สุรินทร์ ชี้เลือกตั้งต้องสุจริต เสนอปรับเวลา-ตั้งศาล-ปฏิรูป กกต.

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือประเด็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยเสนอให้ปรับเวลาปิดการลงคะแนนไม่เกิน 17.00 น. เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการนับคะแนน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบ กกต. และการคัดเลือกที่โปร่งใส มีความเห็นต่อต้านการกำหนดโทษรุนแรงที่อาจขัดนิติธรรม และสนับสนุนการเตรียมความพร้อมทุกด้านสำหรับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและเพื่อน สมาชิก สปท. ที่รักทุกท่าน กระผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หมายเลข ๑๗๓ ผมฟัง ท่านกรรมาธิการนะครับ ท่านเสรี ท่านสุชน ท่านวิทยา แล้วก็ท่านวันชัยแล้วนี่ จริง ๆ น่าจะ โหวตได้เลย เพราะฟังแล้วเห็นพ้องต้องกันในส่วนตัวผมนะว่าเราจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ที่สุจริตและเที่ยงธรรม แต่อย่างไรก็ตามผมอ่านทั้งฉบับนี้แล้ว แล้วก็ขีดสีแดง ๆ ไว้นะครับว่า อยากจะเสริมเติมเต็มสักเล็กน้อยครับ แต่ก่อนอื่นผมขออนุญาตยกพุทธภาษิตสักพุทธภาษิตหนึ่ง มาเพื่อน้อมนํามาให้ท่านได้รับฟัง พุทธภาษิตนั้นกล่าวไว้ว่า ทะทะมาโน ปิโย โหติ แปลว่า ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ท่านค้านอันนี้ไหมครับ คนที่ให้ให้ยิ้มนี่พอเข้ามาปุ๊บเจอท่านประธาน เจอเพื่อนยิ้มแล้ว ให้ยิ้มก็เป็นที่รักแล้วนะครับยังไม่ต้องให้อย่างอื่นเลยนะครับ ผมอยาก กราบเรียนว่ามันมีปราชญ์เมธีทางการเมือง กล่าวไว้นานแล้ว แล้วยังใช้ได้อยู่ ก็คือว่าประชาชนเป็นอย่างไรการเมืองก็เป็นเช่นนั้น หรือทางสังคมเขาก็กล่าวไว้ว่า สังคม เป็นอย่างไรละครละเม็งสังคมนั้นก็เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ผิดผมเชื่อว่าไม่ผิด ผมอยากกราบเรียนว่า การเลือกตั้งมันมีองค์ประกอบอยู่ ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ๑. ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป จนใกล้ตายก็ยังสามารถมีสิทธิมาเลือกตั้งได้ถ้ามาถึงคูหาเลือกตั้ง ๒. นักการเมืองและ พรรคการเมือง ๓. เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับที่เกี่ยวข้องโดยตรงและไม่เกี่ยวข้องโดยตรง ผมอยากกราบเรียนว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเสียงของประชาชนเป็นเสียงสวรรค์ทุกครั้งที่มี การเลือกตั้ง เขาควรจะต้องมีอํานาจหรือมีสิทธิในการที่จะกําหนดชะตาชีวิตของเขาว่า เขาควรจะเอาใครมาเป็นผู้บริหารชีวิตเขาในอีก ๔ ปี ๕ ปี ๘ ปีข้างหน้านะครับ แต่อย่างไรก็ตาม สังคมไทยเป็นสังคมที่ท่านกล่าวไว้ในนี้แล้วว่าเป็นสังคมระบบอุปถัมภ์ค้ําจุน อันนี้ก็เป็น วิถีชีวิตของคนไทยมาแต่โบราณกาล แล้วผมว่าอีกนานมากกว่าจะเจือจางไป เพราะมันก็ เข้ากับพุทธภาษิตว่า ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ผมขออนุญาตเข้าเนื้อหาเลยครับท่านประธาน ที่เคารพครับ

ข้อ ๓.๑ ของท่านนี่นะครับผมก็เห็นด้วยว่าต้องการให้ประชาชนออกมา ใช้สิทธิเลือกตั้งมาก ๆ เพราะครั้งไรที่ใดที่มีการเลือกตั้งแล้วประชาชนออกมาอย่างถล่มทลาย เงินก็แพ้เหมือนกันนะครับ แต่ว่ากรุงเทพมหานครยังไม่เคยเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลยกระมัง แต่หลายจังหวัดทะลุเป้า ๗๐ ๘๐ ๙๐ เปอร์เซ็นต์หรือเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนั้นก็เป็น ความสามารถของส่วนราชการหรือประชาชน ผู้ใหญ่บ้าน กํานันนะครับ แต่ว่าท่านกําหนด ไว้ว่าให้เลือกตั้งตั้งแต่ ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ นาฬิกา ผมคิดว่าในส่วนตัวผมเท่าที่ไปดูการเลือกตั้ง มาก็หลายปีดีดักนี่นะครับ ไม่น่าจะปฏิบัติได้ ผมว่าถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา มันค่ําแล้วครับ ถ้ายิ่งไปเลือกตั้งตอนฤดูหน้าหนาว ๑๗.๐๐ นาฬิกาก็มืดแล้ว โอกาสที่จะผิดปกติของ การเลือกตั้งของการนับคะแนนร้อยแปดจิปาถะก็มีได้มาก แล้วถามว่าผมเสนออย่างไร ผมเสนอว่าน่าจะ ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ไม่เกิน ๑๗.๐๐ นาฬิกา อาจจะ ๑๖.๓๐ นาฬิกา หรือ ๑๗.๐๐ นาฬิกาก็ได้พอสมควรแก่เหตุแล้ว ท่านครับ ผมมั่นใจเลยว่าคนที่ตั้งใจ จะออกมาเลือกตั้งเขามาเลือกตั้ง แต่คนที่ไม่ตั้งใจอยากจะมา ก็ไปดูได้เลยว่าเขาก็ไม่อยากจะ มาหรือไม่ออกมาตอนเช้าเพื่อรอบางสิ่งบางประการอย่างที่ท่านวิทยาว่า เขาก็ต้องรอตอนบ่าย กว่าจะมาก็ใช้เวลานานนะครับ

ส่วนข้อ ๓.๒ ของท่าน ปฏิรูปการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิ ก็คือต้องการให้คําสั่งของ กกต. จัดการโดยเร็ว แต่จริง ๆ แล้วผมจําได้ว่าสังคมไทย หรือส่วนราชการบางส่วนราชการเสนอให้มีการตั้งศาลเลือกตั้งขึ้นมา ถ้า กกต. รับแจ้ง จะสืบจะสวน จะสอบอะไรด้วยตนเองหรือจะใช้ใครก็ตาม คือมันกระทําการรวบรัดก็คือว่า สอบเอง ตัดสินใจเอง ก็เป็นที่ครหาอยู่พอสมควรในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้งนี้ต้องได้คนที่สุด ๆ ของสุจริต หรือจริง ๆ แล้วน่าจะมีศีลสักอย่างน้อย ๑๐ ข้อ ๑๐ ข้อนี้เป็นศีลของอุบาสกอุบาสิกา นอกจากไม่ลักทรัพย์ ไม่อะไร ศีล ๕ แล้วนี้ ต้องไม่ดูละครละเม็ง ต้องไม่นอนที่สูง ไม่กิน อาหารเย็น เพราะเมื่อไรก็ตามถ้า กกต. ไม่ซื่อสัตย์สุจริตหรือเอียงเพียงเล็กน้อย ทั้งฉบับของ ท่านไปลําบาก อันนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตไว้ให้ท่านได้พิจารณานะครับ

และในข้อ ๓.๓ ท่านก็กล่าวไว้ว่า ปฏิรูปการป้องกันธุรกิจการเมืองและนายทุน พรรคการเมือง ถ้าผมจะมาสภาผมก็ต้องใช้รถหรือนั่งแท็กซี่มาก็ต้องเสียค่าแท็กซี่ทุกอย่าง เป็นค่าใช้จ่าย ถามว่าคนดี ๆ นี่เอาง่าย ๆ เลยเจ้าอาวาสวัดป่าหรือพระวัดป่าที่ไม่มีเงินสะสมเลย อยากจะเล่นการเมือง ผมว่าลําบากนะ แค่จะพิมพ์บัตรเลือกตั้ง แค่จะไปถ่ายรูปให้ได้ครบ ตามที่ กกต. กําหนดก็ลําบาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านก็ต้องชั่งใจให้มันดีว่ามันควรจะเป็น อย่างไร แต่จริง ๆ แล้วผมอยากกราบเรียนว่าตามหลักของการลงทุนและลงทุนเราก็ต้อง เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ทําการค้าก็ต้องมีกําไร ก็ฝากท่านไปว่าตรงนี้ท่านก็ต้องไปออกแบบ ให้ดีว่าจะทําอย่างไรถึงจะเหมาะสม หรือการจัดมหรสพที่ท่านว่านี้ คําว่า มหรสพ นี้นะครับ มันกว้างขวาง ตามประเพณี ถ้าท่านเลือกตั้งตามฤดูสงกรานต์ก็ยิ่งต้องมีครับ ละครละเม็ง ร้อยแปดจิปาถะ ก็ฝากท่านไว้ให้ท่านดูนะครับ

ข้อ ๓.๔ ปฏิรูปการตรวจสอบ พัฒนานักการเมือง เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริต และยุติธรรม แล้วท่านยังบอกอีกว่าน่าจะต้องมีการแสดงตนออกพระราชกฤษฎีกาให้คนที่จะ มาเป็นนักการเมืองน้ําดีที่ท่านออกแบบไว้นี้ต้องแสดงตนก่อนไม่น้อยกว่า ๑ ปี ผมก็ถามในใจ ขึ้นมาว่า ถ้าเมื่อใดที่รัฐบาลเกิดการขัดแย้งกับสภาผู้แทนราษฎรด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะ กฎหมายเกี่ยวกับการเงินนี้นะครับ จะต้องมีประการใดประการหนึ่ง ก็คือว่าถ้า ส.ส. ในสภา จะมี ส.ว. ด้วยก็ตาม ไม่เห็นด้วยเลยนะครับ รัฐบาลมีสิทธิยุบสภาเพราะเป็นพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ดําเนินการไม่ได้ คําถามว่า พอยุบสภาปุ๊บ ท่านจะ เอา ๑ ปีมาอย่างไร ก็ลําบาก เพราะฉะนั้นคนดี ๆ โอ้โฮ ต้องตั้งปณิธานตั้งแต่เกิดเลยว่า ฉันชีวิตนี้จบจากมหาวิทยาลัยจะต้องเป็นนักการเมืองให้ได้ จะต้องรีบมา เขาเรียกอะไร ภาษาอังกฤษเรียกว่า เรจิสเตอร์ (Register) ไว้ตั้งแต่ไก่โห่นะครับ อันนี้ท่านก็ฝากไปคิด อีกนิดหนึ่งว่าท่านจะทําอย่างไรนะครับ

ข้อ ๓.๕ ท่านก็บอกว่าปฏิรูปการดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ กกต. อันนี้ก็เป็น อย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ไปแล้วว่า กกต. ต้องมีระบบ ต้องมีการคัดสรร คัดเลือก มาอย่างดี มีศีล มีธรรมนะครับ

ข้อ ๓.๖ มาตรการการลงโทษ ท่านเสรีท่านเป็นนักกฎหมาย ท่านวันชัยท่านก็ เป็นนักกฎหมาย การลงโทษใด ๆ ก็ตาม ถ้าลงโทษรุนแรงท่านต้องคิดอีกอันหนึ่งก็คือว่า สักวันหนึ่งเขาก็ไม่กลัว เขาก็จะปลิ้นซ้ายปลิ้นขวา หาวิธีการทําให้ไม่สุจริตจนได้ อันนี้ก็ต้อง ระมัดระวัง ผมคิดว่าโทษก็รุนแรงมากครับ โทษจําคุก ๑ ปีถึง ๑๐ ปี มีโทษปรับ ๒๐ ล้านบาท แล้วท่านยังบอกว่า โทษให้การเท็จ หาพยานหลักฐานเท็จ แจ้งความเท็จ จําคุกไม่เกิน ๑๐ ปี ไม่ให้มีการรอลงอาญา ผมไม่แน่ใจว่าไปขัดกับหลักนิติธรรมไหมว่าอันนี้เป็นดุลยพินิจของ ศาลไหม ว่าจริง ๆ แล้วเป็นดุลยพินิจของศาลไหม อันนี้ก็ล่อแหลมที่จะมีการพิพากษ์วิจารณ์ ว่า การเขียนไว้ในกฎหมายว่าไม่ให้มีการรอลงอาญานี้ก็จะลําบากในอนาคตเหมือนกัน ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า อยากจะฝากท่านไปพิจารณาให้รอบคอบอีกที แต่ว่า อย่างไรก็ตามโดยหลักการทั้งหมดนี้ผมเห็นด้วย เห็นด้วยไม่มีข้อโต้แย้งนะครับ โทษที่กล่าว ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าถ้าท่านไปพิจารณาให้รอบคอบแล้วจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม แล้วอันหนึ่ง ที่ผมคิดว่าเหมาะและดีที่สุด ในข้อ ๓.๗.๓ ของท่านนะครับว่าเมื่อใดที่มีคดีความเกี่ยวกับ การไม่สุจริตให้ กกต. จัดการโดยเร็วภายใน ๑๕ วัน ให้มีคําสั่งภายใน ๓๐ วันนี้นะครับ แต่เมื่อสักครู่นี้ผมกล่าวไปแล้วว่า คําสั่งบางประการถ้ามันมีศาลเลือกตั้งขึ้นมาก็จะทําให้ ไม่มีการใช้อํานาจรวบรัดเบ็ดเสร็จในคนหรือกลุ่มบุคคลคนเดียวกัน เพราะว่าท่านไปตัดสิน ประหารชีวิตเขาเลยนะอย่างนี้ ชีวิตนี้ให้เล่นการเมืองต่อไปไม่ได้ จําคุก ๒๐ ปี ๑๐ ปี ปรับ ๒๐ ล้านบาทนี้ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวโทษด้วย ต้องถือหลักว่า เขาสุจริตไว้ก่อนจนจะเห็นชัดว่าเขาทําผิดจริงแต่ว่าโทษก็แรงนะครับ และสุดท้ายท่านบอกว่า คดีเลือกตั้งทั้ง ๓ ศาลนะ จริง ๆ ถ้า ๓ ศาล โอ้โฮก็เยอะนะ คดีของนักการเมืองนี้ศาลเดียว ที่ลงโทษกันอยู่ขณะนี้ก็ดีมาก ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน เขียนไว้ อันนี้ผมก็สนับสนุนนะครับ

อีกประการหนึ่ง ท่านเขียนไว้ในข้อ ๓.๘.๓ ว่าในอนาคตจะให้มีการเลือกตั้ง ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ผมคิดว่ายังเร็วเกินไปสําหรับส่วนตัวที่ผมคิดนะครับ หน่วยงาน รับผิดชอบในข้อ ๖ ท่านเขียนไว้ ๑๐ หน่วยงาน จริง ๆ ผมว่าต้องเป็นองคาพยพทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการหรือไม่ส่วนราชการโดยตรงหรือโดยอ้อม ต้องถือว่าการเลือกตั้ง ที่สุจริตยุติธรรมเป็นจิตวิญญาณของทุกคน แม้แต่คณะสงฆ์ ไม่ว่าจะสงฆ์นิกายใดศาสนาใด ก็ต้องช่วยส่งเสริมเรื่องเหล่านี้ มิใช่บอกว่าโยม ๆ ไม่เป็นอะไรที่วัดยังขาดถนนอีกเส้นหนึ่ง อย่างนี้ก็ลําบาก แล้วก็มีเยอะ ศาลากําลังจะผุพังอย่างนี้ก็ต้องหมดไปนะครับ สุดท้าย ผมกราบเรียนว่าการที่ท่านกําหนดไว้ว่าให้มีการซักซ้อมล่วงหน้า ๖ เดือน ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งเลย เพื่อให้การเตรียมการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ท่านก็ต้องคิดต่อไปว่า ถ้ามีการยุบสภาฉับพลันไป การเตรียมการ ๖ เดือนล่วงหน้าคงจะลําบาก นอกจาก เป็นการเลือกตั้งเมื่อครบวาระ ๔ ปี หรือครบ ๓ ปีหรืออะไรประมาณใกล้ ๆ ผมก็กราบเรียน ท่านว่าผมสนับสนุนรายงานของท่าน แล้วผมก็อยากกราบเรียนว่าที่ท่านตั้งหรือ สปท. ตั้งมานี้ว่าการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ผมคิดว่าเป็นคําที่มีจิตวิญญาณในตัวมันเอง ผมไปเปิดพจนานุกรมแปลได้อย่างนี้ครับว่า สุจริตคือซื่อตรง ซื่อสัตย์ ตรงข้ามชัดเจนว่า ตรงข้ามทุจริต พอคําว่า เที่ยงธรรม ผมนึกถึงคําสอนของพระหลายครั้งที่สอนเทศน์ วันอาทิตย์ ถ้าจําไม่ผิดพุทธทาสท่านกล่าวว่า เที่ยงธรรมนั้นแปลว่ายุติธรรม ยุติคือจบ อย่างเป็นธรรม เพราะฉะนั้นคําว่า การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้นผมน้อมรับว่า สําหรับผมเป็นส่วนตัวว่าจะต้องบรรจุอัดเข้าไปอยู่ในสายเลือดนะครับ และผมก็มั่นใจว่า ประชาชนยุคใหม่ก็จะคิดใกล้เคียงกับพวกเรา แต่อย่างไรก็ตามท่านต้องทําให้ประชาชน มีความรู้ให้ความรู้เขา ๒. ต้องทําให้เศรษฐานะเขาพอมีพอกิน แล้วก็ใช้หลักเศรษฐกิจ พอเพียงอย่างในหลวงท่านตรัสเสมอมา ผมก็กราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการด้วยความเคารพอย่างยิ่งครับ