สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

อลงกรณ์ หารือเรื่องการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญที่ประชุมสภา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน และขอขอบคุณสมาชิกที่มาประชุมทุกท่าน และเจ้าหน้าที่ทุกคน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณคุณวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา ท่านสมาชิกครับ เราได้ใช้เวลา ในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีสมาชิก ทั้งสิ้น ๓๔ ท่าน ใช้เวลาอภิปรายรวม ๕ ชั่วโมง ๑๓ นาที โดยที่จะได้ส่งความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ทั้งนี้ย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าการเสนอความเห็นของสมาชิกแต่ละท่าน เป็นอิสระและเอกสิทธิ์ ไม่ใช่เป็นมติหรือความเห็นของ สปท. ก็จะนําส่งให้กับกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกับเอกสารที่ท่านได้ขออนุญาตในการที่จะแจกในที่ประชุมก็ดี หรือที่ขอให้ส่งไปยังกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในนามของสมาชิก

สําหรับเรื่องที่อยากจะเรียนก่อนที่จะปิดการประชุม ก็คือว่าในวันพรุ่งนี้จะมี คณะกรรมาธิการสามัญประจําสภา ๑๐ คณะประชุม ส่วนวันนี้มีคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปการศึกษาได้ประชุมไปแล้วนะครับ ท่านมีเวลา ๓๐ วันในการส่งการบ้านรอบแรก เพราะฉะนั้นก็ต้องทํางานอย่างที่ท่านประธานได้เรียนอย่างรวดเร็ว ฟิต (Fit) นะครับ ก็เชื่อว่า ทุกคนกําลังฟิต (Fit) มากเตรียมที่จะผลิตผลงานการปฏิรูปของเราบัดนี้เราได้ผ่านโรดแมป (Road map) ระยะที่ ๑ ๑ บวก ๑ บวก ๑๘ แล้ว คือการยกร่างสร้างกลไก จากนี้ไปก็คือ การกรองกลั่นข้อเสนอก็คือวาระการปฏิรูปทั้งหลายที่ทาง สปช. ได้ส่งมาแล้ว แล้วก็ในแต่ละด้าน การปฏิรูปใน ๑๑ ด้านนั้นมีวาระที่กําหนดไว้ชัดเจนที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้กับ สปท. วันนั้นก็ชัดเจนแล้วว่ามี ๓๗ วาระกระจายอยู่ใน ๑๑ ด้านอะไรบ้าง ตรงนั้นเป็นกรอบในการที่จะไปจัดลําดับความสําคัญในการที่จะมุ่งคํานึงถึงผลสัมฤทธิ์ แห่งการปฏิรูปโดยเร็วก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นก็ต้องส่งการบ้านใน ๓๐ วันนะครับ แล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา สปท. นั้นก็จะประชุมนัดแรกในวันพฤหัสบดี ซึ่งจะเป็นคณะกรรมาธิการที่จะกําหนดเกี่ยวกับเรื่องของวาระการประชุม เรื่องแผนปฏิรูป ก้าวเดินแนวทางของ สปท. โดยรวมนะครับ ก็จะมีท่านประธาน รองประธาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานของคณะกรรมาธิการทุกคณะอยู่ที่ตรงนั้นด้วย นอกจากนั้นแล้วในสัปดาห์หน้า เราได้กําหนดวาระการประชุมไว้ เหลือการอภิปรายทั่วไปนั้นอีก ๒ วัน ก็คือ วันจันทร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ซึ่งจะมีวาระปฏิรูปด้านอื่น ๆ ครับ โดยเฉพาะด้านป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้านการกีฬา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา อาจจะมีปรับปรุงวาระเพิ่มเติมในเรื่องที่ตกค้างมานะครับ ก็คือเรื่อง ของการปฏิรูปเศรษฐกิจเรียลเซกเตอร์ (Real sector) ที่ท่านเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นประธาน และสมาชิกเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งน่าจะได้มีการนําเสนอนะครับ ก็จะดูว่าจะเป็นวันที่ ๑๖ หรือวันที่ ๑๗ นะครับ ส่วนวันที่ ๑๗ ท่านประธานได้กําหนด วาระการประชุมนะครับ นั่นก็คือการอภิปรายทั่วไปเพื่อเสนอวิธีการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ด้าน ในด้านสังคม ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ตรงนี้ก็เป็นการแจ้งล่วงหน้า ซึ่งความจริง ท่านประธานก็ได้เห็นชอบแต่ว่าจะต้องเข้าไปคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศในวันพฤหัสบดีนะครับ ทั้งหมดนั้นก็เป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปของเรา บัดนี้เครื่องยนต์กลไกของเราก็เกือบพร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ พร้อมที่จะเดินหน้า ขอแจ้งสําหรับวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ ตามนโยบายการสื่อสารเชื่อมไทยเชื่อมโลก ของ สปท. ตามนโยบายท่านประธาน ดอกเตอร์ทินพันธุ์ ก็คือว่าเราจะมีการจัดบรรยายสรุป ให้กับทูตานุทูต องค์การระหว่างประเทศ ก็ได้รับการตอบรับดีมากครับ มีตั้งแต่ระดับ เอกอัครราชทูตหลายประเทศทีเดียวนะครับ แล้วก็องค์การระหว่างประเทศเกือบจะทุกด้าน รวมไปถึงกงสุลกิตติมศักดิ์ด้วย เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาตั้งแต่ ๐๙.๔๕ นาฬิกา โดยพิธีการ กระบวนการทางการทูต คณะทูตานุทูตเหล่านั้นท่านก็จะเริ่มเดินทางมาถึงตรงบริเวณ ถนนระหว่างอาคาร ๑ กับอาคาร ๓ ข้างห้องสารนิเทศ ซึ่งก็ขอเชิญท่านที่ประชุม คณะกรรมาธิการเสร็จแล้วมาช่วยให้การต้อนรับ ที่เราอาจจะคับแคบหน่อยนะครับ แต่ว่าอบอุ่นครับ จากนั้นก็จะเป็นช่วงเวลาของการบรรยายสรุปแล้วก็ซักถาม โดยที่มี ท่านประธาน มีผมที่ท่านประธานได้มอบหมายนะครับ ทีมโฆษกโดยเฉพาะท่านโฆษก ฝ่ายต่างประเทศของเราก็คือท่านสุวัฒน์ จิราพันธุ์ ซึ่งเป็นรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ก็ทํางานร่วมกับทีมสํานักวิเทศสัมพันธ์ของเราอย่างใกล้ชิด ก็เตรียมการไว้พร้อมนะครับ ท่านใดที่จะกรุณาสละเวลามาช่วยกันต้อนรับ โดยเฉพาะท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ ท่านแสดงความจํานงที่จะมาช่วยตั้งแต่ต้นเลยนะครับ นอกจากนั้นแล้วในช่วงเวลาหลังจากที่มีการบรรยายสรุปเสร็จแล้ว ในช่วงของเวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา เราก็จะเชิญบรรดาแขกของเราผู้มีเกียรติทั้งหลายขึ้นมาที่ชั้น ๒ จะเป็นรีเซพชัน (Reception) แบบค็อกเทลสไตล์ (Cocktail style) ตรงนั้นก็อยากให้บรรดาท่านสมาชิกได้มา ช่วยกันรับแขกนะครับ เพราะว่าเรายังมีกิจกรรมอย่างนี้เป็นระยะ ๆ ครับ ผมคิดว่า การทําความเข้าใจเป็นหน้าที่ของเรา ส่วนเขาจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหนก็เป็นอิสระนะครับ แต่ว่าเรามีหน้าที่ที่จะให้เขาเห็นถึงความตั้งใจมุ่งมั่นของเราในการที่จะต้องปฏิรูปประเทศ ในการที่จะเดินหน้าพาประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยตามโรดแมป (Road map) ของเรา ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยประเทศในการสร้างความเชื่อมั่น แล้ววันที่ ๑๔ ก็จะมีการไปบรรยายสรุป ให้กับทูตานุทูตของไทยและกงสุลที่มาจากทั่วโลกที่กระทรวงการต่างประเทศ ทางกระทรวง ก็ให้เกียรติในการที่จะเชิญไปบรรยายสรุปนะครับ จากนั้นก็จะมีการบรรยายสรุปกับสื่อต่างประเทศทุกสํานักในประเทศไทยแล้วก็สื่อไทย ของเราเองเพื่อที่จะได้เกิดความเข้าใจตรงกันในภารกิจการทํางานของเราและโรดแมป (Road map) ของแม่น้ํา ๕ สาย โดยเฉพาะในส่วนของโรดแมป (Road map) ของทาง สปท. ของเรานะครับ ต่อไปก็จะเป็น ภาคเอกชนจะบรรยายสรุปไปยังหอการค้าต่างประเทศ ในประเทศไทย แล้วก็ ๔ องค์กรหลักภาคเอกชนของเราไม่ว่าจะเป็นสภาหอการค้าก็ดี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็ดี สภาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ดี สมาคมธนาคารไทย เราจะเดินหน้าอย่างนี้ครับ นอกเหนือจากงานที่ทําด้านกรรมาธิการที่เหมือนห้องปฏิบัติการ โรงงานผลิตแผนปฏิรูปประเทศ ท่านประธานอดีตประธานคณะกรรมาธิการสื่อสาร เพื่อการประชาสัมพันธ์ของ สปช. ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านอ่อนอุษา ลําเลียงพล เราได้พูดกันว่า ตอนที่ สปช. ทําพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ เราใช้คําว่าบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ (Blueprint for change) ท่านก็เป็นนายกสมาคมการโฆษณาแห่งประเทศไทยและเป็นประธานบริษัท เรียล เบอร์เน็ท ท่านก็บอกว่าถ้าเช่นนั้น สปท. ก็จะเป็นเชนจ์ อิน แอคชัน (Change in action) ครับ เรามีบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ (Blueprint for change) ในยุค สปช. คราวนี้เชนจ์ อิน แอกชัน (Change in action) ก็เป็นของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับพวกเราว่าจากนี้ไปเราจะได้เห็น ความสําเร็จ ความคืบหน้าตามนโยบายท่านนายกรัฐมนตรีแล้วในส่วนของเจตนารมณ์ ของทุกคนที่มาทํางานร่วมกันในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ อยากเห็นประเทศไทย เดินหน้าสู่การเป็นประเทศชั้นนํา แล้วเดินหน้าสู่การก้าวข้ามแม่น้ําแห่งความขัดแย้ง แม่น้ําของประชาธิปไตยที่ไม่พึงประสงค์ด้วยสะพานของแม่น้ํา ๕ สายที่เราทํางาน อย่างเป็นเอกภาพนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็เรียนเพิ่มเติมว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง คณะกรรมการประสานงานวิป (Whip) ของแม่น้ํา ๓ สายเรียบร้อย คือ คณะรัฐมนตรี สนช. และ สปท. ก็จะเห็นว่าท่านขับเคลื่อนเร็วมาก ไม่อยากบอกวันที่ว่าแต่งตั้งเมื่อไรแต่ว่าเร็วมาก ก็แล้วกัน หนังสือก็มาถึงท่านประธานวันนี้ ก็เรียนว่าเราต้องทําแข่งกับเวลา ท่านประธานถึงบอกว่าเราต้องฟิต (Fit) และทําให้เร็ว แต่ว่ารวดเร็ว แล้วต้องรอบคอบ รอบด้าน และมีส่วนร่วมพร้อมกับเชื่อมโยงในส่วนของแม่น้ํา ๔ สาย พบประชาชน ซึ่งทาง สนช. เป็นหลักเพราะว่าทํา สนช. พบประชาชนมาตั้งแต่สมัยยังมีวุฒิสภาอยู่ บัดนี้ สนช. ทําหน้าที่รัฐสภา ทําหน้าที่ทั้ง ส.ส. สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วย ก็ดําเนินการ โครงการนี้เป็นประจําทุกเดือน และมามีนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีว่าให้ออกไปเป็น ๔ ประสาน ส่วน คสช. ก็ดูแลความเรียบร้อย ความสงบ เพื่อให้เกิดบรรยากาศของการสื่อสาร พบประชาชนทั่วทั้งภูมิภาคทั่วประเทศ ในเดือนพฤศจิกายนก็เป็นการวอร์มอัพ (Warm up) ก็ไปที่จังหวัดแพร่และจังหวัดน่านช่วงวันที่ ๑๓-๑๕ ในส่วนนี้ก็จะเป็น สนช. กรธ. และทาง สปท. ก็จะส่งคนเข้าไป คณะรัฐมนตรีก็ส่งคนเข้าไป แต่เดือนธันวาคมจะเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกที่สนใจก็มาแสดงความจํานงได้ เราจะต้องออกไปพบประชาชน ให้มากที่สุดให้เกิดความเข้าใจในความตั้งใจและโรดแมป (Road map) ของเรา และทั้งหมด ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ท่านประธานฝากมาให้เรียนกับท่านสมาชิกนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องเสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี

วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ขอขอบคุณสมาชิกที่มาประชุมทุกท่าน แล้วก็เจ้าหน้าที่ทุกคนนะครับ ผมขอปิดประชุมครับ