ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย หารือเรื่องแผนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจและการเงินของสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยให้ภาคเอกชนและประชาชนทำงานร่วมกัน และภาครัฐสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการลงทุน
ขอบคุณครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ สภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้กรุณาจัดทําแผนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ การเงิน แล้วก็การคลังไว้ ค่อนข้างดีมาก เพื่อให้เป็นแนวทางแก่ สปท. ได้ดําเนินการคิดแล้วก็ต่อยอดให้เห็นผลในทาง ปฏิบัติต่อไป แล้วสมาชิก สปท. ก็ได้ให้ความสนใจแล้วก็ให้ความสําคัญในการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ มีสมาชิกกองทุนทั้งหมด ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน และนอกจากนี้ก็ยังมีโครงการแล้วก็แผนงาน ส่งเสริมอาชีพและรายได้ของพี่น้องประชาชนในระดับท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่าง ๆ อีก ซึ่งในแต่ละปีก็มีงบประมาณสนับสนุนลงไปเป็นจํานวนมาก จึงใคร่ขออนุญาต เรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิก สปท. ทุกท่านที่จะไปดําเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านเศรษฐกิจได้กรุณาพิจารณาให้ความสําคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากดังกล่าวด้วย โดยผมมีเหตุผลสนับสนุน ๓ ประการ
ประการแรก ก็คือว่าเศรษฐกิจฐานรากนั้นเป็นเศรษฐกิจที่กระทบต่อประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศในระดับตําบล หมู่บ้าน หากเศรษฐกิจฐานรากไม่แข็งแรงแล้วประเทศ ก็จะขาดภูมิคุ้มกัน ซึ่งเราดูได้จากปี ๒๕๔๐ ที่เรามีเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งมั่นคงทําให้ ประเทศไทยเรานั้นปลอดภัยไม่ล้ม
ประการที่ ๒ ก็คือการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เป็นแนวทางการพัฒนา อย่างยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ชุมชน สังคม อาศัยการพึ่งพาแบ่งปัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน ๑๗ หัวข้อ ของสหประชาชาติที่ได้รับการรับรองเป็นกรอบการพัฒนาของโลกในอีก ๑๕ ปีข้างหน้า เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา
ประการที่ ๓ นั้นก็คือไทยเรามีต้นทุนทางสังคมแล้วก็กิจกรรมทางด้าน เศรษฐกิจด้านนี้อยู่แล้วจํานวนมากมาย ซึ่งสามารถนํามาขับเคลื่อนและต่อยอดการพัฒนา ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจากรัฐทั้งหมด ที่ผ่านมานั้นความล้มเหลวของการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ เพราะเราเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจระดับบนหรือมหภาคมากเกินไป โดยไม่สนใจเศรษฐกิจฐานราก ทําให้เกิดช่องว่างของความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจมาก ที่อาจารย์กอบศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้กล่าวไว้ ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในรูปแบบของประชานิยมและช่วยเหลือพวกพ้อง แล้วก็ มีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการต่าง ๆ ที่เสนอ นอกจากนี้ผมเองยังมีอีกประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะขอความกรุณาได้โปรดพิจารณา ก็คือการนําแนวนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือธุรกิจที่ยั่งยืนของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน เป็นแนวคิดที่เน้นการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ไปสู่การเจริญเติบโตที่ยั่งยืนทั้งในแง่เศรษฐกิจและสังคมที่เรียกว่าโซเชียลบิซิเนส (Social business) หรือธุรกิจเพื่อสังคม ด้วยการให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน มาทํางานร่วมกันในการลงทุนทํากิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน และภาคประชาชนก็สามารถร่วมลงทุนได้ หรือภาคประชาชนอาจจะรวมกลุ่มกันลงทุนเองได้ด้วย ส่วนภาครัฐนั้นก็จะเป็นผู้คอยสนับสนุน ช่วยเหลือ อํานวยความสะดวก ผู้ที่จะลงทุน จะสามารถได้รับเงินคืนจากกําไรเท่าจํานวนเงินที่ลงทุนไปเท่านั้น ส่วนกําไรนอกเหนือจากทุน ที่ลงไปจะนําไปใช้ในการลงทุนต่อ และนําไปใช้ในกิจการเพื่อสังคม เช่น การดูแลสุขภาพ ที่อยู่อาศัย ให้บริการด้านการเงินแก่คนยากจน จัดหาน้ําอุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตร พลังงานทดแทน เป็นต้น โดยความสําเร็จของธุรกิจเพื่อสังคมเราสามารถวัดได้จาก ความยั่งยืนของบริษัทในการดําเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองเป้าหมายทางสังคม เป็นหลัก อันเป็นผลทําให้ชุมชน ธุรกิจภาคเอกชนนั้นเกิดความเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ชุมชนรู้จักจัดการธุรกิจช่วยเหลือตนเองและสังคมได้ ทําให้ชุมชนเข้มแข็ง แล้วก็ เป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล และนอกจากนี้การขับเคลื่อนในเรื่องของเศรษฐกิจฐานรากนั้น ผมเห็นว่าควรที่จะมีองค์กรที่จะเข้ามาร่วมรับผิดชอบในระดับของภูมิภาคก็คือคณะกรรมการร่วม ภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหรือ กรอ. จังหวัดเป็นหน่วยดําเนินการ สําหรับในส่วนที่ทางดอกเตอร์กอบศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงการแก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ํา ผมก็คิดว่าในสิ่งที่ผมได้เรียนไว้ก็จะเป็นตัวในเรื่องของการช่วยเหลือ เรื่องความเหลื่อมล้ําได้ แล้วก็หน่วยงานที่เป็นหน่วยในเรื่องของการปฏิบัติเรื่องนี้ก็คือ กระทรวงมหาดไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้เรากําลังทําในเรื่องของ โซเชียลบิซิเนส (Social business) อยู่ ในส่วนของการช่วยเหลือทางสังคมนั้นก็จะมี ในส่วนของบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่จะทําในเรื่องของซีเอสอาร์ (CSR) ก็ดี โซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ (Social enterprise) ก็ดี แล้วก็โซเชียลบิซิเนส (Social business) แต่ถ้าดูในเรื่องของ ระบบที่จะเกื้อหนุนในเรื่องของสังคมและลดความเหลื่อมล้ําดีที่สุดแล้ว โซเชียลบิซิเนส (Social business) นั้นเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมแล้วก็สมควรที่จะดําเนินการเป็นอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตนําเรียนเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ