อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการลงทุนและการส่งออก และการลงทุนในด้านพลังงานทดแทนเพื่อสร้างงานและลดช่องว่างรายได้ พร้อมเสนอแนวทางเพิ่มรายได้ของเกษตรกรและจูงใจให้คนมีรายได้สูงมาอยู่ในประเทศไทย
ขอบคุณดอกเตอร์กอบศักดิ์นะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งทั้ง ๒ ท่านก็เป็น สปท. ก็จะเป็นกําลังสําคัญของเราในการปฏิรูปเศรษฐกิจ เนื่องจากว่าเรามี คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจเพียงคณะเดียว ซึ่งต่างออกไปจากตอนเป็น สปช. ซึ่งมี ๒ คณะ คือชุดท่านสมชัยที่เราเรียกว่าเป็นเศรษฐกิจมหภาค กับ ๒. คือคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจที่เป็นเรียลเซกเตอร์ (Real sector) ก็คือเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว บริการ และอื่น ๆ ครอบคลุมรวมอยู่ตรงนี้หมด ก็เป็นเรียลเซกเตอร์ (Real sector) โดยมีท่านเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตรัฐมนตรีและอดีตปลัดกระทรวงก็เป็นประธาน จะหาโอกาสที่จะให้ท่านได้มานําเสนอนะครับ อาจจะไปเพิ่มเติมในวันสุดท้ายของเรา คือวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ซึ่งจะต้องหารือท่านประธานทินพันธุ์นะครับ อย่างไรก็ตามท่านจะเห็นว่าการศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ จัดทําเป็นข้อเสนอของทางกรรมาธิการที่มีท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานในชุด สปช. นั้นได้ดําเนินการอย่างชัดเจน ตรงประเด็นตอบโจทย์ โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง ความเหลื่อมล้ํา ปัญหาในเรื่องของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตั้งแต่ฐานราก จนมาถึงยอดสุด ปัญหาเรื่องของโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมทางด้านของเศรษฐกิจและรายได้ รวมทั้งปัจจัยการผลิตทั้งหลาย พร้อมกับนําข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม แล้วก็ตัวร่างกฎหมาย คราวนี้ สปท. ต่อยอดในวาระดังกล่าวนั้น ต่อยอดก็คือว่าในข้อเสนอก็ต้องมาทําเป็นแผนปฏิบัติการ ปฏิรูปเลย เช่น จะให้มีเรื่องของระบบพันธสัญญาใหม่อย่างไรต้องออกมาเป็น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เลย ลงรายละเอียดที่สามารถให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นควรแล้วใช้อํานาจทางบริหาร ดําเนินการเป็นมติ แล้วหน่วยปฏิบัติทั้งหลายก็ดําเนินการ หรือตัวร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง เช่น ร่าง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าที่ยังมีปัญหาอยู่ทั้งในเชิงของตัวบทบัญญัติของกฎหมายก็ดี โครงสร้างหน่วยงานที่บังคับใช้สถานะของหน่วยงานที่ยังอยู่ใต้อํานาจในส่วนของ ฝ่ายการเมือง แล้วฝ่ายการเมืองก็ยังไม่อิสระพอต่อกลุ่มทุนใหญ่ ๆ อย่างนี้เป็นต้น มันก็เป็นไป ไม่ได้ต่อการที่จะบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมและเสมอภาคได้อย่างมี ประสิทธิภาพ มันก็เกิดความเหลื่อมล้ํา เกิดการเอารัดเอาเปรียบสารพัดอย่าง อย่างที่เรา เห็นกัน ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องจัดทําร่างกฎหมายปฏิรูปอย่างที่ท่านเลิศรัตน์ได้กรุณา ชี้แนะ ชี้นํา ทั้งในส่วนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จําเป็นต่อการปฏิรูปและกฎหมาย ปฏิรูปเช่นในกรณีการปฏิรูปเศรษฐกิจ ท่านมีเวลา ๓๐ วันในการส่งการบ้านรอบแรก ในคณะกรรมาธิการทุกคณะที่เป็นกรรมาธิการสามัญและวิสามัญ ๓๐ วันแรกคือจะนับตั้งแต่ วันพรุ่งนี้ เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการแล้วนั้นแล้วท่านก็ต้องประชุมในวันรุ่งขึ้นเลย ท่านจะมีการส่งการบ้านภายใน ๓๐ วันครับ ต่อยอดจากวาระปฏิรูป ๓๗ วาระเป็นเบื้องต้น และหลังจากนั้นนี้ในระหว่าง ๓๐ วันท่านจะต้องมีการประชุมกับทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้วย หรือเครือข่ายภาคีต่าง ๆ เพื่อความรอบคอบรอบด้านของการทํางานและเน้นการมีส่วนร่วม แต่ต้องรวดเร็ว ข้อบังคับเรากําหนดไว้ ๓๐ วันแรกตามโรดแมป (Road map) ๑ บวก ๑ บวก ๑๘ คือความหมายนี้ครับ เพราะฉะนั้นการบ้านรอบแรก ๓๐ วันแรกก็จะครบกําหนดตรงกับ วันรัฐธรรมนูญพอดีครับ วันที่ ๑๐ ธันวาคม แต่เผอิญเป็นวันหยุดท่านก็ไม่มีโบนัส ท่านต้องส่ง ภายในวันที่ ๙ ธันวาคม ๓๐ ลบ ๑ เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งแล้วเราไม่มีเวลาที่จะโหมโรงหรือไป ศึกษาอะไรใหม่แค่เพียงต่อยอด ซึ่งก็เป็นไปตามนโยบายท่านนายกรัฐมนตรี นโยบายของ แม่น้ํา ๕ สาย และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน สปท. ของเรา ก็ต้องขอบคุณท่านสมชัย ฤชุพันธุ์ อีกครั้ง ท่านกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ได้นําเสนออย่างดีเยี่ยมทีเดียวแล้วก็ได้เห็นภาพที่ชัดเจน เรามีสมาชิกปัจจุบันได้แสดงความจํานงทั้งสิ้น ณ บัดนี้ ๗ ท่านด้วยกัน โดยที่ผมจะอ่านชื่อ ๓ ท่านแรก ก็คือ พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ท่านเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ซึ่งท่านก็ได้มีเอกสารประกอบการอภิปราย ผมอนุญาตในการนําแจกสมาชิก ๒. คือท่านธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด มีเอกสารและผมอนุญาต ๓. ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อิศรา ศานติศาสน์ ท่านศาสตราจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านสมาชิก มีเวลาไม่เกิน๕ นาที ผมจะผ่อนผันตามสารัตถะที่ท่านได้นําเสนอครับ ท่านกษิตจะใช้สิทธิ หารือหรือท่านจะใช้สิทธิในการอภิปรายครับ อภิปรายนะครับ เชิญท่านแรก พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา เชิญครับ
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๗๖ ขออภิปรายแผนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง โดยจะเน้น เฉพาะประเด็นฮาว ทู ดู (How to do) คือวิธีการปฏิบัติให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ขออนุญาตใช้พาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ในเอกสารที่แจกประกอบการอภิปรายครับ
ตัวชี้วัดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่ใช้กันโดยทั่วไปนั้น ก็คือจีดีพี (GDP) ก็คือกรอส โดเมสทิก โพรดักท์ (Gross Domestic Product) กรอส โดเมสทิก โพรดักท์ (Gross Domestic Product) ก็คือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ประกอบด้วยปัจจัยดังนี้ ตัวจี (G) ก็คือกัฟเวิร์นเมนต์อินเวสเมนต์ (Government Investment) การลงทุนภาครัฐทางรัฐจะต้องเร่งรัดการลงทุนภาครัฐ ตัวไอ (I) ก็คืออินเวสเมนต์ (Investment) การลงทุน ภาคเอกชนจะต้องส่งเสริมการลงทุนที่สร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ จากภาคเอกชน และอันที่ ๓ ตัวซี (C) ก็คือคอนซัมพ์ชัน (Consumption) การบริโภค ภายในประเทศ จะต้องสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวในการบริโภคภายในประเทศ และตัวเอกซ์ (X) ก็คือเอกซ์พอร์ต (Export) การส่งออกจะต้องส่งเสริมการส่งออก และตัวสุดท้าย ตัวเอ็ม (M) คืออิมพอร์ต (Import) ต้องลดการนําเข้าจากต่างประเทศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือปัจจัยที่จะทําให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นแล้วก็เป็นตัววัดนะครับ ในการดําเนินการบางอย่างนั้นดําเนินการเพียงอย่างเดียวเพียง ๑ กิจกรรมเดียว ก็อาจจะส่งผลดีในหลาย ๆ ปัจจัยก็ได้ไปพร้อม ๆ กันนะครับ เช่นการลงทุนด้านการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวก็จะเกิดผลดีทั้งต่อตัวจี (G) ตัวไอ (I) ตัวซี (C) แล้วก็ตัวเอกซ์ (X) ถือว่า นักท่องเที่ยวมาในประเทศไทยมาใช้จ่ายถือว่าเป็นการเอกซ์พอร์ต (Export) อย่างหนึ่งนะครับ เป็นการเอกซ์พอร์ต (Export) บริการอย่างหนึ่ง
อันที่ ๒ ยกตัวอย่างการลงทุนทางด้านพลังงานทดแทนในการนําเข้าเชื้อเพลิง ก็จะเกิดผลดีทั้งตัวไอ (I) คือเศรษฐกิจการลงทุน ตัวซี (C) คือการบริโภคภายใน และลดการนําเข้า คือตัวเอ็ม (M) นั่นเองครับ เพราะว่าทั้ง ๒ อย่างดังกล่าวนั้นเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และลดช่องว่างระหว่างรายได้ด้วยการทําให้เกษตรกรในชนบทมีรายได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้น ในการดําเนินกิจกรรมบางอย่างนั้นทางรัฐบาลหรือว่าทางสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็จะต้องใส่ปัจจัยที่สามารถทําให้เกิดผลดีในหลาย ๆ ด้านพร้อม ๆ กันนะครับ ผมจะขอนําเสนอ วิธีการขับเคลื่อนในแต่ละปัจจัยดังนี้นะครับ
ปัจจัยแรก ตัวจี (G) การส่งเสริมความเจริญทางด้านเศรษฐกิจก็คือการลงทุน ภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบสายส่ง ท่อแก๊ส ท่อน้ํามันของอาเซียน (ASEAN) ระบบโครงข่ายถนนอาเซียน (ASEAN) ระบบการจัดการน้ําเพื่อพัฒนาส่งเสริมการเกษตร หรือการชลประทาน หรือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือการลงทุนด้านการวิจัยพัฒนา อันนี้ก็ถือว่าเป็นการลงทุนภาครัฐนะครับ มีข่าวดีในรัฐบาลยุคนี้นะครับ ได้มีการลงทุน ทางด้านคมนาคมของประเทศทางด้านทางบก รถไฟฟ้ารางคู่ ทางน้ํา แล้วก็ทางอากาศ รวมถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ก็ถือว่าถ้าโครงการนี้ออกมาเร็ว การดําเนินการนี้ออกมาเร็ว ก็จะเกิดผลดีกับคนไทยทั้งประเทศนะครับ และการลงทุนของรัฐบาลนั้นบางครั้งก็ไม่ต้องใช้ งบประมาณ อาจจะใช้วิธีการระดมทุนจากภายนอกประเทศก็ได้ในเรื่องของการออกบอนด์ (Bond) การระดมทุนจากอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ (Infrastructure Fund) หรือการออกพันธบัตร ของรัฐบาลเพื่อระดมเงินจากภาคเอกชนมาใช้ในการลงทุนก็ได้นะครับ
ตัวที่ ๒ นะครับ ตัวส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน คือตัวไอ (I) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้เน้นดูนะครับว่าเรานําเข้าอะไรมากที่สุด เราก็ส่งเสริมการลงทุนเพื่อทดแทนการนําเข้า อันนั้นนะครับ เช่นขณะนี้มาดูแล้วการนําเข้าปิโตรเคมีหรือว่าเชื้อเพลิงนั้นมากที่สุด เราทํา อย่างไรถึงจะมีการลงทุนเพื่อชดเชยการนําเข้าเหล่านั้นนะครับ แล้วก็การลงทุนเพื่อการส่งออก โดยใช้จุดแข็งของประเทศไทย เช่น เรื่องการบริการสุขภาพหรือทางการแพทย์ หรือการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าการศึกษา การสาธารณสุข การขนส่ง การชลประทาน และโครงข่ายถนน เป็นต้น
ตัวซี (C) ก็คือการกระตุ้นส่งเสริมการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริม ให้มีการบริโภคภายใน เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ การจัดนิทรรศการ การแสดงสินค้า หรือแม้กระทั่งการจัดตลาดนัดในชุมชน ตลาดนัดในภูมิภาค หรือตลาดกลางสินค้าต่าง ๆ ก็สามารถเป็นการระดมเรียกว่ากระตุ้นการบริโภคได้เช่นเดียวกัน อันนั้นก็เป็นตัวอย่างของการนําเสนอนะครับ
อีกตัวหนึ่งนะครับ ตัวเอกซ์ (X) เรามาดูนะครับว่าการเอกซ์พอร์ต (Export) หรือการส่งออกของเรานั้น อันดับแรกนะครับ ผมกล่าว ๕ อันดับนะครับ รถยนต์ และอุปกรณ์ อันนี้ก็มีถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกิดตัวเกินดุลนะครับ เครื่องคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง สําคัญครับ ตอนนี้ยางเป็นวิกฤติของเรา ถ้าผลิตภัณฑ์ยาง มาส่งออกได้ก็จะแก้ไขปัญหายางพาราด้วย เรื่องข้าวครับ ในอดีตเรามีข้าวส่งออกต้น ๆ แต่ตอนนี้ เรามีปัญหาเรื่องคุณภาพข้าว เพราะฉะนั้นก็ต้องมีมาตรการเรื่องข้าวเหมือนกันนะครับ แล้วเรื่อง เม็ดพลาสติก ประเทศไทยนั้นมีก๊าซธรรมชาติที่มีคุณภาพในการทําปิโตรเคมีดีที่สุดในภูมิภาคนี้ เราก็ต้องส่งเสริมด้านนี้ครับ
อันสุดท้ายนะครับ การลดช่องว่างรายได้ ผมขอเสนอแนวทาง ๒ แนวทาง ก็คือการลดช่องว่างด้วยการเพิ่มให้คนมีรายได้สูงขึ้นนะครับ คือเกษตรกรในชนบทต้องมีรายได้ สูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องจูงใจให้คนมีรายได้มาก ๆ นั้นมาอยู่ในประเทศไทยด้วย เพื่อจะได้ เก็บภาษีเขามาพัฒนาประเทศ เพราะเงินตรานั้นเปรียบเหมือนก้อนเมฆลอยไปลอยมานะครับ เราต้องมีมาตรการจูงใจที่เกี่ยวก้อนเมฆนั้นมาตกเป็นเม็ดเงินเม็ดฝนในประเทศไทยของเราครับ ผมขอนําเสนอเบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นะครับ เป็นอดีต ผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่กระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านมีเอกสารและได้อนุญาตให้แจกจ่าย แล้วนะครับ เชิญครับ