สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ดุสิต เครืองาม หารือเรื่องพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและจุดด้อยของโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์รูฟ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโซลาร์ฟาร์มและรถยนต์ไฟฟ้า โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนสเปกรถยนต์ไฟฟ้าให้สามารถวิ่งบนถนนได้ตามกฎหมาย และลดราคาของรถยนต์ไฟฟ้าให้ถูกต้อง

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ดุสิต เครืองาม สปท. หมายเลข ๕๓ ครับ กระผมเองอดีตเป็น สปช. ทางด้านพลังงาน แล้วในครั้งนี้ก็ได้ลงชื่อในนาม สปท. ว่ามีเจตจํานงที่จะเข้าไปอยู่ในคณะกรรมาธิการ ทางด้านพลังงานตามเดิมครับ หลาย ๆ เรื่องที่ได้รับฟังมาทั้งจากท่านอดีตประธาน ท่านอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการของ สปช. ชุดเรื่องพลังงานก็ดี หรือว่าหลาย ๆ ท่าน ที่ได้อภิปรายกันในวันนี้ ผมก็ได้จดโน้ตอะไรไว้แล้วแล้วก็จะพยายามนํามาสานต่อ ในหลาย ๆ เรื่องครับ

เรื่องแรก ที่กระผมจะขออนุญาตอภิปรายนําเสนอ ก็คือเรื่องพลังงานทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์ครับ พลังงานแสงอาทิตย์เป็นการผลิต ไฟฟ้าที่แปลงแสงอาทิตย์ซึ่งมีทุกวันไม่สิ้นสุด แล้วก็ถือว่าเป็นพลังงานที่สะอาด ในหลาย ๆ ประเทศนิยมชมชอบใช้กันเป็นอย่างมาก และพร้อมทั้งในประเทศไทยเราด้วยซึ่งรัฐบาล ให้การส่งเสริมมาเป็นเวลานาน การติดตั้งชุดพลังงานแสงอาทิตย์นั้นมีด้วยกัน ๒ แบบ ก็คือแบบที่อยู่บนพื้นดิน เรามักจะเรียกว่าโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) หรือว่าออนกราวด์ (On ground) แบบที่ ๒ ก็คืออยู่บนหลังคาสิ่งปลูกสร้าง หรือว่าบ้าน ซึ่งเราเรียกว่าโซลาร์รูฟ (Solar roof) ทั้ง ๒ ประเภทนี้ บ้างก็มีจุดเด่น บ้างก็มีจุดด้อย บ้างก็มีปัญหา และวันนี้ ก็ยังมีปัญหาอยู่อีกเยอะ สิ่งที่ผมอยากจะขอเล่าให้ท่านประธานผ่านไปทางท่านสมาชิก ได้ทราบก็คือผมอยากจะขอหยิบยกประเด็นทั้ง ๒ เรื่องครับ ทั้งโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) และโซลาร์รูฟ (Solar roof) มาเล่าสู่กันฟัง แล้วก็เรียกได้ว่าเป็นประเด็นเร่งด่วนสาหัสมาก ๆ

เริ่มแรกเกี่ยวกับเรื่องโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) ครับ ในเดือนสิงหาคม ท่านรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศโครงการหนึ่งที่สําคัญแล้วก็ได้รับ ความสนใจเป็นอย่างมาก ชื่อว่าโครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ติดตั้งบนพื้นดินสําหรับหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตร ขอเรียกสั้น ๆ ว่า โซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) ราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตรครับ หลังจากนั้น ๑ ปีได้ผ่านมา คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานได้ออกระเบียบ ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์เชิญชวนให้ทั้งหน่วยงานราชการ เชิญชวนให้สหกรณ์มาเข้าร่วม โครงการนี้เป็นอย่างมาก และขณะนี้ที่เรากําลังอภิปรายอยู่วันนี้ที่สํานักงานคณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงาน กําลังรับเอกสารรับแฟ้มกันอยู่จะปิดรับสมัครอยู่แล้วในวันพรุ่งนี้ ประเด็นที่ผมอภิปรายก็คือว่าแม้กระทั่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ออกนโยบาย เป็นผู้ออก คําสั่ง เป็นผู้ออกนโยบายออกมาในการที่จะรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) เชื่อไหมล่ะครับว่าวันนี้ยังมีกฎหมาย ยังมีระเบียบที่ยังขัดแย้งกันอยู่เป็นอุปสรรคที่จะทําให้ โครงการโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) ราชการและสหกรณ์เดินหน้าไปได้เลยครับ จนถึงวันนี้ ยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาแก้ไขให้ ประเด็นก็คือว่าโครงการโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) ราชการ และสหกรณ์นั้นเขาบอกว่าต้องใช้ที่ดินราชพัสดุ เขาบอกว่าต้องใช้ที่ดินของหน่วยงานราชการ เขาบอกว่าต้องใช้ที่ดินของเกษตรกร เขาบอกว่า ใช้ที่ดินของสหกรณ์การเกษตร มีหรือไม่มี ถ้าไม่มีก็ไปเช่ามา แล้วปรากฏว่า ๒๒ จังหวัดที่คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานได้ประกาศ เชิญชวนไว้นั้น มีพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก แล้วก็ภาคตะวันออก ๒๒ จังหวัด สิ่งที่จะเกิดขึ้น ก็คือว่าบรรดาพื้นที่ต่าง ๆ ที่ทางหน่วยงานราชการก็ดี หรือว่าสหกรณ์เขาจะยื่นเข้าโครงการนั้น ติดขัดกับกฎหมายผังเมืองทั้งสิ้นครับ พื้นที่ ๒๒ จังหวัดนั้นผมได้ตรวจสอบเป็นรายอําเภอ รายตําบลแล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ติดขัดกับผังเมือง ติดขัดกับผังเมืองนั้นแปลว่า ในช่วง ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปีที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดเหล่า ๆ นั้นได้ประกาศออกมาแล้วว่า จังหวัดนั้นเป็นพื้นที่สีเขียว สีชมพู ซึ่งเป็นพื้นที่เขาเรียกว่าเป็นพื้นที่เกษตรหรือว่าเป็นพื้นที่ เกษตรชนบท ห้ามมิให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าทุกชนิด แต่สิ่งที่มันมหัศจรรย์มากคือทุกวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้กําลังรับสมัครอยู่ ก็จะมีทั้งราชการและสหกรณ์ไปยื่นซอง เพื่อขอสมัครเข้าโครงการนับพันราย หารู้ไม่ว่าจริง ๆ แล้วก็รู้ละครับว่าพื้นที่ที่เขาไปยื่นนั้น ตกคุณสมบัติทั้งหมดเลย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะได้รอดนั้นก็คือเป็นพื้นที่ฟลุก (Fluke) ที่อาจจะอยู่ในพื้นที่ความมั่นคง พูดสั้น ๆ ก็คืออยู่ในค่ายทหารไม่ต้องไปใช้กฎหมาย รง. ๔ ไม่ต้องไปใช้กฎหมายผังเมืองได้รับการยกเว้น เราไม่ว่าอะไรกัน แต่อีก ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์นั้นจะตกคุณสมบัติทั้งหมด สิ่งที่มหัศจรรย์มากก็คือว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในกระทรวงพลังงานหรือว่ากระทรวงอื่น ๆ ไม่สามารถที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ได้ กระผมเองเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วทนไม่ไหวต่อเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นจึงลงนามไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม พึ่งบารมีของกระทรวงอุตสาหกรรมว่าโครงการโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) นั้น มีปริมาณถึง ๖๐๐ เมกะวัตต์ ครอบคุลมพื้นที่ ๒๒ จังหวัดจะเดินหน้าไปได้ต้องใช้อํานาจ ของรัฐมนตรีในการแก้ไขกฎกระทรวง ก็คือให้ประกาศว่าโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) ขนาดพื้นที่หรือขนาดกําลังการผลิตไม่เกิน ๕ เมกะวัตต์ ซึ่งเข้าข่ายนโยบายของรัฐบาล ในครั้งนี้ว่าโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) เหล่านั้นให้บอกว่าไม่เป็นโรงงาน เมื่อไม่เป็นโรงงาน ก็คือไม่ต้องขอใบ รง. ๔ เมื่อไม่เป็นโรงงาน ไม่เป็นโรงไฟฟ้า ก็ไม่ไปติดขัดกับผังเมืองครับ กราบเรียนท่านประธานครับ อาจจะงง ๆ ว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผังเมือง มันเกี่ยวอะไร กับโซลาร์ (Solar) เกี่ยวครับ เพราะว่าหลายปีที่ผ่านมาและหลายจังหวัดเรียกว่าเก๋ เท่มากครับว่าจังหวัดไหนถ้าสามารถประกาศผังเมืองได้จังหวัดนั้นกรีน (Green) จังหวัดนั้นคลีน (Clean) เท่มาก แต่พอมาขณะนี้เกษตรกรหรือว่าหน่วยงานราชการเขาต้องการที่จะขอสร้าง โซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดี หรือโยธาธิการจังหวัดไม่สามารถ เซ็นอนุมัติให้ก่อสร้างได้ครับ ก็คือไม่สามารถนําคุณสมบัติไปยื่นให้กับคณะกรรมการ กํากับกิจการพลังงานได้ก็คือจะตกคุณสมบัติทั้งหมด ได้ข่าวมาอีกกระแสหนึ่งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็กําลังจะพิจารณาที่จะแก้ไขกฎกระทรวง ที่จะแก้ไขผังเมืองอยู่ ก็ต้องคอยดูต่อไปครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าที่ผมอภิปรายเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ถือว่าเป็นการปฏิรูปครับ นั่นก็คือการปฏิรูปบูรณาการที่เราจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มันขัดแย้งกันครับ ทุกวันนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผังเมือง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม มันไปไม่ได้กับการส่งเสริมพลังงานทดแทนครับ มันขัดกันไป ขัดกันมา เพราะฉะนั้นที่อดีตท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานได้ชี้แจงไปแล้วว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทนนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องมีการยกร่างขึ้นมา ในระยะยาว ก็หวังว่าในร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมพลังงานทดแทนนั้นคงจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ วัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) ที่จะเอื้ออํานวยในการลงทุนไฟฟ้าพลังงานทดแทน ได้อย่างเป็นอย่างดี ถ้าไฟฟ้าพลังงานทดแทนสามารถลงทุนได้ราบรื่น ประเทศไทยก็จะมี ความมั่นคงด้านพลังงานครับ แต่ว่าในระยะสั้นที่สุดภายในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายนนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็ดี ไม่สามารถแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับผังเมืองหรือ รง. ๔ ก็ไม่ทราบว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของโครงการที่ยื่นไปนั้นจะตกคุณสมบัติหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับชะตากรรมตรงนั้นแล้วละครับ

ขออนุญาตไปเรื่องที่ ๒ ครับ มีท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า หรือว่ายานยนต์ไฟฟ้า ก็ต้องขอกราบเรียนว่าผมเองในฐานะสมาชิกเก่าก็ได้ให้ความสนใจ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด เราได้เคยเชิญอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้อํานวยการหลาย ๆ ฝ่าย มาหารือร่วมกันที่จะปรับเปลี่ยนสเปก (Spec) ในการที่จะให้รถยานยนต์ไฟฟ้านี้สามารถวิ่ง บนท้องถนนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ก็คือลดจํานวนขนาดกิโลวัตต์ที่จะต้องบังคับ เดิมทีบอกว่า รถ ๔ ล้อต้องไม่น้อยกว่า ๔ กิโลวัตต์ เราก็เจรจาแล้วลงมา ๓ ก็ได้ ๒.๕ ก็ได้ ๒ ก็ได้ทํานองนั้น เป็นต้นที่จะสามารถจดทะเบียนเป็นรถที่วิ่งบนถนนได้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ก็เช่นเดียวกันครับ ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกบอกว่าต้องมีมอเตอร์ (Motor) อย่างน้อย ๕๐๐ วัตต์ เราก็ต่อรองลงมาเหลือ ๒๕๐ วัตต์แล้วละครับที่จะสามารถจดทะเบียนได้ เมื่อเป็นดังนี้ รถยนต์หรือยานยนต์ไฟฟ้านี้แทนที่จะต้องซื้อมาในราคาหลายล้านบาท จนกระทั่งเป็นล้านบาท เพราะว่าจะต้องอุ้มแบตเตอรี่เยอะ อุ้มมอเตอร์ (Motor) ขนาดใหญ่มันก็จะสามารถไซซิ่ง (Sizing) ให้เล็กลงได้ ต่อไปเราก็จะเห็นรถยนต์ไฟฟ้าที่จะวิ่งจากบ้านไปตลาด ไปชอปปิง (Shopping) หรือว่าไปจังหวัดใกล้เคียงได้ แล้วเขาสามารถวิ่งได้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่สําคัญราคาก็จะถูกลง ความจริงมีอีกหลายเรื่องนะครับ แต่ว่าเบื้องต้นผมขออภิปรายแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ