วิทยา แก้วภราดัย หารือเกี่ยวกับการปฏิรูปด้านพลังงาน โดยพูดถึงการเตรียมการอภิปราย การเตรียมเอกสารประกอบการประชุม และการเตรียมตัวในการแสดงความคิดเห็นในการประชุมวิชาการร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังพูดถึงการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพลังงาน และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการรายงานการทําฐานข้อมูลที่เป็นจริงเพื่อให้ภาคประชาชนมีความรู้รอบด้าน นอกจากนี้ยังผลักดันให้ประเทศไทยมีพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานจากขยะ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมดและไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมเลวร้ายขึ้น
ท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนที่จะเข้าเรื่องรายงาน ของการปฏิรูปด้านพลังงาน ผมขออนุญาตที่จะหารือท่านประธานเป็นการเบื้องต้นสัก ๒-๓ เรื่อง ก่อนนะครับ
เรื่องที่ ๑ ผมคิดว่าที่ท่านประธานได้มีดําริให้มีการลงชื่อก่อนการอภิปราย ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ จะได้รู้ลําดับว่าใครจะอภิปรายเมื่อไร
เรื่องที่ ๒ ส่วนดําริจะให้พิมพ์มาด้วยว่าจะอภิปรายอะไร ผมคิดว่า ผมไม่เคยเจอครับ แล้วก็คงเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะไม่เช่นนั้นแล้วท่านประธานอาจไม่ต้อง นัดประชุมเลยครับ ให้พวกผมพิมพ์คําอภิปรายมาส่งท่านประธาน ท่านประธานก็ส่ง ฝ่ายเจ้าหน้าที่กรอง กรองทั้งหมดก็ส่งไปปฏิรูปกัน ไม่มีสภาที่ไหนหรอกครับส่งคําอภิปรายก่อน ที่นี่ไม่ได้ส่งงานวิจัยนะครับ เป็นงานที่จะต้องแสดงความคิดเห็นและรับฟังฝ่ายอื่น เพื่อออกความคิดเห็นไปด้วย
ประการที่ ๓ ผมคิดว่าเอกสารที่ประกอบการพิจารณา ถ้าจะกรุณานะครับ คือทางสภาเราถ้าทําเร็วกว่านี้หน่อยนะครับ เพราะเมื่อสักครู่ก่อนเข้าเรื่องการปฏิรูป ด้านพลังงาน ผมก็อ่านไม่ทันนะครับเพราะเพิ่งได้รับแจก พรุ่งนี้เราจะอภิปรายเรื่องที่ทาง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขาเตรียมที่จะฟังความคิดเห็นจากพวกเรา ถ้าเป็นไปได้ครับ รายงานเบื้องต้นจากสภาที่รวบรวมดูครับว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขาทําอะไรไปบ้าง เขาคิดอะไรไว้บ้าง เราจะได้ต่อยอดได้ในการแสดงความคิดเห็นนะครับ อันนี้ขอความกรุณาว่า เอกสารที่ใช้ประกอบการประชุมแต่ละครั้งถ้าเร่งมาก่อนสักนิดก็จะได้มีเวลาเตรียมตัวครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านทองฉัตร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ในฐานะประธานกรรมาธิการการปฏิรูปพลังงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ได้รายงานต่อสภาเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวข้อประเด็นที่ท่านพูดถึงเรื่องการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน เพราะเรื่องพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ เป็นวิถีชีวิตที่ใหญ่ แล้วก็นับวันจะก้าวสู่ความขัดแย้ง มากยิ่งขึ้น ๆ ท่านประธานถ้าติดตามในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมานี้กระบวนการต่อสู้ภาคประชาชน เรื่องพลังงานออกมาเยอะมากครับ เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องกันมา เพราะด้านหนึ่ง ที่ท่านพูด ท่านประธานได้รายงานเมื่อสักครู่ก็คือด้านการให้ข้อมูลกับภาคประชาชน มีข้อมูลอีกเป็นจํานวนมากครับ กลายเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผยโดยหมดจด ฐานข้อมูล ที่ผู้บริโภคหรือประชาชนจะรับรู้อย่างรอบด้านก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อข้อมูลไม่เกิดขึ้นจินตนาการ ภาคประชาชนก็เกิดขึ้นมากมายครับ จนบางครั้งผมก็ฟังทั้ง ๒ ด้านแล้วก็เกิดความสับสน ยกตัวอย่างเช่นท่านประธานครับ เขาบอกว่าในอ่าวไทยมีก๊าซ มีหลุมน้ํามันเยอะมาก บางข้อมูลบางฝ่ายยืนยันเยอะจนประมาณกันว่าน้ํามันในอ่าวไทยมากกว่าประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผมก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ครับ แต่จํานวนหลุมที่นับแล้วมันมากกว่าประเทศซาอุดีอาระเบียจริง ๆ คราวนี้ปัญหาว่าภาครัฐเราให้ข้อมูลกับภาคประชาชนอย่างไร มีคนส่วนหนึ่งเชื่อตามครับว่า เมื่ออ่าวไทยมีหลุมน้ํามันถึง ๖๐๐-๗๐๐ หลุมมันก็น่าจะมากกว่าประเทศซาอุดีอาระเบีย แต่อีกฝ่ายหนึ่งก็โต้แย้งครับ หลุมน้ํามัน หลุมแก๊สในอ่าวไทยเหมือนหลุมขนมครก หลุมตื้น ๆ แต่หลุมที่ประเทศซาอุดีอาระเบียมันเป็นคลังแท็งก์ขนาดใหญ่ก็เจาะหลุมเดียวกําไร เปอร์เซ็นต์ที่เราได้จากน้ํามันทําไมได้ต่ํา ทําไมประเทศซาอุดีอาระเบียรัฐเขาได้ภาษีจากน้ํามัน สูงกว่า คําอธิบายเหล่านี้ย่อมเป็นที่เคลือบคลุมหมดครับ ถ้าคณะกรรมการที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการรายงานการทําฐานข้อมูลที่เป็นจริงที่ให้ภาคประชาชนได้รับรู้มันก็จะเป็น ทางออกในการที่ประชาชนได้ติดตาม และคนส่วนหนึ่งจะไม่ได้หลงบริโภคข้อมูล ตามไลน์ (Line) ตามโทรศัพท์มาทุกวันครับ จนบางครั้งเราคิดว่าเมืองไทยน้ํามันเยอะจริง ๆ เยอะที่สุดในโลก บางครั้งก็เคลิ้มเลยครับ แต่บางครั้งก็ตั้งหลักทําใจได้ว่ามันคงไม่มากมายขนาดนั้น ท่านประธานครับ พลังงานในโลกนี้มันมีที่มาก็ตามธรรมชาติ พลังงานของโลกมาทั้งหมดก็มาจากธาตุทั้ง ๔ ดิน น้ํา ลม ไฟ วันนี้พลังงานหลักที่เราเอามาใช้เราขุดมาจากดินเกือบทั้งหมดครับ เราขุด แก๊สธรรมชาติ เราขุดน้ํามัน เราขุดถ่านหิน ขุดมาจากใต้ดินทั้งหมด และระยะเวลาของ การขุดเหล่านี้มันมีเวลาครับ นักวิชาการบางส่วนบอกว่าอีก ๕๐ ปีข้างหน้าน้ํามันจะหมดโลก นักวิชาการส่วนหนึ่งก็ต้องแสวงหาทางออกว่าใน ๕๐ ปีข้างหน้าการทดแทนพลังงานเหล่านี้ คืออะไร วันนี้น้ํามันโลกราคาต่ําลง แก๊สในอ่าวไทยอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมันลดต่ําลง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไม่มีทางหนีครับ ก็ต้องหาพลังงานอื่นมาทดแทนที่ราคา ต่ํากว่าแก๊สธรรมชาติที่จะซื้อนําเข้าจากต่างประเทศ ก็เป็นที่มาของพลังงานสีดําที่เขาจะ นําเข้าจากต่างประเทศก็คือถ่านหิน แต่เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเราเคยมี ข้อพิพาทเรื่องถ่านหินมาครั้งหนึ่งในอดีต และเป็นตํานานที่หลอนเอ็นจีโอ (NGO) อยู่ทั่วประเทศ นั่นคือโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะ จังหวัดลําปาง มีคนเจ็บป่วยเพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นมาก วันนี้การไฟฟ้าตัดสินใจว่าพลังงานประเทศไทยไม่พอแล้วครับ ซื้อจาก สปป. ลาว ซื้อจาก ประเทศเมียนมา เอาแก๊สธรรมชาติเข้ามาอย่างไร ๆ ต้องขาดแคลน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบุว่าภาคใต้ วันข้างหน้าไฟฟ้าต้องดับ เป็นคําเตือนด้วยครับ และบางครั้งมันกลายเป็นคําขู่ แต่ท่ามกลาง คําเตือนและคําขู่ การคืบหน้าแก้ปัญหาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมันก็เป็น ปัญหาครับ เขาบอกว่าจะตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน เราไล่ไปตั้งแต่บ้านกรูดครับ ไล่ลงไปเรื่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจังหวัดชุมพร ไล่จนถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช สุดท้ายไปประกาศว่าจะสร้างที่ จังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ เรารู้สึกแปลกใจไหมครับว่าขณะที่เราบอกว่าเราจะขาดแคลน เรื่องพลังงานกระแสต่อต้านการตั้งโรงไฟฟ้าทําไมได้เกิดระบาดขึ้นไปทุกที่ ผมคิดว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและภาครัฐต้องหาคําตอบครับ เรากําลังพูดว่าประเทศนี้ ต้องการพลังงานมาสร้างไฟฟ้า และเราตัดสินใจที่จะทําที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตัดสินใจ จะทําจังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือจังหวัดกระบี่ แต่เราไม่ได้เริ่มต้นพูดกับ ประชาชนจริงครับว่าคนที่นั่นจะได้อะไร ปัญหาเหล่านี้เกิดตลอดท่านประธานครับ กรุงเทพฯ ขยะล้นเราต้องเอาไปทิ้งจังหวัดนครปฐม ถามว่าคนกรุงเทพฯ ได้ครับ ขยะพ้นกรุงเทพฯ ถามว่าจังหวัดนครปฐมเขาได้อะไร เช่นเดียวกันครับวันนี้ไปสร้างโรงไฟฟ้าที่จังหวัดกระบี่ หรือจะสร้างโรงไฟฟ้าที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ปรากฏว่าคุณเริ่มต้นคําถามไม่ตรงกับคําตอบ ผมอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็ต้องถามครับว่าผมจะได้อะไรเมื่อคุณมาตั้งโรงไฟฟ้า ไม่ใช่คุณพาประชาชนไปดูงาน ๆ พาไปเที่ยว จ้างเงินกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็หลอกล่อว่า วันข้างหน้าจะสบายขึ้น เพราะฉะนั้นกระทรวงพลังงานต้องให้คําตอบจากพื้นที่ที่ไป ก่อมลภาวะเขา ทางออกของประธานกรรมาธิการนะครับ เป็นทางออกที่ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่รัฐสามารถ เดินทางปฏิบัติได้ อยู่ขั้นตอนการปฏิบัติของระบบราชการเท่านั้นเอง ท่านพูดถึงพลังงาน ทดแทนครับ เพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดถึงพลังงานชีวมวล ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ครับ พลังงานมันมีที่มาจากธาตุทั้ง ๔ เมื่อเราขุดจากดินจะหมด พลังงานที่เหลือครับ พลังงานน้ํา จะสร้างเขื่อนก็ยากครับ แก่งเสือเต้น เต้นกันมาทุกรัฐบาลไม่เคยเสร็จสักรัฐบาล พลังงานน้ํา ที่ได้ใช้ก็เป็นพระราชดําริของพระเจ้าอยู่หัวที่ตกค้างมาถึงเราเดี๋ยวนี้ได้กินบุญจากท่านทั้งนั้น เราสร้างโรงไฟฟ้าจากพลังน้ําใหม่ไม่ได้หรือครับ เหลือพลังงานอะไรครับ พลังงานจากลมครับ วันนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชผมผ่านไปครับ ริมทะเลปากพนังเขาขึ้นกังหันพัดลมมา ๔ ตัว ไปแต่ไกลก็ดูสวยงามครับ และขึ้นเป็นแนวเดียวกับที่การไฟฟ้าจะคิดขึ้นถ่านหินครับ ขณะที่ พลังงานลมเริ่มหมุน การไฟฟ้าเริ่มไปกว้านซื้อที่เพื่อขึ้นถ่านหิน ท่านประธานลองนึกดูเถอะครับว่า ประชาชนเขาจะเลือกทางไหน เขาก็ตัดสินใจเลือกได้ครับ พัดลมที่หมุนอยู่กลางอากาศ มันยังเป็นความสวยงาม แต่ขึ้นแร่ถ่านหินเมื่อไรประมงแถวนั้นก็ยับเยิน ชีวิตความเป็นอยู่ไม่รู้ จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร คําตอบจากการไฟฟ้าไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นพลังงานเรื่องลม เป็นพลังงานทางออกที่ไม่หมดครับ พลังงานจากดินนับวันจะหมด พลังงานต่อไปครับ พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งผมเข้าใจว่ายังเป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ที่กระทรวงพลังงาน ยังเอาไม่ออกอยู่ครับ คือมีคนเซ็นใบอนุญาตให้ตั้งโรงงานเกี่ยวกับโซลาร์ฟาร์ม (Solar farm) หรือโซลาร์เซลล์ (Solar cell) ไว้มากจนไม่รู้ว่าใบอนุญาตนั้นวิ่งตะลอนขายกันได้กี่ตลบแล้ว ปรากฏโรงงานก็ไม่ได้เกิด วันนี้รัฐจะตัดสินใจว่ายุติหรือเปล่า ที่นักการเมืองเขาเซ็นกันไว้ ยุคก่อน ๆ แล้วรับสตางค์กันไปและขายกันในตลาดวุ่นวายไปหมดจะยุติได้หรือยัง ถ้ายุติ จะเดินหน้าอย่างไร โซลาร์รูฟ (Solar roof) ที่สร้างบนหลังคาครับ กระบวนการ ก็ประกาศแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ไม่รับใหม่แล้วครับ ผมก็ไม่ทราบว่าพลังงานทดแทนอย่างนี้ นึกอย่างไรการไฟฟ้าถึงไม่รับ หรืออยากสร้างโรงงานถ่านหินกันมาก ที่จริงทุกบ้านติดแผง แล้วก็สามารถใช้ได้ ๒๐-๓๐ ปี ไฟฟ้าในบ้านเองก็ใช้ได้ทําไมเราไม่ทํากัน คิดหรือครับว่าถ่านหิน จะไม่หมดโลก แต่ถ้าดวงอาทิตย์หมดโลกเราก็ดับกันไปหมดละครับ เพราะฉะนั้นพลังงาน โซลาร์ (Solar) เป็นพลังงานทดแทนที่จําเป็นจะต้องทํา
พลังงานอีกอันหนึ่งครับ พลังงานจากสิ่งเหลือใช้ของมนุษย์ที่เขาเรียกว่า พลังงานจากขยะ บางคนบอกว่าขยะเป็นทองคําครับ แต่ก็เห็นจริงเห็นจังนะครับว่าเราเคย เข้าไปผลักดันทําความเข้าใจให้เอกชนหรือรัฐเองสามารถเปิดโรงงานเผาขยะสร้างเป็นไฟฟ้า ถ้าไปดูต่างประเทศนะครับ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีนก็ตามครับ โรงเผาขยะเขาตั้งอยู่ กลางเมืองเลยครับ คือถ้าเป็นประเทศไทยก็ตั้งอยู่สี่แยกปทุมวันเลยครับ เผาขยะกัน กลางสี่แยกปทุมวัน แล้วก็มีสนามกีฬาแห่งชาติอยู่ติด ๆ กันเขาอยู่กันได้ครับ แต่ทําไม ประเทศไทยเราถ้าบอกว่าจะตั้งโรงเผาขยะ ลองขยับไปดูตรงไหนครับมีเสียงค้านทันที เราทําอะไรครับ ก็คือข้อมูลที่เราให้กับประชาชนนี่ต่ํามากครับ ต่ําจนประชาชนต้องตั้งหน้าตั้งตา คัดค้านไว้ตลอด เพราะฉะนั้นฐานข้อมูลที่ท่านประธานกรรมาธิการพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ครับ คลังข้อมูลในการรวมความรู้เรื่องพลังงานทั้งหมดจําเป็นต้องทํา และจําเป็นต้องเผยแพร่ให้ ประชาชนรู้ กระทรวงพลังงานก็ดี ปตท. ก็ดี ที่มีเงินมากมายนะครับก็ควรจะโฆษณา สิ่งเหล่านี้ออกไป โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าจากขยะเกิดขึ้นได้ครับ ผ่านไปที่ไหนครับ เดี๋ยวนี้จังหวัดใกล้ ๆ จังหวัดนนทบุรี กองขยะพะเนินเทินทึกครับ จังหวัดหลัก ๆ มีปัญหาหมด ทั่วประเทศครับ จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ผมอยู่ครับ ขยะกองอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตันครับ ส่งกลิ่นกระจุงกระจายไปทั้งกองทัพภาคที่ ๔ แม่ทัพทุกคนนะครับนอนดมกลิ่นขยะกันทุกคืน ถ้าเราสามารถผลักดันให้ความรู้กับประชาชนจริง ๆ ว่าการเผาขยะทําไฟฟ้าให้เกิดขึ้นได้ มันไม่ได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายขึ้นมา ไม่เช่นนั้น ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศ ที่เขาพัฒนาแล้ว เขาสร้างกลางเมืองกันได้ อันนี้ก็ต้องทําครับ และผมเห็นด้วยว่าเป็นพลังงานทดแทนที่ไม่มีวัน หมดจากโลกนี้ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานจากของที่เหลือใช้ สิ่งที่ ๔ พลังงานสะอาดที่เราควรจะส่งเสริมกัน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องแปลให้เป็นเรื่องจริง ก็ฝากคณะกรรมาธิการที่จะทําเรื่องนี้ของสภา สปท. เราว่าช่วยไปดูด้วยครับ ผมคุยกับท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านนิกร จํานง ท่านสมาชิก สปท. ซึ่งเพิ่งกลับมาจากประเทศจีน เมื่อวาน ท่านบอกว่าท่านไปที่เมืองกวางเจา เดี๋ยวนี้ที่กวางเจามอเตอร์ไซค์เงียบกริบครับ ไม่มีซิ่งแบบประเทศไทยครับ มอเตอร์ไซค์กวางเจาทั้งหมดเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าครับ ก็ยัง แปลกใจครับว่ามอเตอร์ไซค์ประเทศไทยเราทําไมเขาไม่ใช้ไฟฟ้า ก็มีบางส่วนบอกว่ามันวิ่งช้า ผมก็คิดว่าขณะที่วิ่งช้าเราก็กําลังรณรงค์ให้ปั่นจักรยานกัน มอเตอร์ไซค์ในประเทศจีนไฟฟ้าหมด ก็ปั่นต่อครับ แล้วถ้าทั้งเมืองกลายเป็นเมืองที่ปลอดมลภาวะไป ไม่น่าเชื่อครับประเทศจีน ที่เราไปเมื่อก่อนเสียงกริ่งจักรยานดังลั่นปักกิ่ง ไปทีหลังเสียงแตรมอเตอร์ไซค์ดังลั่นไปหมด เดี๋ยวนี้กลายเป็นรถไฟฟ้าหมดครับ ผมก็พยายามสอบถามไปครับ กรมการขนส่งทางบก ก็ติงอยู่ครับ พอดีหารือท่านปลัดกระทรวงข้างหลังโทรศัพท์ไปถามรองอธิบดีดู และท่านนิกร ซึ่งเคยดูแลกรมการขนส่งทางบกในฐานะรัฐมนตรีมาก่อนกรมการขนส่งทางบกเขามีปัญหาครับ จักรยานไฟฟ้าเขาก็ไม่ส่งเสริมมากครับท่าน เขาบอกว่าวิ่งช้าแล้วเดี๋ยวคนอื่นจะชนเอา เพราะฉะนั้นความเร็วจักรยานไฟฟ้าถ้าต่ํากว่า ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่อนุญาต ให้จดทะเบียนครับ ผมก็ไม่เข้าใจเรารณรงค์ให้สโลว์ไลฟ์ (Slow life) ช้าลง ๆ อีกฝ่ายหนึ่ง ก็บอกว่าช้าไม่ได้เดี๋ยวเพื่อนชน ก็ไปดูกันให้ดีครับ ถ้าแก้ระเบียบเสียใหม่วันนี้ปักกิ่งรถแท็กซี่ ใช้รถแท็กซี่ไฟฟ้านะครับ มอเตอร์ไซค์ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกจากบ้านไปที่ทํางาน กลับมาเสียบปลั๊กชาร์จ (Charge) ไฟพรุ่งนี้เช้าไปต่อไม่ต้องไปแวะเติมน้ํามัน แท็กซี่ปักกิ่งเดี๋ยวนี้ ออกรุ่นใหม่ใช้แท็กซี่มิเตอร์ (Meter) ไฟฟ้า ชาร์จไฟ (Charge) ทีหนึ่งวิ่งได้ ๒๐๐ กิโลเมตร ความเร็วก็ไม่ได้ต่ําก็ ๘๐-๑๐๐ กิโลเมตรสบาย ๆ ครับ แต่ถามว่าทําไมในเขตเมือง ของประเทศไทยเราจํานวนมากเราไม่คิดจะทําอย่างนั้น ถ้าฝ่ายพลังงานได้ส่งเสริมจริง ๆ เดี๋ยวนี้รถแท็กซี่ไฟฟ้าเขาทําได้ที่ประเทศจีนติดปัญหาอย่างเดียวครับ อุตสาหกรรมเรายังไม่ได้รับรองคุณภาพ เป็นไปได้ไหมครับว่าอุตสาหกรรมไปดูงานเขา เสียบ้าง วันข้างหน้าไม่ต้องมาเถียงอยู่ว่ารถมอเตอร์ไซค์เข้าได้ ไม่ได้ รถแท็กซี่ไฟฟ้า เข้าได้ ไม่ได้ ก็ไปดูระบบอุตสาหกรรมเขาให้จบ ไม่ต้องรอให้เอกชนใครคิดจะลงทุนต้องขน เจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมไปดูงาน อ้ายอย่างนี้มันก็ติดสินบนกันกลาย ๆ ครับ ทํากันเสียเองก่อนในเชิงรุก มันก็จะได้เตรียมรับมือทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าหลายข้อ ที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ศึกษามาเป็นข้อที่ได้รับปฏิบัติต่อและน่าจะเป็นจริงได้ ทั้งเรื่อง การหาพลังงานทดแทน ทั้งการหาคําตอบให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตราบใด ที่คุณให้คําตอบเริ่มต้นไม่ได้ว่าท้องถิ่นได้อะไรกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่าไปกดคอ ให้เขายอมเลยครับ มันไม่จบ จังหวัดกระบี่ประชาพิจารณ์ทีต้องใช้กําลังตํารวจครึ่งพันครับ กันไม่ให้คนเข้า พอประชาพิจารณ์เสร็จปั๊บเดี๋ยวนี้เขาก็ยังประท้วงกันทั้งทะเลครับ เพราะไม่ได้ตอบคําถามของพื้นที่เขาแต่กําลังตอบปัญหาของประเทศ แล้วคุณตอบปัญหา ให้ได้ไหมครับว่าถ้าถ่านหินหมดคุณจะไปอย่างไร จะไปปรมาณูต่อหรือเปล่า เพราะฉะนั้น การตอบของภาครัฐมันต้องสามารถตอบคําถามได้ตลอด แนวทางของคณะกรรมาธิการ ได้ศึกษาไว้ ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ต้องรับฟังและสภาขับเคลื่อนของเรามีหน้าที่ต้องรับมา ทําต่อครับ ขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ สปช. เป็นอย่างยิ่งที่ได้ศึกษาเรื่องพลังงาน เพื่อให้พวกผมที่อยู่ในสภานี้ได้มาต่อยอดในการแปรเป็นรูปธรรมที่เป็นจริง ขอขอบพระคุณครับ