สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

อิศรา ศานติศาสน์ หารือเรื่องปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การออกไปลงทุนในต่างประเทศ การยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก และนโยบายยกระดับเมืองย่อยเพื่อสร้างจุดขายให้กับจังหวัดต่าง ๆ

นายอิศรา ศานติศาสน์

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ทรงเกียรติทุกท่านครับ ปัญหาเศรษฐกิจ สําคัญปัญหาหนึ่งที่ประเทศไทยกําลังประสบอยู่ คือการที่เราไม่สามารถปรับตัวสู่ ภาคการผลิตที่ใช้แรงงานฝีมือและเทคโนโลยีสูงได้ แล้วก็แรงงานไทยเองมีค่าแรงสูงขึ้นทําให้เรา สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสินค้าที่ใช้แรงงานไร้ฝีมือเข้มข้นทั้งในตลาดโลก และแม้แต่ในประเทศไทยเองนะครับ วันนี้เราพึ่งพิงแรงงานไร้ฝีมือค่าแรงต่ําจากประเทศ เพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) คือ ประเทศกัมพูชา สปป. ลาว ประเทศเมียนมา และประเทศเวียดนาม ทําให้คนเหล่านี้และครอบครัวจํานวนหลายล้านคนอาศัยอยู่ใน ประเทศเรานะครับ ซึ่งมีผลกระทบข้างเคียงหลายด้าน ตั้งแต่ปัญหาการตกงานของแรงงานไทย ปัญหาความมั่นคง ปัญหาการใช้และการให้บริการขั้นพื้นฐาน ในอีกด้านหนึ่งการอาศัย การลงทุนจากต่างประเทศที่เราพึ่งมาตลอด ในปัจจุบันนี้ก็ไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืน เพราะต่างชาติที่มาลงทุนในบ้านเราและเคยขนเงินกลับไปมากมายเมื่อจุดขายของเราหมด หรือด้อยคุณค่าลงเขาก็ทิ้งเราไป ซึ่งมีหลายแนวทางในการแก้ปัญหา ที่สําคัญที่ผมจะขอ นําเสนอในวันนี้ก็คือเรื่องของการออกไปลงทุนในต่างประเทศ หรือเอาท์วาร์ด เอฟดีไอ (Outward FDI) แนวทางนี้เป็นแนวทางที่อยู่ในความสนใจของภาคเอกชน ซึ่งเพื่อใช้ ประโยชน์จากข้อได้เปรียบที่ประเทศปลายทางมี เช่น แรงงานราคาถูก กฎหมาย ภาษี ทางการค้า เงื่อนไขทางศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศใช้ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศญี่ปุ่นใช้ในหลายประเทศ ประเทศจีนเริ่มทําแบบเดียวกับประเทศญี่ปุ่นผ่านคน เชื้อสายจีนในประเทศปลายทาง และแม้แต่ประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศบรูไนที่ไปลงทุน ในอุตสาหกรรมฮาลาลในประเทศจีนและประเทศออสเตรเลีย แนวทางนี้สนับสนุนให้คนไทย หันกลับไปเอาเงินกลับมาจากต่างประเทศบ้างนะครับ ซึ่งภาคเอกชนไทยก็ทําไปแล้ว ในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ในประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศอิหร่าน ประเทศตุรกี ถ้าเราเลือกใช้แนวทางนี้เราก็จะลดแรงกดดันจากปัญหาที่ได้กล่าวมาข้างต้น ได้นะครับ แต่แนวทางนี้มีข้อเชิงลบและผลกระทบที่ต้องระมัดระวังนะครับ เช่น ผลกระทบ จากแรงงานมีฝีมือ รายรับภาษีที่รัฐควรได้แต่ต้องลดน้อยลง เงื่อนไขทางกฎหมายของประเทศ ปลายทางและกฎระเบียบของไทยเองในการส่งผลกําไรจากการลงทุนกลับบ้าน ซึ่งสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากนําเสนอคือเราควรมีนโยบาย ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลกเฉพาะอาเซียน (ASEAN) ซึ่งขออนุญาตเน้นเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ระดับกลาง ระดับเล็ก วันนี้ ตลาดอาเซียน (ASEAN) กําลังเข้ามาประเทศไทยเปิดเข้าสู่โลกกว้างนะครับ เป็นโอกาสของ ผู้ประกอบการไทยที่เป็นต่อในด้านเทคโนโลยี การจัดการ บุคลากร โดยเฉพาะกับ กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ซึ่งมีสภาพสังคมและวัฒนธรรมคล้ายกับเรา ที่ผ่านมา ภาครัฐให้การสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมอยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการเหล่านี้ ยังต้องการความช่วยเหลือและสนับสนุนอีกหลายด้านให้ออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ เช่น ข้อมูลการตลาด ความรู้เกี่ยวกับเงื่อนไขทางกฎหมายในประเทศปลายทาง ศูนย์ให้คําปรึกษา การลงทุนในต่างประเทศ การลดหย่อนภาษีหรือการอุดหนุนจากภาครัฐเพื่อกระตุ้น ให้ออกไปลงทุนได้นะครับ ผมขออนุญาตนอกจาก ๒ เรื่อง เอาท์วาร์ด เอฟดีไอ (Outward FDI) แล้วก็เรื่องที่กล่าวมาแล้ว ผมขออนุญาตเสนอเพิ่มอีกประเด็นหนึ่งนะครับ คือเรื่องของนโยบายยกระดับเมืองย่อย เพื่อสร้างจุดขายให้กับจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชน ในท้องถิ่นและลดปัญหาความไม่เท่าเทียมกันระหว่างกรุงเทพฯ จังหวัดใหญ่ ๆ กับจังหวัดเหล่านั้น เพราะว่าปัจจุบันมีจังหวัดใหญ่ ๆ ของเราที่เด่นไม่กี่จังหวัด เช่น กรุงเทพฯ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต เมืองพัทยา ที่เป็นที่รู้จักในสายตาของต่างชาติ แต่จังหวัดอื่น ๆ ยังไม่เป็นที่รู้จัก มากพอ มีตัวอย่างจากหลายประเทศครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่น ที่สมัยก่อนเรารู้จักแต่โตเกียว เกียวโต โอซาก้า แต่รัฐบาลกลางของประเทศญี่ปุ่นได้ส่งเสริม รัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดให้ดึงจุดขายของตัวเองออกมาเพื่อดึงดูดการลงทุนเป็นพื้นที่ หลัก ๆ ในการกระจายความเจริญ สร้างจุดเด่นให้แต่ละจังหวัด มีสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น ให้คนไปเที่ยว มีผลิตภัณฑ์เด่น โปรโมท (Promote) จังหวัดเหล่านั้นผ่านสื่อต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างจังหวัดให้ชัดเจนเช่นจังหวัดซากะ ซึ่งเดิมไม่มีใครรู้จักเลย คนไทยไม่รู้จักเลย วันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีจุดขาย มีบ่อน้ําร้อนธรรมชาติ มีหลาย ๆ อย่างที่ทําให้คนไทย และคนหลายประเทศไปเที่ยวครับ อันที่จริงผมมีประเด็นทางเศรษฐกิจอีกมาก ผมจะขออนุญาตนําเสนอให้เพื่อนสมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติได้ใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป ประเด็นเหล่านี้ผมจะนําเสนอเป็นเอกสาร แล้วก็จะรวมทั้งประเด็นปฏิรูปกลไกแก้ปัญหา ความยากจนซึ่งจัดอยู่ในวาระปฏิรูปทางสังคมด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ