วันชัย สอนศิริ อภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557 และแก้ไขเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำเป้าหมายหลักของรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับสังคมไทย และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบประวัติผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างชัดเจน และห้ามให้ผู้ที่มีประวัติทุจริตมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ห้ามทุจริตการเลือกตั้งและคนซื้อคนขาย โดยต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต และเสนอให้ห้ามลูกเมียทุจริตด้วย และให้โทษหนักสำหรับบุคคลที่ทําลายระบอบประชาธิปไตยผ่านการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง
ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่จะอภิปรายเรื่อง รัฐธรรมนูญ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานและที่ประชุมให้ได้รับทราบว่าเป้าหมาย ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และแก้ไข เพิ่มเติมนั้น เป้าหมายที่สําคัญนั้นมีหลัก ๆ อยู่ประมาณสัก ๖ เรื่อง แต่ผมอยากจะเน้นในช่วง ที่ผมอภิปรายนั้นประมาณสัก ๒-๓ เรื่องครับท่านประธาน ขออนุญาตอ่านแล้วผมจะได้ อภิปรายไปตามประเด็นดังที่ว่านี้ เป้าหมายนั้นเขาเขียนไว้ชัดเจนว่า ๑. เพื่อให้การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความเหมาะสมกับสภาพ สังคมไทย ขีดเส้นใต้ครับท่านประธาน มีความเหมาะสมกับสังคมไทย เดี๋ยวมีเวลา จะอภิปรายประเด็นนี้ ประเด็นต่อมานั้น เพื่อให้มีระบบการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม แปลว่าคณะผู้ยึดอํานาจในครั้งนี้ รวมทั้งภาคส่วนของประชาชนทุกภาคส่วนเห็นว่าการเมือง ของบ้านเรามีปัญหานั้นเพราะการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม เขาจึงมาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่าเวลาร่างแล้วต้องให้การเลือกตั้งนั้นสุจริตเที่ยงธรรม
ประการต่อมา เพื่อให้มีกลไกป้องกันขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่มีประสิทธิภาพ นั่นหมายความว่าประชาชนรวมทั้งผู้ยึดอํานาจเห็นว่าบ้านเมืองเรามีปัญหา อันสําคัญอันหนึ่งนั้น ก็คือ ทุจริต โกงกิน คอร์รัปชัน เพราะฉะนั้นเวลาคุณร่างรัฐธรรมนูญ ต้องป้องกัน ปราบปราม ขจัดการทุจริตคอร์รัปชันให้ได้ นี่คือประเด็นใหญ่ ๆ ส่วนเรื่องอื่น ๆ มีอีกผมจะไม่พูดถึง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธาน และขอย้ํา ต่อที่ประชุมเป็นครั้งที่ ๓ ว่า นักการเมืองดี การเมืองดี ทุกอย่างในประเทศนี้ดีหมดครับ นี่เป็นความเห็นของผม นักการเมืองดี การเมืองดี จะแก้ปัญหาทุกอย่างในประเทศนี้ได้ การเลือกตั้งดีก็คือการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมจะทําให้ได้นักการเมืองดี และการเมือง ดีแล้วก็จะเป็นการแก้ปัญหาในประเทศนี้ได้ เอาละครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะ เจาะในการที่จะมีการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็คือต้องการให้มีการเลือกตั้งที่สุจริต และเป็นธรรมตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสคุยกับนายตํารวจ ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ในที่นี้ ท่านบอกกับผมท่านประธาน อาจารย์วันชัยถ้าตํารวจควบคุม การเลือกตั้งดําเนินคดีจริง ๆ มันไม่มีหรอกที่จะซื้อสิทธิขายเสียงกันได้ ที่ซื้อสิทธิขายเสียง และทุจริตการเลือกตั้งกันได้ก็คือจับฝ่ายอื่นไม่จับพวกกัน นี่ตํารวจผู้ใหญ่นั่งอยู่ตรงนี้ พูดให้กระผมฟัง นั่นแปลว่าอํานาจรัฐทั้งข้าราชการ ทหาร ตํารวจ และฝ่ายปกครอง รวมทั้ง กกต. นั้นมีส่วนอย่างสําคัญในการที่จะทําให้การเลือกตั้งนั้นสุจริตเที่ยงธรรมครับ เอาละครับก่อนที่ผมจะไปถึงการเลือกตั้งท่านประธาน ผมว่าเราต้องตัดไฟแต่ต้นลมตั้งแต่ เบื้องต้น เพราะฉะนั้นในการร่างรัฐธรรมนูญเอาตั้งแต่ก่อนสมัครก่อนครับท่านประธานให้เป็น เป็นรูปธรรม ส่วนจะไปร่างอย่างไรค่อยว่ากันเป็นตัวบทกฎหมาย มันจะต้องมีกระบวนการ ในการร่อนตะแกรงครับท่านประธานให้ได้คนดีนั้นมานั่งอยู่ในสภา ให้ได้คนดีนั้นมานั่งอยู่ใน ทั้ง อบต. อบจ. เทศบาล คนชั่วต้องไม่มีสิทธิมาลอยหน้าลอยตาในเวทีทางการเมืองอีกต่อไป ท่านประธานทราบไหมครับ ขนาดองค์กรของผมสภาทนายความองค์กรเล็ก ๆ เขายังเขียนไว้ใน กฎหมายเลยว่าใครจะเป็นทนายความได้นั้นต้องมีความน่าเชื่อถือไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต องค์กรเล็ก ๆ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นใครที่มีประวัติทุจริต มีประวัติถูกไล่ออกจากราชการ ปลดออกจากราชการ ที่ทุจริตอย่าไปเสนอหน้าจะมาเป็นทนายความแค่องค์กรเล็ก ๆ ดังนั้น ท่านกําลังจะมามีอํานาจทั้งออกกฎหมาย มีอํานาจทั้งการปกครอง มีอํานาจทั้งการใช้ งบประมาณ ผมว่าต้องเขียนไว้ในคุณสมบัติของผู้สมัครเลยครับท่านประธาน ต้องเขียนไว้ ให้ชัดเจน
๑. ใครเคยมีประวัติที่ถูกลงโทษ ทุจริต โกงกิน คอร์รัปชัน ต้องไม่มีสิทธิ มาสมัครโดยเด็ดขาด ถือว่าหมอนี่มีตําหนิที่ไม่ควรจะมาอยู่ในเวทีทางการเมืองอีกต่อไป ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็ตาม
๒. ใครเคยมีประวัติถูกศาลตัดสิน ตัดสิทธิ ทุจริตเลือกตั้ง คนอย่างนี้ต้องไม่มีสิทธิ มาลงสมัครอย่างเด็ดขาดเช่นกันครับท่านประธาน รวมทั้งคนที่ถูกถอดถอนในสภานี้ ก็เหมือนกันอยู่ในข้อนี้
ประการที่ ๓ ใครมีประวัติไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริตอย่างที่ผม กราบเรียนแล้ว เคยเป็นข้าราชการถูกปลดออก ไล่ออก หรือถูกศาลพิพากษาจําคุก หรือแม้แต่รอลงอาญาในคดีที่ไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต ยักยอกเขา โกงเขา ลักทรัพย์เขา แม้แต่รอลงอาญาครับท่านประธาน สภาทนายความเขายังไม่รับจดเลยครับ ทําไมเราจะต้องให้คนเหล่านี้มาสมัครรับเลือกตั้งครับ
ประการต่อมาครับเป็นประการสุดท้าย คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คราวที่แล้วเขาทําแล้วคือการตรวจสอบการเสียภาษีที่คุณจะต้องแสดงว่าคุณเป็นคนไทยนั้น ได้เสียภาษีอย่างไรหรือไม่ มีจิตใจเพื่อสาธารณะ หลบเลี่ยง หลีกเลี่ยง หนีภาษีอย่างไร หรือเปล่า ประวัติทางการเงินและประวัติของการเสียภาษีนั้นผมว่าก็เป็นส่วนหนึ่งของ การตรวจสอบร่อนตะแกรงคนดีครับท่านประธาน เอาละครับ นี่เป็นเรื่องคุณสมบัติที่จะต้องเขียน ไว้ในรัฐธรรมนูญไม่อย่างนั้นเราก็จะได้นักการเมืองกันหน้าเดิม ๆ คนโกง คนค้ายาเสพติด บางคนยังมานั่งในสภา บางคนเป็นเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลเห็นกันอยู่ทั้งจังหวัดท่านประธาน คนอย่างนี้ก็มาเป็น ส.ส. ได้ มีมือปืนกันเต็มสภาอย่างนี้ไหวหรือครับ เอาละนั่นก่อนสมัคร พอสมัครรับเลือกตั้งแล้วน่าจะมีกระบวนการดังต่อไปนี้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก
๑. การหาเสียง ผมเองก็เคยสมัครทั้ง ส.ข. ส.ส. ส อะไรอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมว่าการหาเสียงนี่ต้องเขียนให้ชัดเลยว่าอะไรคุณทําได้ อะไรคุณทําไม่ได้ ที่แล้วมามันต้องตีความบางครั้งได้ บางครั้งไม่ได้เป็นเรื่องปวดหัวของ ส.ส. เขา ของผู้สมัคร ทุกระดับครับ รัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกต้องเขียนให้ชัดให้เท่าเทียมกันเสมอกัน
ประการต่อมาครับ การหาเสียงแบบโครงการประชานิยมที่กําหนดเป็น โครงการเลยครับ ประเทศจะเสียหาย ประชาชนจะย่อยยับอย่างไรผมว่าต้องเลิกครับ ในรัฐธรรมนูญต้องกําหนด ผมคิดว่าเขาพยายามทําอยู่แล้วไม่ให้มี อย่างโครงการจํานําข้าว รถคันแรก เสียทั้งเงิน เสียทั้งระบบครับท่านประธาน อย่างนี้ต้องไม่ให้มีอีกต่อไป นี่เป็นเพียง ตัวอย่างนะครับ จะต้องเข้าใจถึงระบบการเงินของประเทศด้วยไม่อย่างนั้นใครบอกว่า อยากจะหาเสียงได้หัวละ ๒,๐๐๐ บาท ก็หาเสียงกันสิครับ อย่างนี้ก็ตายสิครับท่านประธาน อย่างนี้ก็ต้องห้าม
ประการที่ ๓ ครับ ท่านประธานองคมนตรีพูดดีมากครับท่านประธาน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ บอกว่าเรื่องทุจริต โกงกิน คอร์รัปชัน ต้องรุนแรงและรวดเร็ว เหมือนกันครับ การลงโทษการทุจริตต่อการเลือกตั้งนี่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ ต้องรุนแรงและรวดเร็วให้มันเห็นผลกันในชาตินี้จะจะในสมัยนี้ละครับท่านประธาน ไม่ใช่ ทุจริตเลือกตั้งแล้วไปรอกันอีก ๑๐ ปี ๔ ปี ๕ ปี ต้องเขียนไว้ในกฎหมายเลยว่าต้องเสร็จ ภายใน ๑ ปี ภายใน ๒ ปี
ประการต่อมาครับท่านประธาน คนซื้อ คนขาย คนทุจริต ต้องถูกตัดสิทธิ ทางการเมืองตลอดชีวิตครับ อันนี้โพล (Poll) ของพี่น้องประชาชนหลายโพล (Poll) หลายสํานักเห็นพ้องต้องกันเลยว่าใครทุจริตการเลือกตั้ง หรือใครมีส่วนร่วมต่อการทุจริต ประหารชีวิตทางการเมืองไปเลยครับท่านประธาน ผมเองยังเสนอเลยครับท่านประธาน ว่าควรจะห้ามลูกเมียได้ก็ควรห้าม ห้ามพ่อแม่ได้ก็ควรจะห้าม ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองเรา เป็นตัวตลกนะครับ เอาเมียมานั่งเป็น ส.ส. มาเป็นรัฐมนตรี ผัวอยู่บ้านคอยชักใย ตลกไหมท่านประธาน เอาลูกมาเป็น พ่อนั่งอยู่บ้าน เห็นกันจะจะนั่นมันตลก ผมถึงบอกว่าอย่างนี้มันต้องตัดสิทธิถึงลูก ถึงเมีย ถึงพ่อ ถึงแม่มันถึงจะดีครับท่านประธาน
ประการต่อมา โทษทางอาญานั้นต้องหนัก เพราะผมถือว่าใครก็ตามที่ทําลาย ระบอบประชาธิปไตยโดยการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงนั้นถือว่าเป็นคนร้ายมากครับ ท่านประธาน ดังนั้นโทษควรจะหนักเหมือนกับคดีอาญาทั่วไปคือจําคุกถึง ๒๐ ปี หรือตลอดชีวิต ที่แล้วมานั้นไม่หนักเท่าไรครับ บางคนรอลงอาญาโน่นนี่นั่นบ้าง บางคน เผลอแป๊บเดียว ๕ ปีมาเสนอหน้าในเวทีทางการเมืองอีกแล้ว อย่างนี้ต้อง ๒๐ ปี ถึงตลอดชีวิต