สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๗ · ๔ เมษายน ๒๕๕๙

วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องการปฏิรูปการเลือกตั้งเพื่อให้มีความสุจริตและเที่ยงธรรม โดยเสนอแนวคิดที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองและผู้สมัคร รวมทั้งการเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายของพรรคการเมือง และการกำหนดให้กกต. เป็นผู้จัดมหรสพเพื่อเชิญชวนให้กับประชาชนมาฟังการปราศรัย หรือสนับสนุนกระตุ้นให้มาเลือกตั้งได้ นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดที่จะปฏิรูปดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ กกต. เพื่อให้มีประสิทธิภาพจริงจัง และเรียกร้องให้ กกต. เสาะแสวงหา ข่าวสารในเชิงลึก และเตรียมบัญชีเกี่ยวกับผู้ที่มีอิทธิพลในการซื้อเสียง

นายวันชัย สอนศิริ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ แล้วก็ท่านสมาชิกที่เคารพทั้งหลายครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านสมาชิกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศและถ้าท่านจะกรุณาโดยร่วมกันพิจารณาอย่างครบถ้วน จะเป็นพระคุณต่อคณะกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่ง และด้วยความเคารพจริง ๆ อยากฟัง ความเห็นของท่านเป็นสําคัญครับ เพราะท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ในที่นี้เป็นทั้งข้าราชการ ทหาร ตํารวจรวมทั้งภาคเอกชน ซึ่งท่านทั้งหลายนั้นมีบทบาทอย่างสําคัญต่อการเลือกตั้งของ ประเทศและบางท่านนั้นเคยมีส่วนอย่างสําคัญต่อการเลือกตั้งมาแล้ว และบางท่านนั้นนั่งบ่น นั่งว่า นั่งด่าการเลือกตั้งมาแล้ว ว่าเห็นแล้วมันโกงมันทุจริต ดังนั้นคณะกรรมาธิการอยากจะ ขอความกรุณาท่านจริง ๆ ครับ มีเนื้ออยู่ประมาณสัก ๑๐ หน้า หวังว่าถ้าท่านเมตตาได้อ่าน ได้ร่วมกันพิจารณาจะเป็นพระคุณต่อเราอย่างยิ่งในการที่จะรวบรวมความคิดเห็น และประมวลให้สมบูรณ์ ท่านทั้งหลายครับ ท่านประธานรวมทั้งกรรมาธิการหลายท่าน และอนุกรรมาธิการที่นั่งอยู่บนทีนี้ เรียนกับท่านตรง ๆ เลยครับ ทําออกมาแล้วยังไม่ได้ ดังที่ใจเราอยากได้จริง ๆ เพราะอ่านแล้วทวนแล้ว ถกเถียงกันแล้วหลายครั้ง การเลือกตั้งนี้ มันจะสุจริตเที่ยงธรรมได้จริงหรือ ด้วยความเคารพท่านนิกร จํานง เป็นบุคคลสําคัญที่ช่วยปรับช่วยแก้ช่วยดู แล้วหลายคนในกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการเมือง เรายังมีความรู้สึกเลยครับ นี่ผมขออนุญาตพูดนิดหนึ่งท่านประธาน ว่ามันจะได้หรือเปล่า แต่ที่ประชุมบอกว่าทํากันได้แค่นี้ถือว่าดีแล้ว แต่จากประสบการณ์ของ หลายท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้จะมีส่วนสําคัญเลยครับ ถ้าไม่จําเป็นจริง ๆ อย่าเพิ่งออกไปทานข้าว หรือไปประชุมที่อื่นเลยครับ เพราะเรื่องนี้ทําไมทางเราขอร้องครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราว กําหนดไว้ชัดเลยครับท่านประธาน ว่าครั้งต่อไปนี้จะต้องมีกลไกในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรมให้ได้ นั่นแปลว่าทั้งรัฐธรรมนูญก็ดี ทั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเราก็ดี ทําเรื่องนี้กันไม่ได้ ถือว่าเราไม่ได้ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญให้มันสัมฤทธิ์ผลครับ เพราะฉะนั้น ด้วยความเคารพ จากประสบการณ์ของท่านจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราอย่างยิ่งครับ

ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน แม้ว่าพวกเราจะเชิญบรรดานักการเมือง หลายพรรคตามที่ท่านประธานสุชนได้บอกแล้ว ท่านทั้งหลายเชื่อไหมครับ นักการเมืองเท่าที่ ผมฟังโดยสรุปแล้ว เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าการเลือกตั้งนั้นมันจะปลอดจากการซื้อสิทธิขายเสียง หรือการทุจริตได้ นักการเมืองที่เป็นนักการเมืองเกือบทั้ง ๒๐ ปี ๓๐ ปี ก็มีความรู้สึกอย่างนั้น ถ้าเราทําเรื่องนี้ไม่สําเร็จและการเลือกตั้งครั้งต่อมาที่จะเกิดปี ๒๕๖๐ ไม่สําเร็จ ความปรองดอง สมานฉันท์อย่างที่ท่านประธานเสรีบอกแล้วคงเกิดยาก เพราะคนแพ้ก็จะบอกว่าฝ่ายนั้นโกง แล้วก็ไม่ยอมต่อรัฐบาลชุดนี้ และในขณะเดียวกันฝ่ายที่ได้เสียงข้างมากก็บอกว่ามาจาก ประชาชน แกแพ้แล้วแกยังมาเอะอะโวยวายอะไรกันอีก เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งคือหัวใจ สําคัญที่สุดครับท่านทั้งหลาย เอาละครับ ผมเข้าเรื่องในประเด็นวิธีการปฏิรูปซึ่งทาง คณะกรรมาธิการได้สรุปมา โดยมีสาระสําคัญดังที่จะกราบเรียนต่อที่ประชุมต่อไปนี้ เราเห็นว่า ภาคส่วนที่สําคัญในการที่จะขับเคลื่อนให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมได้นั้น คือ

เรื่อง ๑. ประชาชน ถ้าประชาชนไม่ตื่น ประชาชนยอมรับต่อการทุจริต การเลือกตั้ง เราคุยกันมาตลอด ชาตินี้ทั้งชาติมันก็เป็นแบบนี้ นั่นคือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ พรรคการเมือง ถ้าพรรคการเมือง นักการเมืองไม่ปฏิรูป ยังคิดจะแย่ง แต่อํานาจโดยไม่คํานึงความถูกความผิด เลือกตั้งเป็นแบบนี้

เรื่องที่ ๓. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งคิดเอาชนะคะคาน อย่างเดียวโดยไม่คํานึงถึงความผิดความถูก โกง ทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียงยังเป็นเหมือนเดิม สุดท้ายคือ กกต. และส่วนราชการ ถ้าตราบใด กกต. ในฐานะเป็นผู้มีอํานาจกํากับดูแล การเลือกตั้งไม่รุก ไม่ทํางานในลักษณะที่เห็นได้ว่ามั่นใจเลยว่าจะปราบปรามการทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียงได้ ทํางานเหมือนที่เราเคยพูดวิพากษ์วิจารณ์กันแบบว่ารูทีน (Routine) หรืออยู่ในห้องแอร์ (Air condition) เฉย ๆ ไม่มีทางปราบการทุจริตได้ เพราะฉะนั้นคราวนี้ เราถือว่า กกต. และส่วนราชการจะมีบทบาทอย่างสําคัญที่เราเสนอต่อที่ประชุม โดยวิธีการ เรามีดังต่อไปนี้ครับ

ในเรื่องข้อ ๓.๑ ปฏิรูปการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทางการเมือง ๓.๒ ปฏิรูปการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งและการซื้อสิทธิขายเสียง ๓.๓ ปฏิรูปการป้องกันธุรกิจ การเมืองและนายทุนพรรคการเมือง ๓.๔ ปฏิรูปการตรวจสอบและพัฒนานักการเมือง ๓.๕ ปฏิรูปดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๓.๖ ปฏิรูปกําหนดมาตรการ ลงโทษ ๓.๗ ปฏิรูปการดําเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการจัดตั้งศาลเลือกตั้ง ๓.๘ ปฏิรูป โดยการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ ทั้งหมด ๘ ประการนั้น เป้าหมาย เพื่อการเลือกตั้ง ที่สุจริตและเที่ยงธรรมครับ ผมขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาในหน้า ๕ ข้อ ๓.๑ ผมจะไม่ได้อ่าน ทั้งหมดนะครับ ผมจะเอาเฉพาะประเด็นสําคัญ ๆ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกจะได้โปรดพิจารณา และช่วยอ่านตามไปด้วย ใน ๓.๑ ครับ ปฏิรูปการมีส่วนการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนร่วม ของภาคประชาชน เรากําหนดว่า ต้องกําหนดให้การเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติทุกครั้งที่มี การเลือกตั้งระดับชาติ เราต้องการปลุกเร้าครับท่านประธานและท่านสมาชิก เราเห็นว่า ที่แล้วมาเวลาเลือกตั้งคนมันตื่นตัวน้อย สงกรานต์ที่จะถึงนี่คนตื่นตัวมากกว่า เราก็เลยบอกว่า เวลาจะมีการเลือกตั้งควรกําหนดเป็นวาระแห่งชาติ ปลุกเร้า กระแทกกระทั้น ทุกภาคส่วน ภาครัฐต้องปลุกระดมเชิญชวนโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นการใหญ่โหมโรง และในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนทุกโรงงาน ทุกกระทรวง ทุกทบวง กรม ทุกอุตสาหกรรม ต้องปลุกเร้าให้คนตื่นตัว เหมือนกัน พอคนมันตื่นคนก็จะมาใช้สิทธิกันเยอะ เหมือนคนตื่นเทศกาลสงกรานต์นี่นะครับ คนก็จะออกไปแห่แหนไปเที่ยว ไปรณรงค์กันต่าง ๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เยอะ

ประการต่อมา ต้องขยายเวลาการลงคะแนนเลือกตั้งจากปกติที่กําหนด อยู่เดิมเป็น ๐๘.๐๐ นาฬิกา เป็น ๑๘.๐๐ นาฬิกา เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุน การเลือกตั้ง เราเชื่อกันว่าถ้าคนมาเลือกตั้งเยอะ อย่างน้อยที่สุดมันก็ไล่น้ําไม่ดีออกไปได้ บางส่วน และคนออกมาเลือกตั้งเยอะ คนที่จะใช้เงินทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงนี้ มันก็จะถูกกลื่น ไปด้วยคนที่มาใช้สิทธิกันมาก อันนี้คือประเด็นที่เราเสนอเป็นข้อปฏิรูปในเรื่องภาคของ ประชาชน และนอกจากนั้นก็มีในส่วนอื่น ๆ อีก

ประเด็นต่อมาก็คือ ในข้อ ๓.๒ ปฏิรูปการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งและซื้อสิทธิ ขายเสียง อันนี้เราเห็นว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคมีส่วนสําคัญถ้าคุณรู้เห็น เป็นใจเมื่อไรโดนตัดสิทธิตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นถ้ารู้ว่าลูกพรรคไปกระทําการหรือมีคนแจ้งว่า ลูกพรรคไปซื้อสิทธิขายเสียง เพิกเฉย โดน ต้องรีบแจ้งต่อ กกต. โดยด่วน เป็นการป้องกันตัวเอง และในขณะเดียวกันต้องรีบยับยั้งดําเนินการ เพราะถ้าคุณรู้แล้ว พิสูจน์ได้ว่ารู้แล้วเพิกเฉย ไม่ดําเนินการ ไม่แจ้ง กกต. เราบอกว่า ถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทําผิด

ประการต่อมาเรากําหนดว่าประชาชนนั้นจะต้องมีส่วนร่วมในการป้องกัน การทุจริตโดยกําหนดให้เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนในการติดตามและตรวจสอบเพื่อ ป้องกันการทุจริตและซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้ง คดีที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้ประชาชนเป็นผู้เสียหาย ประชาชนสามารถเป็นผู้ร้องคัดค้านการเลือกตั้งต่อ กกต. ได้ สามารถใช้ข้อมูลจากการบันทึกเสียงและภาพเพื่อเป็นพยานหลักฐานได้ แล้วก็ให้นิสิต นักศึกษาทุกสถาบันมีส่วนร่วมในการเป็นกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้งทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง แล้วก็มีส่วนอื่น ๆ อีกครับ ผมคงไม่ได้ไปเอารายละเอียดมาได้ทุกประเด็น

อีกประเด็นหนึ่งในหน้า ๖ ครับ อันนี้เราพูดกันมาก เวลาคนซื้อสิทธิขายเสียง ได้ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ คนเป็นแกนนํา เป็นหัวคะแนนบางทีได้เป็นหมื่นได้เป็นแสน เพื่อจะไปแจกว่าจะไปสามารถซื้อได้ ๑๐๐ เสียง ตัวเองจะได้กี่สตางค์ เราก็กําหนดว่า มันน่าจะมีกองทุนเพื่อการนี้ เราเรียกว่าเป็นการให้รางวัลตอบแทนกับกรณีที่คนชี้เบาะแส แจ้ง รวมทั้งในที่สุดมีการตัดสินแล้วว่ามีการทุจริตเลือกตั้งจริงเขาจะได้รางวัลไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองและการเลือกตั้งตามจํานวนที่ กกต. จะกําหนด แต่ไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็จะเป็นแรงจูงใจอันหนึ่ง

ประการต่อมานั้นก็คือกําหนดให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อมิให้ผู้ที่จะเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมือง อันนี้เป็นเรื่องใหม่เลยนะครับ เราได้คุยกับ นักการเมืองกันมาเยอะมาก เวลางานบุญ งานบวช งานสงกรานต์ งานแต่ง งานศพ งานอะไร ต่อมิอะไรต้องจ่ายเงินกันเยอะ แล้วเงินก็ไม่พอ เรากําหนดเลย ใครก็ตามที่ประกาศจะลง สมัครรับเลือกตั้ง ๑ ปีก่อน รวมทั้งดํารงตําแหน่งแล้ว และกําลังลงเลือกตั้ง ห้ามบริจาค ช่วยงานตามประเพณี เช่น งานศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรสภายในเขตเลือกตั้งของตน แต่ไม่ห้ามบุคคลดังกล่าวไปร่วมงานพิธีการต่าง ๆ อันนี้เราถือว่าเป็นมาตรการ หลายคน อาจจะนั่งหัวเราะเลย แต่คุยกับนักการเมืองและพรรคการเมืองหลายภาคส่วนแล้ว ดี เพราะ บางคนต้องจ่าย ๕,๐๐๐ บาท ต้องจ่าย ๑๐,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๆ ๑,๐๐๐ บาท หมด ต่อไปจะได้รู้เลยว่า ส.ส. มาแต่ตัว มีเกียรติแล้ว เพราะเขาเลือกไป มีเกียรติแล้ว ไม่ต้อง เอาเงินมาช่วย ไม่อย่างนั้นมันจะแข่งกันให้เงิน อันนี้ก็เป็นมาตรการที่เราเสนอนะครับ พอใช้ เงินมากก็ต้องไปสู่วังวนในการหาเงินอีก

๓.๓ ปฏิรูปการป้องกันธุรกิจการเมืองและนายทุนพรรคการเมือง อันนี้ เราเห็นว่าการเมืองปัจจุบันนี้ใช้เงินเป็นตัวตั้ง แล้วก็มีนายทุนมาครอบงําพรรค และ ส.ส. ก็จะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายทุนพรรค เราเลยกําหนดว่าให้มีมาตรการป้องกัน ระบบทุนครอบงําพรรคการเมืองเพื่อมิให้มีการนําเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาสนับสนุน การเลือกตั้งเพราะหาทุนแล้วมาหาผู้แทนราษฎร แล้วผู้แทนราษฎรสนับสนุนในการทํา การทุจริตเพื่อหาเงินมาหาอํานาจกันต่อไป เราเลยกําหนดเลยว่าต้องมีมาตรการในการกํากับ ทุนเรื่องพวกนี้ กําหนดให้มีระบบคัดกรองผู้สมัครเลือกตั้ง ที่แล้วมาทุนเป็นตัวกําหนดว่า ใครจะลงได้หรือลงไม่ได้ แต่ต่อไปนี้เรากําหนดว่าใครจะลงได้หรือไม่ได้นั้นให้ประชาชนในเขต เลือกตั้งเขาเป็นผู้โหวตว่าจะให้ใครลงเสียก่อน อันนี้ก็เป็นมาตรการให้เขาได้แสดงตัว แสดงตน บทบาท แล้วประชาชนโหวตเขา ไม่อย่างนั้นพรรคการเมืองบอกจะจี้เอาคนนี้ อันนี้ ก็เป็นมาตรการหนึ่ง

ประการต่อมานั้น ลดภาระค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองและผู้สมัครโดยให้ กกต. พิมพ์ป้ายโฆษณาหาเสียงติดและกําหนดจุดประกาศป้ายหาเสียง ในหน้า ๗ ครับ แล้วก็ รวมทั้งประวัติ ควบคุมยานพาหนะ รวมทั้งกรรมการต้องจัดพื้นที่ เวทีปราศรัยจัดเวลาให้ ผู้สมัคร แล้วก็มีการเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายของพรรคการเมือง โดยผ่านระบบ การตรวจสอบขององค์กรตรวจสอบบัญชี และกําหนดให้ กกต. เป็นผู้จัดมหรสพเพื่อเชิญชวน ให้กับประชาชนมาฟังการปราศรัย หรือสนับสนุน กระตุ้นให้มาเลือกตั้งได้

ในข้อ ๓.๔ อันนี้ก็สําคัญครับ ปฏิรูป ตรวจสอบและพัฒนานักการเมือง เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม เรากําหนดว่า ใครจะลงสมัครรับเลือกตั้งจะต้อง แสดงตนก่อน ๑ ปี เหตุผล เพื่อให้เขาประกาศตัวตน และให้ประชาชนได้ตรวจสอบ ทั้งประวัติ คุณสมบัติ รวมแล้ว ท่าทีท่วงทํานองต่าง ๆ เวลาจะลงเลือกตั้ง ประชาชนจะได้ โหวตว่าจะเอาใคร หรือไม่เอาใคร มีส่วนสําคัญนะครับ และเขาจะต้องเข้าฝึกอบรมหลักสูตร ตามที่ กกต. กําหนดเสียก่อนว่าเวลาจะเป็น ส.ส. เป็นฝ่ายนิติบัญญัตินั้นมีภารกิจ และจะต้อง ทําอะไรต่อมิอะไรอย่างไรบ้าง รวมทั้งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และ

ข้อ ๓.๕ ปฏิรูปดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ กกต. อันนี้ก็หัวใจสําคัญ ดังที่ผมกราบเรียนแล้ว ว่า กกต. นั้นจะต้องมีประสิทธิภาพจริงจัง ต้องกําหนดให้มี มาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการสั่งการ เพราะเวลาเราประชุมร่วมกับ กกต. กกต. บอกเวลาจะสั่งตํารวจ สั่งไปอย่างนั้น ขอโทษ สั่งแล้ว เขาก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ จริงจัง สั่งไปจังหวัด สั่งโน่น สั่งนี่ มาตรการทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายมี แต่ความร่วมมือ ที่จะจริงจังในการร่วมกันทํางานกับ กกต. เขาบอกว่า ยอมรับว่าน้อยมาก จึงไม่ค่อยมี ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ต้องไปกําหนดกฎหมายให้ชัดเจน เด็ดขาด มีมาตรการให้ กกต. นั้น มีอํานาจในการขับเคลื่อนเรื่องนี้จริงจัง

ประการต่อมานั้น กกต. ต้องปฏิบัติงานในเชิงรุก ต้องมีการเสาะแสวงหา ข่าวสารในเชิงลึก อันจะทําให้เกิดความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง พร้อมทั้งต้องทําบัญชี โครงสร้างบุคคลที่ทุจริตการเลือกตั้ง และซื้อเสียง เพื่อนําไปใช้เป็นข้อมูลในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต คนที่เป็นหัวคะแนน ฟังจากข้อมูล จากหลายภาคส่วน จากตํารวจ และคนที่เป็นหัวหอกในการซื้อสิทธิขายเสียง ถามว่ารู้กันไหม รู้ ถามตํารวจรู้ไหม รู้ ว่าใครบ้าง ที่ซื้อ เพราะฉะนั้นประเด็นเหล่านี้เราคิดว่า กกต. น่าจะมีบัญชีเสมือนหนึ่งว่า ผู้มีอิทธิพล เหมือนกัน เป็นบัญชีในการที่จะเตรียมงาน ทํางานนะครับ

ข้อ ๓.๖ การกําหนดบทลงโทษ อันนี้เราก็ถือว่าสําคัญ เวลาเราประชุมกันนั้น บอกว่า ต้องรวดเร็วและรุนแรง ถ้าโทษนั้นลง กว่าจะตัดสินกัน ๓ ปี ๕ ปี ๔ ปี เขาบอกว่า มันไม่ได้ทัน และต้องรุนแรง ต้องให้น่ากลัว เราจึงกําหนดมาตรการกันเสียใหม่ ๑. ถ้าเป็น หัวหน้าพรรคอย่างที่เราบอกแล้ว กรรมการบริหารพรรค รู้แล้วไม่ยับยั้ง ปล่อยปละละเลย หรือไม่ชี้แจงแสดงต่อ กกต. ในกรณีที่สามารถเชื่อมโยงหรือพิสูจน์ได้ว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นความผิด ต้องถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นคนเป็นหัวหน้า พรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องสอดส่องดูแล ๒. กําหนดมาตรการลงโทษทั้งทางแพ่ง ทางอาญา ทางการเมืองที่รุนแรง เด็ดขาด รวดเร็ว รวมทั้งในการลงโทษ ทั้งผู้แจกเงินซื้อสิทธิ ขายเสียงและผู้รับเงิน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้าง ความตระหนักให้กับประชาชนในการปฏิเสธการรับเงิน เช่น มีการลงโทษทางการเมือง ตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต อันนี้รัฐธรรมนูญเขาก็เอาไปใช้มากพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นข้อเสนอที่ทางเราเองได้เสนอไปในระหว่างร่างรัฐธรรมนูญแต่อันนี้อาจจะ ในกฎหมายลูกจะต้องดําเนินการต่อไปด้วย กําหนดบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงกับผู้กระทําผิด ต่อกฎหมายเลือกตั้ง ให้มีโทษจําคุก ๑ ถึง ๑๐ ปีโดยไม่ให้มีการรอลงอาญา ที่แล้วมา เรามักจะเห็นว่าซื้อสิทธิขายเสียง หรือว่ารับเงินซื้อเสียง เราก็มักจะรอลงอาญาต่อไปต้อง ติดคุกจริง เราเห็นว่าจะเป็นมาตรการที่ทําให้คนเกรงกลัว และให้มีโทษปรับถึง๒๐ ล้านบาท และให้มีอายุความ ๒๐ ปี ถามว่า ๒๐ ล้านบาทเอามาจากไหน เราได้พูดคุยกันเวลาเลือกตั้ง กันทีมันใช้เงินมากกว่า ๒๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ๒๐ ล้านบาทนี้ เราถือว่าเป็นขั้นต่ําแล้ว และในขณะเดียวกันเราเห็นว่าเรื่องนี้ต้องมีการรณรงค์กันแบบให้ประชาชนเข้าใจ แล้วก็เกรงกลัว ต่อกฎหมายด้วย ในลักษณะที่กระทําอย่างต่อเนื่องโดย กกต. ต้องรณรงค์เลย ว่าถ้าซื้อสิทธิ ขายเสียงโทษจะเป็นอย่างไร แบบไหน ให้เกรงกลัวเหมือนซื้อเหล้าเท่ากับแช่ง อันนี้ต้องให้ คนเข้าใจ เขียนไว้แล้ว อยู่แต่ในตัวบทกฎหมาย แต่ประชาชนไม่รู้ก็จะไม่ตื่นกลัว แล้วก็จะ ไม่เป็นการกระตุ้นปลุกเร้า และกําหนดบทลงโทษที่รุนแรงกับผู้กระทําการกลั่นแกล้งผู้สมัคร โดยหากเป็นการกลั่นแกล้ง สร้างพยานหลักฐานเท็จหรือแจ้งความเท็จ ให้ผู้กระทําผิดมีโทษ จําคุกไม่เกิน ๑๐ ปีเหมือนกัน เพราะอันนี้เราฟัง ๆ กันดูเราบอกว่า เอ๊ะ มันมีการกลั่นแกล้งกัน ร้องเรียนกัน เล่นงานฝ่ายตรงข้ามกัน เราบอกว่าต่อไปนี้ ๑๐ ปี ไม่มีการรอลงอาญาและปรับ ๒๐ ล้านบาท และกําหนดให้ข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐที่วางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง ทําให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ อันนี้แล้วแต่ตัวบทกฎหมายที่จะ ต้องไปเขียนกันต่อไป และกําหนดให้ผู้กระทําความผิดชดใช้หรือร่วมกันชดใช้ค่าใช้จ่าย และค่าเสียหายจากการกระทําความผิดอันเป็นเหตุให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ อันนี้เรา ถือว่าที่แล้วมาท่านชัย ชิดชอบ ท่านเคยบอกมี ส.ส. หลายคนที่ถูกพิพากษาว่ามีการเลือกตั้ง ไม่สุจริตเที่ยงธรรม แล้วการบังคับคดีหรือการฟ้องร้องทางคดีนั้นน้อยมาก อันนี้เราเห็นว่า ต้องเป็นมาตรการจริงจัง ใครทําให้มีการเลือกตั้งใหม่ต้องยึดทรัพย์ ต้องล้มละลาย และต้องตาย ไปจากเวทีทางการเมือง

และ ๓.๖.๒ อันนี้กําหนดมาตรการเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชน ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง อันนี้เรากําหนดเลยว่าเป็นหน้าที่ ถ้าคุณไม่มาแล้วถูกตัดสิทธิ บางประการตามที่กําหนดไว้แล้ว แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นข้าราชการประจํามีส่วน อย่างสําคัญมาก และเป็นคนที่ตื่นตัว และเป็นคนที่มีบทบาท เพราะฉะนั้นถ้าไม่มาใช้สิทธิ เลือกตั้งนี่ น่าจะมีโทษทางวินัยด้วย

ประการต่อมานั้น การกําหนดมาตรการลงโทษนักธุรกิจการเมืองและนายทุน พรรคการเมือง ห้าม อันนี้ถือว่าเป็นมาตรการที่กําหนดเลยว่าห้ามเอาทุนมาครอบงําพรรค ห้ามผู้ใดหรือนิติบุคคลใดสนับสนุนเงินลงทุนให้กับผู้สมัครเลือกตั้งหรือพรรคการเมือง ในทุกกรณีเว้นแต่ได้รับบริจาคตามที่กฎหมายกําหนด เรารู้กันคนนี้ ๕๐ ล้านบาท หัวหนึ่ง ๓๐ ล้านบาท คนนี้เกรดเอ (Grade A) เกรดบี (Grade B) เกรดซี (Grade C) เราถามจาก นักการเมือง รู้เลยว่าคนนี้ได้ ๕๐ ล้านบาท แต่เราก็ทําอะไรไม่ได้ เราเลยมากําหนดว่า ต้องชัดเจน ต้องจริงจัง ไม่อย่างนั้นเมื่อใช้เงินเป็นตัวตั้งแล้วมันก็กลับไปสู่วงจรทุจริต คอร์รัปชัน ห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งนําเงินของบุคคลหรือของนิติบุคคลใดมาใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่ากรณีใด ๆ โดยนัยเดียวกัน แล้วก็ ห้ามพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคการเมืองรับเงินบริจาคช่วยเหลือที่ผิดกฎหมาย อันนี้เราจะ กําหนดไว้ว่าจะรับได้เท่าไร อย่างไร อันนั้นเป็นรายละเอียด

และในข้อ ๓.๗ การดําเนินคดีเลือกตั้งและการจัดตั้งศาลเลือกตั้ง อันนี้ เป็นนวัตกรรมใหม่ เรากําหนดไว้เลยแน่นอนถ้าเห็นว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้ กกต. รีบสรุปสํานวนดําเนินการโดยด่วนแล้วก็เสนอศาลเพื่อให้ศาลเลือกตั้งสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งกับผู้สมัครที่กระทําการทุจริตอย่างนี้ทันที โดยเอาศาลเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา ตัดสิน โดยกําหนดว่าจะต้องรีบทําสํานวนให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน และจะต้องยื่นต่อศาล ภายใน ๑๕ วัน ศาลจะต้องตัดสินให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน รวมแล้วใช้เวลาไม่เกิน ๖๐ วัน และในขณะเดียวกันเรากําหนดไว้เลยครับ ถ้ากรณีที่มีการอุทธรณ์ฎีกาเรากําหนดว่า ควรจะต้องมีศาลเลือกตั้งเพื่อการนี้โดยเฉพาะ สรุปแล้วถ้ามีการอุทธรณ์หรือฎีกาควรใช้เวลา ทั้งหมดตั้งแต่ยื่นฟ้องมาแล้วตัดสินรวมแล้วไม่เกิน ๙๐ วัน ไม่ให้ยืดเยื้อเป็นปี อันนี้ เป็นเรื่องใหม่ที่เราเห็นว่าศาลน่าจะเข้ามามีบทบาทและจะทําให้คนที่ทั้งสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งประชาชน รวมทั้งพรรคการเมืองยอมรับมากกว่าให้ กกต. ให้ใบแดง ใบเหลืองนะครับ

สุดท้ายอันนี้เป็นเติมเสริมเข้ามาคือ ๓.๘ เป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่จะ เอามาใช้ เห็นว่าควรจะใช้เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็กําหนด ให้มีอุปกรณ์นําบันทึกภาพเสียงและอุปกรณ์สําคัญอันจําเป็นเพื่อใช้ในการตรวจจับ เราเห็นว่า กล้องวงจรปิดเดี๋ยวนี้มีประโยชน์มากน่าจะนําเข้ามาใช้หรือเทคโนโลยีอย่างอื่น แล้วก็กรณี ตรวจสอบชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งภายหลังที่มีการลงคะแนนเลือกตั้งทุกครั้งทางอินเทอร์เน็ต (Internet) อันนี้เป็นการเติมเสริมเข้ามา แต่วันนั้นเรามีการประชุมแล้วเชิญมาพิจารณาดู เครื่องไม้เครื่องมือเราเห็นว่าบ้านเราที่คิดไว้อยู่ขณะนี้ยังไม่ทันสมัยเพียงพอ แต่เราคิดว่า ในอนาคตนั้นน่าจะเติมเสริมแต่งตรงนี้เพื่อช่วยให้การเลือกตั้งมันสุจริตเที่ยงธรรมได้

สุดท้ายครับท่านสมาชิก ผมขออนุญาตท่านดูในหน้า ๑๒ จบแล้วครับ เราเห็นว่ามีข้อเสนอแนะที่สําคัญ คสช. ทําการรัฐประหารวันที่ ๒๒ พฤษภาคม มีเหตุผล สําคัญประการหนึ่งและกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าต้องการให้การเลือกตั้งนั้นสุจริต เที่ยงธรรมและเห็นว่าการแก้ปัญหาในอดีตในการเลือกตั้งที่แล้วมามันล้มเหลว คราวนี้ตั้งใจ จะมาแก้ปัญหาประเด็นสําคัญอันนี้ เราจึงเห็นว่าจะมีการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๐ นี้ คสช. ในฐานะ ผู้ทํารัฐประหารจะต้องมีบทบาทอย่างสําคัญคือ ๑. ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการการ เลือกตั้งในการควบคุมและดําเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมและเป็น แม่แบบเลยก็สามารถทําได้ ดําเนินการได้ แล้วการเลือกตั้งมันสุจริตจริง ๆ ไม่อย่างนั้นปฏิวัติมา คนก็ด่าเลือกตั้งแล้วเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นในฐานะทําการปฏิวัติต้องมีบทบาทสําคัญ ในการเลือกตั้งปี ๒๕๖๐ อันนี้เป็นข้อเสนอแนะ

ข้อ ๒ ตอนนี้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถูกระงับยับยั้งการเลือกตั้งไว้ ทั่วประเทศ เราเห็นว่าไหน ๆ จะมีการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๐ แล้ว พักเขาไว้ทําอะไร ก็แบ่งเป็นภาค เสียเลย เป็น ๔ ภาคก็ได้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคใต้ จัดการเลือกตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นโซน ๆ (Zone) ไป แล้วลองดูว่าโมเดล (Model) ที่เราเสนอ มานี้มันทําให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมได้ไหม เลือกตั้งภาคกลางแล้วยังมีข้อบกพร่อง จุดอ่อน จุดแข็ง ต่อไปภาคเหนือ นี่เราเห็นว่าทําอย่างนี้พอเลือกตั้งจริงขับเคลื่อนได้เลยครับ ใช้ได้เลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่วิธีการปฏิรูปและแนวทางต่าง ๆ รวมทั้งงบประมาณต่าง ๆ อยู่ใน หน้า ๑๑ และในหน้า ๑๒ ก็คืออาจจะต้องไปกําหนดในร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แล้วก็กฎหมายว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็รัฐธรรมนูญบางส่วนที่มีที่เห็นกันอยู่แล้ว ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนต่อเรื่องนี้ได้ ท่านประธานครับ นี่คือสาระสําคัญของ อนุกรรมาธิการที่สรุปแล้ว แต่มีประเด็นสําคัญอันหนึ่งคือ กองทุนในการที่จะจ่ายให้กับผู้ที่ ชี้เบาะแสในการทุจริตการเลือกตั้ง ท่านวิทยาเป็นหัวหอกครับท่านประธาน ถ้าจะกรุณา ให้เวลาแล้วท่านชี้แจงประเด็นนี้ ท่านบอกว่าท่านมีประสบการณ์ แล้วเราก็เอามาเป็น ข้อเสนอ ถ้าท่านประธานจะอนุญาตก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ