ไฟฉุกเฉินส่องสว่างครับ นี่ละครับ คือข้อบัญญัติของการที่ประชาชนในท้องถิ่นควรจะต้องคํานึงถึง ไฟฟ้ายังไม่ดับ แต่ไฟฉุกเฉิน ติดอยู่ ประตูที่อยู่ใกล้ห้องผมที่สุด ผมพยายามที่จะผลักออกไป เป็นประตูฉุกเฉินอยู่ในโรงแรม ปรากฏว่าโดนล็อกครับ ออกจากล็อบบี (Lobby) นี้ไม่ได้ ผมก็ตกใจว่า เอ๊ะทําไมไม่ สามารถเปิดประตูออกไปได้ ก็กลายเป็นว่าโรงแรมเขาล็อกเอาไว้ไม่ให้คนข้างนอกเข้า คนข้างในไม่ให้ออก แต่ก็โชคดีครับ เมื่อวิ่งไปอีกสุดระเบียงก็ยังมีประตูฉุกเฉินอีกบานที่ ๒ อยู่นอกอาคาร ผลักออกไปได้เลยครับ โอเพน (Open) จากข้างในออกไปได้ก็เป็นบันไดวน ที่อยู่ข้างนอก ก็วิ่งลงไปข้างล่าง ตรงนี้ก็ถือว่าแสดงว่าการออกข้อบัญญัติว่าด้วยการก่อสร้าง อาคาร ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยนี้ ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่พี่น้องประชาชนที่ควรจะต้อง ตระหนักเอาไว้ เมื่อลงไปถึงข้างล่าง เหตุการณ์ผ่านไปได้สัก ๕ นาที ๑๐ นาที คนต่างชาติ รวมทั้งผมและครอบครัวก็วิ่งไปอยู่นอกอาคาร ก็มีรถดับเพลิงวิ่งผ่านมาครับ แล้วก็ตะโกน รถดับเพลิงนั้นเขาประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่นครับ บอกว่า ขอให้พี่น้องประชาชนไปรวมตัวกันที่ โรงเรียนประถมที่อยู่ใกล้ที่สุด ห่างไปประมาณ ๒๐๐ กว่าเมตร ขอให้ไปลี้ภัยไปรวมตัวกัน ที่นั่น แต่พวกเรานักเรียนคนต่างชาติก็ไม่รู้จะไปรวมตัวกันทําไมนะครับ รวมตัวกับคนต่างชาติ ด้วยกันอาจจะสบายใจกว่า ก็ไม่มีใครไป แต่สิ่งที่ชี้ให้เห็นชัดก็คือว่ารถดับเพลิงนั้นผมเชื่อว่า เป็นหน่วยงานของท้องถิ่น ภายใน ๕ นาทีหลังจากเกิดแผ่นดินไหวเขาออกมาอํานวย ความสะดวกแล้ว แล้วก็เมื่อสักครู่ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวสงบลง ลําโพงที่อยู่ในโรงแรมนั้น ก็กระจายเสียง แต่บังเอิญเขาพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วบังเอิญผมฟังได้ ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าตื่นตระหนก โปรดรอฟังคําแนะนําจากเจ้าหน้าที่ เขาประกาศซ้ําอยู่หลายรอบ ผมที่ฟัง เป็นภาษาญี่ปุ่นได้ก็ไม่รอแล้วครับ วิ่งเผ่นลงมาข้างล่างก่อนดีกว่า ประสบการณ์ที่จะเล่าต่อไป ก็คือว่าหน้าโรงแรมที่เราพักอยู่นั้น ภายใน ๑๐ นาที ๑๕ นาทีหลังเกิดแผ่นดินไหว พี่น้อง ประชาชนชาวญี่ปุ่นหอบหมอน หอบเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มเดินขบวนยาวกันเป็นกิโล ๆ ไม่ใช่ ไปทัศนาจรนะครับ เขาเดินลี้ภัย ไม่ได้วิ่งนะครับ เดินไป เพื่อที่จะไปรวมตัวกันที่ ลานปลอดภัยของโรงเรียนที่อยู่ใกล้ที่สุด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เล่าให้เห็นว่าท้องถิ่นเขามี ความเข้มแข็งมากในการมีข้อบัญญัติ ในการฝึกซ้อม ในการปฏิบัติเพื่อไม่ให้มีการตื่นตระหนก ผมก็เลยถึงฝากเป็นอุทาหรณ์ไว้ว่า ประเทศไทยเราเองก็อยู่ในแนวแผ่นดินไหวเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวภาคตะวันตกไล่ตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนลงไปกาญจนบุรี ลงไปถึง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งอยู่บนแนวรอยเลื่อนเช่นเดียวกัน แล้วก็เกิดเหตุภัยพิบัติสึนามิมาแล้ว เพราะฉะนั้นการออกข้อบัญญัติของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเรื่องของอํานาจหน้าที่ของท้องถิ่นที่จะ พึงมีต่อการรักษาความสงบ บรรเทาสาธารณภัย ในเรื่องการเกิดน้ําท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว สึนามิ หรือแม้แต่กระทั่งภัยแล้งก็เป็นสิ่งที่น่าจะนําเอาพระราชบัญญัตินี้งัดออกมาใช้ ให้เป็นประโยชน์ทันที ในกรณีแผ่นดินไหวนั้นถามว่าเกี่ยวข้องกับข้อบัญญัติอย่างไรนะครับ เกี่ยวมากนะครับท่านประธาน ความแข็งแรงของอาคารเป็นสิ่งที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง เกิดเหตุ แผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด (Magnitude) ๗ นั่นผมอยู่ในห้องชั้น ๕ ที่ยืนอยู่นี่ถูกเหวี่ยง ไปขวาเมตรหนึ่ง เหวี่ยงไปทางซ้ายเมตรหนึ่ง ล้มนะครับ อยู่ไม่ได้ แต่อาคารมันไม่พังนะครับ ที่อาคารมันไม่พังก็เพราะว่าข้อบัญญัติของการก่อสร้างอาคาร ในเชิงวิศวกรรมเขากําหนดไว้แล้วว่าจะต้องทนแรงแผ่นดินไหวไม่น้อยกว่ากี่ริกเตอร์ (Richter) หรือเป็นแมกนิจูด (Magnitude) ไม่น้อยกว่ากี่แมกนิจูด (Magnitude) นั่นคือ ความเข้มแข็งของกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ประเทศไทยเราตอนนี้น่าจะนําเอาข้อบัญญัติ เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้นะครับ หรือว่าในขณะเกิดเหตุภัยพิบัติหน่วยงานใดจะต้องรับผิดชอบ อําเภอ ตําบล ศาลากลางจังหวัด โรงเรียน หน่วยงานใดที่จะต้องเป็นศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ตรงไหนที่จะเป็นศูนย์ลี้ภัย อาหารจะมาจากไหน ในกรณีของจังหวัดคุมะโมะโตะนั้นก็ภายใน ๑ ชั่วโมงมีรถถัง มีรถทหารเคลื่อนทัพเข้าไปในที่เกิดเหตุเพื่อไปตรึงไม่ให้เกิดการจลาจล รถดับเพลิงก็พร้อม แม้แต่สนามบินของจังหวัดคุมะโมะโตะเขาก็ถือวิกฤตเป็นโอกาส ก็คือ ตัวสนามบินพัง อาคารเทอร์มินัล (Terminal) พัง แต่ว่าไม่ได้หยุดการบินโดยสิ้นเชิง เพราะ เนื่องจากรันเวย์ (Runway) ยังใช้งานได้อยู่เขาจึงนําเอารันเวย์ (Runway) มาเป็นที่สําหรับ ให้กองทัพอากาศนําเครื่องบินมาบินลงบินขึ้นเพื่อขนส่งยารักษาโรค อาหาร เครื่องใช้ต่าง ๆ มาบรรเทาสาธารณภัยได้นะครับ นั่นคือประสบการณ์ที่ผมได้รับทราบมาในครั้งนี้

ประสบการณ์ครั้งที่ ๒ ในระหว่างที่ไปประเทศญี่ปุ่นนั้นที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ เรื่องขยะครับ ไม่ว่าจะไปที่ไหนที่ใดก็ตามที่มีถังขยะ ไม่ใช่มีถังขยะอยู่ใบเดียวนะครับ อย่างน้อยมี ๔ ใบ ๕ ใบ เขาจะแยกไว้เลยว่าขยะเผาไฟได้ ขยะเผาไฟไม่ได้ ขยะเป็นขวด พลาสติก ขวดน้ํา ขยะเป็นกระป๋องอะลูมิเนียมอะไรพวกนี้ แยกละเอียดยิบเลยนะครับ เป็น ๔ ถัง ๕ ถัง เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าท้องถิ่นเราสามารถออกข้อบัญญัติให้ประชาชน มีจิตสํานึกในการแยกขยะได้ตั้งแต่ทิ้งขยะออกจากบ้าน ไม่ใช่ไปกองอยู่หน้าบ้านทุกสิ่ง ทุกอย่าง แต่สามารถแยกขยะได้ เราจะสามารถนําเอาทรัพยากรต่าง ๆ มารีไซเคิล (Recycle) หรือว่านํามาใช้ใหม่ได้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับตรงนี้ รวมทั้งเรื่องของภัยพิบัติที่เกิด แผ่นดินไหวนั้นในขณะที่เราเปิดวิทยุโทรทัศน์เขาก็แจ้งว่าสามารถที่จะฝากข้อความได้ เป็นหน้าที่เลยครับขององค์การโทรศัพท์ประเทศญี่ปุ่น ถ้าประเทศไทยเราก็อาจจะเป็น ตอนนี้เขาเรียกว่าทีโอที (TOT) ใช่ไหมครับ หรือว่าเอกชนเขาเอามาร่วมด้วยก็ได้ เปิดให้ ประชาชนได้สามารถฝากเมสเซจ (Message) ได้ฟรี เพื่อที่จะให้สามารถสื่อสารไปยังญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง ว่าตนเองตกทุกข์ระกําลําบากอยู่ที่ไหน หรือว่าปลอดภัยหรือไม่ อย่างไร สามารถที่จะฝากเมสเซจ (Message) ได้ฟรี นั่นคือการบรรเทาต่าง ๆ ในระหว่างการเกิดเหตุครับ จึงเรียนมาเพื่อทราบด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาครับ ขอบพระคุณครับ