สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ชี้แจงและสนับสนุนการปฏิรูปเศรษฐกิจดิจิทัลและรัฐบาลดิจิทัลเพื่อยกระดับความโปร่งใสในการบริหารราชการ โดยเห็นชอบแนวคิดซิงเกิลวินโดว์และเน้นความสำคัญของการปรับแผนพัฒนาประเทศให้สอดรับกับบริบทดิจิทัล พร้อมเรียกร้องให้มีการพัฒนาบุคลากร ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้กรุณาสนับสนุนและให้ข้อเสนอแนะ ที่สําคัญ ความจริงวันนี้นอกจากกระผมแล้ว ยังมีท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ท่านมนู เลียวไพโรจน์ ท่านคณิสสร นาวานุเคราะห์ ท่านทวีศักดิ์ กออนันตกูล และท่านอรฉัตร เลียงพิบูลย์ เตรียมพร้อมที่จะตอบข้อสังเกตและข้อคําถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แต่ด้วยเห็นว่าระยะเวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว เพื่อความกระชับผมจึงได้ขออนุญาต ทุกท่านที่ได้เอ่ยนามเมื่อสักครู่ว่าผมจะขอเรียนตอบข้อสนับสนุนและข้อสังเกตของ ท่านกรรมาธิการทุกท่านดังนี้
กราบขอบพระคุณท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ที่ได้สนับสนุนในเรื่อง การปฏิรูปเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ผมอยากเรียนท่านเพิ่มเติมว่าจากรายงาน การสํารวจดัชนีความโปร่งใสไร้คอร์รัปชันของสถาบันความโปร่งใสระหว่างประเทศ หรือทรานส์พาเรนซีอินเตอร์เนชันนัล (Transparency International) พบว่าในช่วง ๑๐ ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยมีดัชนีความโปร่งใสไร้คอร์รัปชันที่ไม่ค่อยดีนัก พบว่าอันดับของไทย ขึ้นลงอยู่ในช่วงอันดับที่ ๗๖ ถึง ๑๐๒ จาก ๑๙๐ ประเทศ ขอบพระคุณท่านที่ได้กรุณา สนับสนุนว่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) บนรากฐานของรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) จะทําให้มีความโปร่งใสในการบริหารภาครัฐมากขึ้น และจะทําให้อันดับของ ความโปร่งใสไร้คอร์รัปชันของไทยจะดีขึ้นในอนาคต
ขอบพระคุณท่านเมธินี เทพมณี ที่ได้กรุณาอธิบายขยายความได้ชัดเจน ถึงความเป็นใยแมงมุมเชื่อมเข้าด้วยกันขององค์กรภาครัฐที่ได้ใช้เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ผ่านทางรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ท่านเป็นอดีต ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะฉะนั้นท่านได้กรุณาอธิบายเพิ่มเติมจนเป็นที่ เข้าใจกระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น และนอกจากนั้นท่านยังได้กล่าวถึงความสะดวกของประชาชน และภาคธุรกิจในการที่จะได้ประโยชน์อย่างสําคัญจากรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และที่สําคัญท่านได้กรุณากล่าวถึงเรื่องของซิงเกิลวินโดว์ (Single Window) ซึ่งเป็นเรื่องที่ สําคัญมาก เพราะว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนหรือนักธุรกิจสามารถที่จะใช้ข้อมูลของภาครัฐ ที่เชื่อมโยงถึงซึ่งกันและกันได้
ดังที่ท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ได้กล่าวถึงเรื่องพัฒนาการของการ ทําหนังสือเดินทางที่เพียงแต่ยื่นบัตรประชาชนเท่านั้นก็สามารถที่จะทําหนังสือเดินทาง เสร็จสิ้นได้โดยเร็ว ถ้าหากว่าโครงข่ายใยแมงมุมหรือคอนเนกเตดกัฟเวิร์นเมนต์ (Connected Government) ได้สมบูรณ์แบบแล้ว แม้กระทั่งบัตรประชาชนนั้นเองก็ไม่ต้องแสดงอีกแล้ว เพราะว่ากระทรวงต่างประเทศสามารถนําข้อมูลบัตรประชาชนของกระทรวง มหาดไทย ผ่านทางใยแมงมุมหรือคอนเนกเตดกัฟเวิร์นเมนต์ (Connected Government) มาใช้ได้ โดยตรง
ขอบคุณท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ได้กรุณาแนะนําในเรื่องของ ดิจิทัลซิตี้ (Digital City) กับสมาร์ตซิตี้ (Smart City) ซึ่งเป็นสิ่งที่สําคัญ เพราะว่าสิ่งที่กําลัง นําเสนออยู่นี้เป็นเรื่องดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) เพราะฉะนั้นคําที่ควรจะใช้คือ ดิจิทัลซิตี้ (Digital City) ท่านยังได้แนะนําให้ปรับปรุงหัวข้อที่เสนอให้ท่านสมาชิกสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้ความเห็นชอบว่าควรจะเขียนหัวข้อให้ถูกต้องและครอบคลุม
ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ท่านได้กรุณาสนับสนุนในเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) พร้อมกับข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ ๔ ประการด้วยกัน ประการแรก ก็คือ เรื่องของลักษณะทางภูมิศาสตร์ในการที่จะนําเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ไปใช้ ประการที่ ๒ ก็คือ เรื่องความสามารถของประชาชนที่บางส่วนอาจจะยังขาดความสามารถ ทางกายภาพบางอย่างให้สามารถที่จะใช้บริการของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) นี้ได้อย่างเต็มที่ ท่านยังได้กรุณากล่าวถึง ความสามารถในทางเศรษฐกิจในอันที่จะเข้าถึงเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) นี้ เพราะว่าถ้าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เข้าถึงเฉพาะผู้ที่มีเศรษฐกิจระดับกลาง กับระดับสูงเป็นต้นไป ความมุ่งหมายในการลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจผ่านทาง เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ก็จะไร้ผล ที่สําคัญท่านพูดถึงเรื่องของการเรียนรู้ ในเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เพราะถ้าหากว่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ที่ได้ปฏิรูปอย่างดีแล้วรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่การเรียนรู้ของประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มี การเข้าใจในการที่จะใช้ประโยชน์จากรัฐบาล ดิจิทัล (Digital Government) เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ยังไม่ดี การปฏิรูป เช่นนี้ก็เป็นการปฏิรูปที่ไม่ได้ผลอย่างแท้จริง และไม่ได้ครอบคลุมไปถึงประชาชนส่วนใหญ่ นอกจากนั้นท่านก็ยังได้แนะนําในเรื่องของการใช้ความเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) มาเป็นประโยชน์ในเรื่องของการจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นรายได้ที่สําคัญของประเทศ
ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านได้กรุณาสนับสนุนเรื่องเศรษฐกิจกระแสใหม่มาตลอด ในวันนี้ก็เช่นกัน ท่านก็อยากจะให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของสภาพัฒน์นั้น ได้คํานึงถึงเรื่องนี้ด้วย ท่านเป็นห่วงว่าจะไม่มีเรื่องที่เรานําเสนอในวันนี้เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูป เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ขอเรียนว่า เรื่องที่นําเสนอต่อท่านสมาชิกสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในวันนี้ หากท่านให้ความเห็นชอบแล้วก็จะได้เสนอเรื่องนี้ไปยัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อประกอบการจัดทําแผนตามที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้แนะนําต่อไป ท่านยังได้กรุณาแนะนําในเรื่องของการเตรียมบุคลากร เรื่องของการจัดการ ความรู้ในการบริหารจัดการเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ให้ร่วมมือกับภาคเอกชน เช่นสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า ที่สําคัญก็คือท่านได้เน้นย้ําในเรื่องของความ เชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) กับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคที่ ๔ เพราะการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ ๔ นั้นมิอาจจะเกิดขึ้นได้เลยถ้าปราศจากเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) เพราะฉะนั้นความเชื่อมโยงนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ
ผมขอกราบขอบพระคุณการสนับสนุนและข้อสังเกตทุกท่านดังที่ได้กล่าว ไว้แล้ว แล้วก็จะขอนําไปปรับปรุงเพิ่มเติมในเอกสารที่จะนําเสนอไปยังรัฐบาลและผู้ที่ เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนั้นก็ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้กรุณารับฟังการนําเสนอที่ผ่านมา ในวันนี้ และหวังว่าคงได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบจากสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศทุกท่านที่จะกรุณาพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป กราบขอบพระคุณครับ