สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องการผลิตพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานทดแทน และเรียกร้องการปฏิรูปการผลิตพลังงานให้โปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงทุนในพลังงานไฟฟ้าในประเทศเมียนมาและลาว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการลงทุนนอกประเทศ และเรียกร้องให้มีการชี้แจงและตรวจสอบการลงทุนเหล่านี้ นอกจากนี้ กษิต ภิรมย์ ยังหารือเรื่องการปิโตรเลียมแห่งชาติ และเรียกร้องการโปร่งใสในการดำเนินงานของบริษัทลูก และการปฏิรูปการบริหารจัดการของการปิโตรเลียมแห่งชาติ

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับที่ ๗ ผมเป็นคนพูดยาว ๆ ไม่เป็นครับเพราะถูกห้ามที่บ้าน ท่านประธานครับ ผ่านท่านประธาน ไปที่ท่านทองฉัตรด้วย เมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้วผมเดินตามท่านถือแฟ้มไปประชุมทั่วอาเซียน (ASEAN) เกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงาน แล้วก็ได้เรียนรู้อะไร ๆ ต่าง ๆ จากท่านทองฉัตร แล้วก็ ทาง ปตท. เยอะ ผมได้ร่วมทํางานกับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็เยอะมากครับ ช่วงที่รับราชการอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ และ ๒ หน่วยงานเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วเรียกว่า เป็นขวัญใจของตัวกระผมแล้วก็ของประชาชนชาวไทย แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่าระยะหลัง ๆ การทํางานของทั้ง ๒ หน่วยงาน รวมทั้งกระทรวงพลังงานด้วย จากมุมมองของประชาชน จากความนึกคิดนั้นมันมีประเด็นปัญหาเรื่องไม่ค่อยจะโปร่งใส ผมก็ค่อนข้างจะแปลกใจ ที่ทางท่านทองฉัตรได้บอกว่าจะเสนอศูนย์ข้อมูล เพราะ ณ วันนี้ไม่ต้องมีศูนย์ข้อมูลนะครับ ถ้าเผื่อกระทรวงพลังงาน การปิโตรเลียม แล้วก็การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเอาข้อมูล จริง ๆ ออกมาให้ประชาชนทราบ ณ วันนี้ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้วก็ทํางานร่วมกัน ก็จะเกิดขึ้น อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ขณะที่โลกเขาก็ไม่เอานิวเคลียร์ ผมขอเรียนด้วยนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเขียนบทความเรื่องผมไม่เอานิวเคลียร์ พลังงาน นิวเคลียร์ไฟฟ้าลงแนวหน้า ผมยินดีจะส่งสําเนาไปให้ทราบด้วยเหตุผลอันใดอย่างไร แล้วถ่านหิน ก็มีประเด็นปัญหาของมันอยู่ ขณะที่มันก็อยู่ในแผนพัฒนา ๕ ปีของประเทศ แล้วก็ในช่วง รัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ ขออนุญาตกล่าวนาม เราก็เป็นผู้ริเริ่มที่จะใช้มันสําปะหลัง กากอ้อย ปาล์มน้ํามัน ในการที่จะเป็นพลังงานทดแทน ผมก็ยังไม่เข้าใจประเด็นปัญหาของการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยว่าทําไมยังจะไปที่นิวเคลียร์ เมื่อ ๗๖ จังหวัดของประเทศไทยนั้น เป็นดินแดนสวรรค์ของการท่องเที่ยว จะเอาโรงไฟฟ้าไปตั้งไว้ที่ไหน ผมมองไม่เห็นนะครับ แค่จังหวัดกระบี่ก็แย่แล้วในเรื่องถ่านหิน แล้วยังจะดันทุรังไปอีกทําไม แล้วเราก็มีพืชเกษตร มากมายมหาศาล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็ดี การปิโตรเลียมก็ดีมีเงินมากมาย ในการที่จะเอาไปลงทุนในเรื่องของการค้นคว้าวิจัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วจะได้ ไม่ต้องไปโฆษณาตนเองผ่านทางทีวี (TV) ขอโทษที หรือว่าไปสปอนเซอร์ (Sponsor) การจัดกีฬา ที่ไม่มีคนไปดูก็หลายอันด้วยกัน ก็ต้องขอฝากไว้ด้วยนะครับ ขอพูดตรงไปตรงมาจากความในใจ แล้วที่เป็นมหัศจรรย์มันคืออะไรครับเรื่องพลังงานทดแทน ทั้ง ๆ ที่เรายังมีแสงอาทิตย์ กลุ่มบริษัทบ้านปูที่เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ของไทยไปลงทุนที่ประเทศอินโดนีเซียทางด้านถ่านหิน ณ วันนี้ไปซื้อกิจการบริษัทโรงงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ขายโซลาร์เอเนอร์จี (Solar energy) ที่ประเทศญี่ปุ่น ผมก็ถามตัวเองแล้วก็ถามไปที่บุคลากรของบ้านปูว่า ทําไมถึงไปทํางานที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศไทยมีแสงแดด แสงอาทิตย์มากกว่าประเทศญี่ปุ่น แล้วทําไมบ้านปูถึงไม่ทําที่นี่ ก็ไม่มีคําตอบนะครับ มันมีอะไรในกอไผ่ แล้วนี่ก็มาโยงถึง ประเด็นปัญหาของเอกสารที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เสนอว่าไม่ได้มาพูดกันให้แน่ชัดว่าประเด็นปัญหาที่แท้จริงที่มันอยู่ความในใจของ ประชาชนทั้งหมดเกี่ยวกับกิจการพลังงานและไฟฟ้าจริง ๆ คืออะไร ปัญหาอยู่ตรงไหน การเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือเปล่า หรือว่าบอร์ด (Board) ต่าง ๆ ไม่ทํางานเพราะการเมืองเข้ามา แทรกแซง หรือมีการทุจริตคอร์รัปชัน หรือว่ามีการจัดผลประโยชน์ที่ไม่ไปตอบสนอง ของคนส่วนใหญ่ต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเราบอกว่าในเมื่อมันเป็นโอกาสแล้วเราอยู่ในช่วงของ การปรับเปลี่ยนประเทศไทยที่จะมีการปฏิรูป เป็นโอกาสทองของผู้บริหารของการปิโตรเลียม ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวงทั้งหลาย ในการที่จะเสนอข้อคิดเห็นที่ดีงาม แล้วก็มาแก้ไขให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปได้ที่พลังงาน ซึ่งเป็นของประชาชน หรือไฟฟ้าที่ประชาชนจะได้รับบริการ แล้วก็ทําแบบอารยประเทศ เขาทําคือตอนนี้ แม้กระทั่งเตาแก๊สหุงต้มเขาก็เลิกแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น ภายในอีก ๑ ปี ทุกโรงงานทุกร้านอาหารที่ประเทศญี่ปุ่นต้องใช้ไฟฟ้า เพราะเขาไม่อยากให้มีการขนย้าย ตัวท่อเตาแก๊สธรรมชาติ เพราะมันเป็นอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้ เราก็ควรจะไปในทิศทางนั้นแล้วก็มุ่งเน้นพละกําลัง สติปัญญางบประมาณที่เรามีอยู่ทั้งหมด ไปสู่ทางพลังงานทดแทนแล้วก็หมุนเวียน อันนั้นเป็นประเด็นแรกที่เราต้องมารีบกันทํางาน ส่วนการให้สัมปทานในอ่าวไทยก็เอาความจริงออกมา ไม่ได้มีมาก และแต่ละหลุม ๒๓-๒๔ ที่จะเปิดสัมปทานก็เปิดไปเสีย ผมก็เช็ก (Check) กับทางฝรั่งมังค่าเขาก็บอกว่าหลุมแก๊สกระจาย หรือน้ํามันกระจายต้องลงทุนสูงมาก ก็ถ้าเผื่อเขาอยากจะลงทุนก็ให้เขาสัมปทานไป แต่ชี้แจงเสีย แต่อ้ํา ๆ อึ้ง ๆ กันอย่างนี้ก็เลยไม่รู้ว่ามีความทุจริตมีอะไรที่แฝงอยู่ในกอไผ่หรือเปล่า

กับอีกประเด็นหนึ่ง ถ้าเราประสบความสําเร็จอย่างสูงในการพัฒนาร่วมกับ ประเทศมาเลเซีย แล้วเราก็เพิ่งจะทํากับประเทศเวียดนามได้ ก็ไม่เอาความสําเร็จเหล่านั้น ประสบการณ์ที่เรามีมาดูว่าเราจะแก้ประเด็นปัญหากับเขมร ประเทศกัมพูชา ฮุนเซน เพื่อนรักเพื่อนสนิทของผม อย่างไรมันก็สามารถที่จะกําหนดเขตร่วมให้เล็กที่สุดที่ไม่ไปกระทบ กับการเจรจาแบ่งปันเขตแดนทางทะเลได้ไหม แล้วก็แบ่งผลประโยชน์กันคนละ ๕๐ ๕๐ ก็เป็นไปได้เพื่อจะเอาของธรรมชาติขึ้นมาใช้เสียก่อนแล้วก็คู่ขนานกันไป ก็อาจจะให้มี การเจรจาว่าด้วยการไปปักปันเขตแดนทางทะเลก็อาจจะทําคู่กันได้ หรือไม่ก็ต้องเร่ง ในการที่จะเจรจาเขตแดนทางทะเลเสียก่อน มันควรจะอยู่ในแผนปฏิรูปอันนี้ด้วยโดยที่ยัง ไม่เอาแก๊สหรือน้ํามันขึ้นมาเพราะว่ายังปักปันเขตแดนไม่เสร็จ ถ้าเผื่อไปทําก่อนแล้วไม่มี หลักเกณฑ์ ไม่มีความโปร่งใส ก็อดจะคิดไม่ได้ว่าคงมีด้านทุจริตกันอีกแล้ว ผ่านทาง ปตท. ไป ปตท. หรือว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พลังงานเชื้อเพลิง โอนงานอันนี้หรือว่าว่าจ้างไปรับ ดําเนินการ บริษัทที่จะมารับว่าจ้างนั้นมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางด้านการเมืองหรือไม่ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นช่องทางของการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องเอาขึ้นมาวางกันไว้

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าเราไปลงทุนในเรื่องพลังงานไฟฟ้าในประเทศเมียนมา แล้วก็ สปป. ลาว โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วก็มีเอกชนอื่น ๆ เข้าไป เราไปทําลาย สิ่งแวดล้อมแล้วก็ชุมชนเขาไม่ได้ ต้องมีธรรมาภิบาล ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นพม่า เป็นกระเหรี่ยง เป็นมอญ เป็นลาว แล้วเราก็ไปลงทุนเพื่อจะเอาไฟฟ้าเข้ามาโดยไม่ได้คิดคํานึงกับ ผลเสียที่จะกระทบกับเพื่อนบ้านที่เป็นพี่น้องของเราในประชาคมอาเซียนเสียแล้ว มันก็มี อีก ๒-๓ เขื่อนที่เป็นประเด็นปัญหาอยู่ ความโปร่งใสจะต้องมี ต้องชี้แจง แล้วจะบอกว่า ฉันเป็นผู้ลงทุนโดยขาดธรรมาภิบาลไม่ได้ครับ การไปทําธุรกิจนอกประเทศก็ต้องมีธรรมาภิบาล ต้องคิดถึงหัวอกของเขาด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ

ส่วนประเด็นสุดท้าย มันก็มีข่าวลือมากมายว่าการปิโตรเลียมแห่งชาติมีบริษัท ลูก ๆ อยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ บริษัท ประมาณ ๑,๐๐๐ บริษัทก็จดทะเบียนอยู่ทั่วโลกบนเกาะ โจรสลัดทางการเงินด้วยหรือเปล่า แล้วไปทําอะไรในต่างประเทศ แล้วก็เมื่อลงทุนไปแล้ว กําไรไปที่ไหนครับ ไปเก็บไว้ที่เคย์แมน ไอซ์แลนด์ (Cayman Islands) หรือว่าที่ ประเทศสิงคโปร์ อันนี้ก็ต้องมีความโปร่งใส แล้วใครนั่งเป็นประธานบอร์ด (Board) แล้วทําไม แต่ละคนมีหลายตําแหน่งในประธานต่าง ๆ ครอส (Cross) กันไปครอส (Cross) กันมา คนโน้นคนนี้เกาหลังกันไปกันมาหรือเปล่า อันนี้ความโปร่งใสเหล่านี้ต้องเอาออกมาเสียก่อน ก่อนที่เราจะนําไปสู่การปฏิรูป เวลาบอกว่าจะต้องเปิดเสรีในเรื่องกิจการพลังงานและไฟฟ้า ยังไม่ต้องให้ใครเข้ามาแข่งขัน เอาเป็นว่าการปิโตรเลียมเปิดเสรีเสียก่อนว่าไม่ใช่เป็นทั้งผู้ผลิต ผู้นําเข้า ผู้แปรรูป แล้วก็ผู้จําหน่ายตามปั๊มต่าง ๆ อันนี้เป็นโมโนโพลี (Monopoly) ผูกขาด แล้วก็ตามที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อเช้านี้ว่ารัฐวิสาหกิจจะให้เป็นองค์กรเพื่อทํากําไร ไม่ได้คํานึงถึง ประชาชนดังที่คุณศิริชัย ไม้งาม ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้หรือเปล่า ถ้าเพื่อจะเป็น บริการประชาชนไปเพื่อสาธารณประโยชน์ก็ต้องเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าเพื่อจะเป็นหากําไร มันอีกเรื่องหนึ่งแล้วครับ มันหัวมังกุท้ายมังกรไม่ได้ ประชาชน ๖๕ ล้านคนคือผู้ที่ได้รับ เคราะห์กรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ผมก็ขอฝากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้มา ถ้าเผื่อจะช่วยกรุณา ตอบชี้แจงได้เพื่อจะเป็นการบ้านให้กับเราที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี้ไปทํางาน ทั้งในสภา ทั้งคณะ แล้วก็ในคณะกรรมาธิการพลังงานที่จะเกิดขึ้น ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ