ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ชี้แจงร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายท้องถิ่น โดยอธิบายความเป็นมา เหตุผลในการปรับปรุงให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมเสนอให้ยกเลิกร่างเดิมและจัดทำฉบับใหม่จำนวน 14 มาตรา เพื่อเพิ่มความชัดเจน ลดจำนวนผู้ลงชื่อ กำหนดกระบวนการพิจารณาและบทบาทขององค์กรปกครองท้องถิ่นอย่างชัดเจน ทั้งเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและไม่กระทบต่ออำนาจฝ่ายบริหาร
กราบเรียนท่านประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่าน กระผม นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๑ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการบริหารงานบุคคล การกํากับดูแล ตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชนรูปแบบท้องถิ่นทั่วไป ขออนุญาตเรียนชี้แจงสรุปความเป็นมา กรอบการพิจารณา และสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติ ท้องถิ่น พ.ศ. .... ดังนี้ครับ
ความเป็นมาของการปรับปรุงแก้ไข เนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อ เสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้บัญญัติขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และใช้บังคับมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ โดยมีการบัญญัติเนื้อหาเป็นไปตาม มาตรา ๒๘๗ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ที่กําหนดว่า ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นใด มีจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีสิทธิเข้าชื่อเสนอต่อประธานสภาท้องถิ่นเพื่อให้สภาท้องถิ่น พิจารณาออกข้อบัญญัติได้ คําร้องขอตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดทําร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นเสนอมาด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการเข้าชื่อ รวมทั้งการตรวจสอบให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ต่อมาได้มี การประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้มีการแก้ไขในเรื่องนี้ โดยระบุในมาตรา ๒๘๖ ว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีสิทธิ เข้าชื่อร้องขอต่อประธานสภาท้องถิ่นเพื่อให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ จํานวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อ หลักเกณฑ์และวิธีการเข้าชื่อ รวมทั้งการตรวจสอบรายชื่อ ให้เป็นไป ตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงได้มีการเสนอขอแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะมาใช้สิทธิในเรื่องนี้ มีการเสนอขอแก้ไขปรับปรุง โดยไปรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอเข้า คณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ แล้วส่งให้สํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาตรวจสอบทําการแก้ไขปรับปรุง ส่งกลับไปยังคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งเพื่อเห็นชอบ ส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัตินี้เข้าสู่การพิจารณาอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งมีการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยขึ้น เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงตกไป และสภาปฏิรูปแห่งชาติได้นําร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ขึ้นพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่ดําเนินการยังไม่แล้วเสร็จ หมดวาระไปก่อน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจึงได้รับมอบภารกิจมาดําเนินการต่อไป นับตั้งแต่ ประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ยังไม่ปรากฏว่ามีการเข้าชื่อเสนอ ข้อบัญญัตินี้แต่อย่างใด ตามที่ท่านประธานกรรมาธิการนินนาท ขออภัยที่ได้เอ่ยนาม ได้กรุณานําเรียนให้ที่ประชุมทราบแล้ว
กรอบการพิจารณา คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการปกครองท้องถิ่นได้ดําเนินการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยมีหลักเกณฑ์ การพิจารณา คือ ศึกษาพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น ปี ๒๕๔๒ และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... ที่ผ่านการพิจารณา มาตามลําดับจนถึงสภาผู้แทนราษฎร ศึกษาผลการพิจารณาดําเนินการของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และข้อสังเกต ข้อคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้ที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง ศึกษาร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... (วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙) ซึ่งระบุไว้ใน หมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา ๒๕๔ มาตราหรือประเด็นไหนผ่านความเห็นชอบ ของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาแล้วจะยึดเป็นหลัก เว้นแต่มีข้อมูลบางอย่างที่มี การเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็มีจํานวนน้อย
สําหรับประเด็นที่เป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มี ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติเลยเพราะมีความยุ่งยากในการดําเนินการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกําหนดให้ต้องมีผู้เข้าชื่อจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และต้องจัดทําร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นเสนอมาด้วย
สรุปสาระสําคัญประเด็นที่ปรับปรุง รวมทั้งหมด ๑๑ ข้อนะครับ
๑. คือเนื่องจากมีประเด็นการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในเกือบทุกมาตรา เดิมมีทั้งหมด ๘ มาตรา ทางคณะอนุได้พิจารณาแล้วมีการแก้ไข ๗ มาตรา เหลือเพียง มาตราเดียว จึงเห็นควรยกเลิกพระราชบัญญัติเก่าทั้งฉบับ และให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่ขึ้น ทั้งหมดมี ๑๔ มาตรา ซึ่งในรายละเอียดได้แจกจ่ายให้กับทุกท่านไว้แล้วนะครับ
๒. กําหนดนิยามและแก้ไขเพิ่มเติมนิยามเพื่อให้เกิดความชัดเจน เช่น ข้อบัญญัติท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
๓. กําหนดขอบเขตของการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น มิให้รวมไปถึงข้อบัญญัติ งบประมาณประจําปีหรืองบประมาณเพิ่มเติม เพื่อมิให้แทรกแซงอํานาจของฝ่ายบริหาร
๔. กําหนดจํานวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยปรับลดจํานวน ลงจากจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เป็น ต้องมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมกันไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ คน หรือไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ในวันที่ ๑ มกราคม ของปีที่มีการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น สําหรับการเข้าชื่อเสนอ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครต้องมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครรวมกันไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งจะสอดคล้องกับการกําหนดจํานวนประชาชนที่เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔๒ (๔) และมาตรา ๑๖๓ ประกอบกับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... (วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙) มาตรา ๑๓๓ (๓) เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นสามารถ เข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นได้สะดวกมากขึ้น
๕. กําหนดรายละเอียดคําร้องขอให้ประธานสภาท้องถิ่นดําเนินการ ให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงเนื้อหาสาระของร่างข้อบัญญัติ ท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในอํานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ต้องมีความชัดเจน อย่างเพียงพอ และกําหนดผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใดร่วมลงชื่อ ในการเข้าชื่อดังกล่าวโดยถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้ถือว่าการเข้าชื่อนั้น มีผลสมบูรณ์และจะถอนการเข้าชื่อในภายหลังอีกไม่ได้
๖. กําหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบคําร้องขอให้ประธานสภาดําเนินการ ให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติการปิดประกาศและการคัดค้านรายชื่อผู้เข้าชื่อ การแจ้งให้ผู้แทนของผู้เข้าชื่อทราบเพื่อดําเนินการจัดให้มีการเข้าชื่อเพิ่มเติมให้ครบ
๗. กําหนดให้เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องดําเนินการ ยกร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นและเสนอต่อสภาท้องถิ่นโดยเร็ว เพื่อให้สภาท้องถิ่นต้องพิจารณา ร่างข้อบัญญัติที่ประชาชนเสนอให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ที่ข้อบังคับ การประชุมสภาท้องถิ่นนั้นกําหนด
๘. กําหนดระยะเวลาในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นซ้ํา ในกรณี ที่สภาท้องถิ่นไม่เห็นชอบข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอมา สภาท้องถิ่นจะพิจารณา ร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นของผู้มีสิทธิเข้าชื่อที่มีหลักการเดียวกันนั้นซ้ําอีกภายในกําหนด เวลา ๑ ปีไม่ได้
๙. การกําหนดโทษอาญากับผู้ที่กระทําความผิดในการเสนอข้อบัญญัติ ท้องถิ่น และเพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการดําเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย ในการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
๑๐. กําหนดบทเฉพาะกาลให้การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ยื่นต่อ ประธานสภาท้องถิ่นแล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าได้กระทําถูกต้องตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้ว ให้ถือว่า เป็นการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้
๑๑. กําหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ กล่าวโดยสรุปร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอ ข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... ฉบับนี้ ได้ยกร่างขึ้นโดยยึดถือหลักการสําคัญที่ปรากฏ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ รวมทั้ง ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๙ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙ ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และเป็นการสานต่องานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ได้เคยให้ความเห็นชอบหลักการดังกล่าวไว้ เพียงแต่ยังมิได้มีการจัดทําร่างพระราชบัญญัติ ประกอบกับได้ใช้แนวทางของร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้เคยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกามาแล้วเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาด้วย โดยได้ปรับปรุงแก้ไขให้มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คณะอนุ กรรมาธิการด้านการบริหารบุคคลการกํากับดูแลตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชน รูปแบบท้องถิ่นทั่วไปก็ยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหากข้อคิดเห็นใดจะทําให้ร่างพระบัญญัติฉบับนี้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วนยิ่งขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น คณะอนุกรรมาธิการก็พร้อมที่จะรับไปพิจารณาดําเนินการต่อไป ขอบคุณครับ