สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

นิกร จํานง เสนอประเด็นเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ที่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสินค้าเกษตร เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสการขายสินค้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการคลองไทยและวิจารณ์เกี่ยวกับผลกระทบของโครงการนี้ และเสนอให้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบในการออกแบบระบบขนส่ง นิกร จํานง ยังเรียกร้องการลงทุนและพัฒนาในด้านรถไฟและรถยนต์เพื่อประโยชน์ของประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สปท. ลําดับที่ ๗๙ ครับ ผมจะนําเสนอประเด็นที่อยู่ในเรื่องเศรษฐกิจซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ในส่วนนั้นอยู่ในวาระพัฒนาเป็นส่วนหลัง แต่ผมเห็นว่ามีความสําคัญประกอบกับว่า ที่ท่านประธานได้กล่าวแล้วว่าผมได้เคยทํางานทางด้านคมนาคมมา ๓ ปี ดูแลทางบก แต่ว่า ในการประชุมระหว่างประเทศท่านรัฐมนตรีว่าการได้กรุณามอบหมายให้ผมไปเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ไปเห็นโลกกว้างทางด้านคมนาคมมาพอสมควร ก็คิดว่าจะนําเสนอที่นี่ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการเสนอต่อไปในอนาคต ผมพิจารณาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ (Logistics) ที่นําเสนอมา ซึ่งมีการเสนอไว้มีการพัฒนาเป็น ๙ ประเด็น ที่จริงแล้วก็ค่อนข้างดีพอสมควร ศึกษาได้ละเอียดลึกซึ้งพอ แต่ว่ามีประเด็นบางอย่าง ที่จะต้องมีการพิจารณาให้ชัดเจนนะครับ ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าอย่างการจะตั้งองค์กรใหม่ ขึ้นมาจะดึงเอา สนข. กลับไปอยู่สํานักนายกรัฐมนตรีอีกที ก็อยากจะนําเรียนว่าก่อนหน้านี้ ตอนที่เราปฏิรูประบบราชการ สจร. อยู่สํานักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แล้วก็ดึงมาตรงนี้ ถ้าจะดึงกลับไปอีกที ดึงไปดึงมาก็ต้องมีเหตุผลพอสมควรในการทําอย่างนั้น

อีกเรื่องหนึ่งที่เสนอไว้ซึ่งเป็นเรื่องโครงการใหญ่มาก เรื่องคลองไทยที่จะทํา เหมือนกับคอคอดกระเดิม เรื่องนี้ก็มีนัยสําคัญ คือถ้าเราจะสร้างฝันให้ประชาชน บางทีฝันที่ใหญ่เกินไปแล้วอาจจะเป็นไปไม่ได้จะทําให้ สําคัญผิดไปได้เยอะเหมือนกันนะครับ ผมเองเคยเป็นกรรมาธิการการศึกษาคอคอดกระ มาเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วนะครับ แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าระยะทางในการร่นเป็น ๓-๔ วัน ของคอคอดกระทําให้ไม่คุ้ม ไม่เหมือนกับคลองสุเอซซึ่งอ้อมทวีปกันไปเลย นัยตรงนี้ มีความสําคัญนะครับ เราเสนอขึ้นมาประชาชนก็ฝันไปกับเราด้วยต้องพิจารณาให้ดีตรงนี้ ผมจะลงในรายละเอียดว่าการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมหรือโลจิสติกส์ (Logistics) การคมนาคมผมเติมเข้าไป เพราะว่าจะได้เห็นชัด ประเด็นแรกที่เราจะต้องมีการพิจารณากัน เป็นอย่างมากขณะนี้คือไม่ใช่ปฏิรูประบบต่าง ๆ หรอกครับ ปฏิรูปเป้าหมาย คือเป้าหมาย ในการดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้จําเป็นจะต้องพิจารณาให้ชัดว่าจะเกิดประโยชน์ขึ้นกับใคร ผู้คนส่วนไหน อย่างระบบรางนี่นะครับ เราตั้งขึ้นมาตอนนี้เรามีหลากสี สีม่วง สีเหลือง สีแดง เยอะแยะไปหมด ประเด็นที่ต้องพิจารณาให้ชัดว่าคนกลุ่มไหนจะได้ใช้ เพราะว่าค่าขนส่ง ค่าโดยสารที่แพงมาก ๆ เราก็จะได้คอนโดมิเนียมที่เรียงไปตามรายทาง แล้วคนที่มาขึ้นก็คือ คนชั้นกลางค่อนข้างสูง ประชาชนที่เราคาดหวังว่าจะได้ใช้แมสทรานซิต (Mass transit) คนส่วนใหญ่ได้ใช้เป็นจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนี้เราไม่ได้หมายความว่าไม่ทํา แต่ว่า ค่าใช้จ่ายตรงนี้อาจจะมีลักษณะสวัสดิการทางด้านค่าโดยสาร นักเรียนอาจจะได้คูปองพิเศษ ไปขึ้นได้ใช้รถแบบนั้นด้วย ถ้าให้ลําพังเขาไปเขาอยู่ไกล อยู่บางใหญ่มาใช้นี่เขารับไม่ไหว เขาสู้ไม่ไหว เพราะฉะนั้นต้องมีการพิจารณาตรงนี้ว่าเรากําลังออกแบบระบบขนส่งตรงนี้ ให้ใครใช้กันแน่ ไม่อย่างนั้นเราจะวางผิดเป้า เราใช้ทุนเยอะนะครับตรงนี้ ควรจะมี การดําเนินการนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งเรื่องสินค้า เรื่องสินค้าก็เหมือนว่าเราจะจัดให้เกิดลักษณะ โลจิสติกส์ (Logistics) ที่ทําให้เกิดความเคลื่อนไหวระบบสินค้าเพื่อจะส่งรถที่คนอื่นมาผลิต ในประเทศส่งออกได้ดี ประเด็นก็คือว่าแล้วชาวนาชาวไร่ของเราที่มีการขนส่ง แล้วเราก็ทิ้งไว้ ไม่ค่อยใส่ใจกับเขานัก คอสต์ (Cost) ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงทําให้สินค้าเกษตรเราส่งออกไป สู้เขาไม่ได้ เพราะค่าขนส่งสูงเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์แบบนี้ ถ้าเป็นแบบนี้เราจะต้องจ่ายเงิน ในการซับซิดี (Subsidy) กัน หรือช่วยเหลือเกษตรกรกันอยู่ร่ําไป เพราะว่าต้นทุนของ ผู้ส่งออกเขาจะมาหักออกจากผู้ผลิตก็คือชาวนาชาวไร่ ตรงนี้ก็ต้องพิจารณาในเรื่องสินค้านะครับ ผมมีประเด็น ส่วนวิธีการจะขออนุญาตท่านประธานว่าจะเสนอโดยเร็ว ๆนี่นะครับ ไปทั้ง ๔ โหมด (Mode) นะครับ สั้น ๆ หลักการก็คือว่าที่เรามีคือเราต้องพิจารณาตัวเองว่า ขณะนี้เราเป็นอย่างไร ตัวเราเองมีอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) โครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรบ้าง ผมเสนอว่าที่เรามีดีก็ต้องให้ได้มาตรฐาน ที่เรามีมากก็ต้องจัดการให้เป็น ประโยชน์ แล้วที่ขาดก็ต้องรีบเติม แล้วที่มีน้อยก็ต้องรีบเพิ่ม ที่เรามีดีอยู่แล้วขณะนี้คือ ทางอากาศ ทางอากาศโดยโลเคชัน (Location) โดยพื้นที่ของเราที่เราอยู่ตรงนี้ ประเทศ ที่เราอยู่ บรรพบุรุษที่วางเราไว้ตรงนี้ได้เปรียบมาก แล้วก็ระบบที่เราทําไว้แล้วสนามบินนะครับ ทั้งสนามบินอินเตอร์ (Inter) ต่าง ๆ ที่เราใช้อยู่นี่เราวางโครงข่ายได้ค่อนข้างดี แล้วสนามบินในจังหวัดต่าง ๆ เราก็มี เพราะฉะนั้นเราได้เปรียบมาก ประเด็นปัญหาของเรา ก็คือขาดมาตรฐานเท่านั้น เพียงแต่เราปรับให้เข้ากับระบบมาตรฐานของสากลเท่านั้น เราก็ชนะเขาแล้ว ตรงนี้มีดีต้องให้ได้มาตรฐานนะครับ

ส่วนที่ ๒ ก็คือว่าที่มีมากก็ให้เกิดประโยชน์ก็คือทางบก ทางบกเอง ผมอยากจะเรียนว่าในอาเซียน (ASEAN) ทางถนนสายอาเซียน (ASEAN) นี่นะครับ ที่มีอยู่ทั้งหมด ๖๘,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เรามีอยู่ถึง ๓,๔๓๐ กิโลเมตร เราใหญ่ที่สุด ยาวที่สุด แล้วก็ดีที่สุด ดังนั้นตรงนี้เองนี่นะครับเราลงทุนไปมหาศาล ผมก็หวังว่าเรามีมากต้องให้เกิดประโยชน์ ผมกําลังคิดอยู่ว่าเราไม่เหมือนฮิตเลอร์หรอก แต่ว่าตอนฮิตเลอร์เขาทําสงครามโลกเขาให้ เบอร์ลินเป็นศูนย์กลางของยุโรป ใครก็ต้องผ่านเบอร์ลินหมด เป็นการยึดครองอย่างหนึ่ง ของเราขณะนี้ถ้าหากว่าให้ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในเมนแลนด์ (Mainland) เหมือนกัน ไม่ว่า สปป. ลาว ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม หรือประเทศกัมพูชา ได้ใช้ของเรานี่นะครับ เราจะได้ประโยชน์จากถนนตรงนี้แล้วพึ่งพาเรา แต่ที่สําคัญเราต้องเก็บค่าใช้จ่ายด้วย ไม่อย่างนั้นมลภาวะก็ตกอยู่กับเรานะครับ แล้วอุบัติเหตุก็เกิด บังเอิญของเดิมเรามีการเก็บ ค่าผ่านทาง แต่ตอนหลังเรายกให้ประชาชนหมด ตรงนี้เราเก็บค่าผ่านทางแบบประเทศมาเลเซียที่เก็บเราไปประเทศสิงคโปร์อย่างนี้ไม่ได้ เราคงจะจําเป็นว่าถ้าคุณเข้ามาในเมืองไทยอยู่กี่วัน มาทําอะไร เราอาจจะต้องเก็บเป็น ค่าธรรมเนียม ผมเองเป็นคนทําให้เกิดพาสปอร์ต (Passport) รถที่ผ่านไปผ่านมาได้ แต่เรา เสียดายตรงนี้ว่าถ้าคนอื่นจะได้ใช้บ้างก็จะเป็นประโยชน์กับเรา คือเขาพึ่งพาเรานั่นเอง

ส่วนต่อมาท่านประธานครับ ที่ขาดต้องเติมคือระบบราง ระบบรางเรามี ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร แล้วก็รางคู่เพียง ๒๐๐ กิโลเมตรตรงนี้เราจะต้องมีการพัฒนาให้มากขึ้น แล้วที่สําคัญขณะนี้ผมเป็นห่วงระบบไฟฟ้า รถไฟฟ้าที่มี เราไม่มีฟีดเดอร์ (Feeder) เราไม่มีการดีไซน์ (Design) รถเพื่อจะรับคนมาส่ง ขณะนี้เป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างหมด เราต้องพิจารณาตรงนี้โดยเร็ว มีการรียูส (Reuse) รถเมล์โดยเร็ว ไม่อย่างนั้นมันจะเกิด ปัญหาว่ารถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ผมนี่เป็นคนทําให้เกิดป้ายเหลืองขึ้น แต่ไม่ได้พึงประสงค์ว่า จะต้องผลิตเป็นฟีดเดอร์ (Feeder) รถไฟฟ้าเลยนะครับ ไว้เพื่อส่งในหมู่บ้านเท่านั้น

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ที่เรามีน้อยและยิ่งเพิ่มก็คือทางน้ํา ทางน้ํา อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ในแม่น้ําลําคลอง เราไม่ชํานาญในเรื่องทะเล เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรา จะต้องทํา ต้นทุนขณะนี้สินค้าเกษตรของเราที่ใช้การขนส่งแบบไม่ใช้คอนเทนเนอร์ (Container) เกือบจะเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้เราส่งสินค้าไปที่ไหนเราก็แพ้เขาหมด สิ่งที่เราพัฒนาก็คือทางน้ําต้องพัฒนาโดยเร็ว แต่ว่าเราไม่มีความชํานาญ ตรงนี้เราอาจจําเป็น จะต้องร่วมมือกับ อย่างเช่นประเทศจีน ซึ่งก็มีลักษณะขนเหมือนกันให้มาร่วมกับเรา แล้วอาศัยโนว์ฮาว (Know-how) ของเขา อาศัยคอนเทนเนอร์ (Container) ของเขา เพราะเรามีไม่พอ ตรงนี้จะช่วยเราได้นะครับ แล้วอีกอย่างที่จําเป็นจะต้องทํามากก็คือ อินแลนด์มอเตอร์เวย์ (Inland motorway) ของเราขณะนี้เรามีสินค้าเกษตรมาลงที่ท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วก็ส่งออกไปเกาะสีชัง ตรงนี้เราต้องพัฒนาให้มากแล้วก็ กันตลิ่งให้ดี เพราะว่าขนจากตรงนี้แล้วลากออกไปเลยจะมีประโยชน์ แล้วทําให้ต้นทุนของ สินค้าเกษตรเราต่ําลง แล้วอย่างน้อยเกษตรกรเราจะได้ลืมตาอ้าปากได้บ้าง ผมก็คงมีประเด็น ที่นําเสนอครบทุกโหมด (Mode) ตามนี้นะครับ นําเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ