ทองฉัตร หาศลดารมภ์ หารือเรื่องการปฏิรูปพลังงาน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเพิ่มบทบาทภาคประชาชน การส่งเสริมการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม และการสร้างมิติใหม่ให้แก่พลังงานหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลกลางด้านพลังงาน เพื่อให้เป็นหน่วยงานกลางที่เป็นอิสระ ที่รวบรวม วิเคราะห์ เผยแพร่ข้อมูลด้านพลังงานให้กับทุกภาคส่วน และส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเรียกร้องการตรากฎหมายใหม่ 3 ฉบับ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย 5 ฉบับ และดำเนินการโครงการ 3 โครงการ เช่น โครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟ โครงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลางด้านพลังงาน
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื้อหาสาระ ทั้งหมดของรายงานที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็ได้รับการสรุป รวมในภาพรวมทั้งหมดตามที่ปรากฏในวีดิทัศน์นะครับ ทั้งหมดนี้ในรายละเอียดข้อมูล ทั้งหลายที่นํามาสรุปย่อในวีดิทัศน์นั้นก็อยู่ในรีพอร์ต (Report) รายงานเล่มใหญ่ ซึ่งทาง กรรมาธิการได้นําเสนอ สปช. ไปแล้ว แล้วก็ได้นําเสนอไปที่คณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นส่วนที่ทาง สปท. จะได้พิจารณาหยิบยกสิ่งที่คิดว่าสําคัญในลําดับต่าง ๆ ตามข้อพิจารณาของทาง สปท. แล้วใช้ในการที่จะดําเนินการในเรื่องขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต่อไปครับ ต่อไปผมยังอยากจะขอหยิบยกเฉพาะประเด็นที่คิดว่าเป็นประเด็นสําคัญ ๆ มาเน้นให้ท่านสมาชิก สปท. ได้รับทราบตามความเห็นของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ของ สปช. นะครับ ในเรื่องประเด็นและเป้าหมายของข้อเสนอปฏิรูป คณะกรรมาธิการ ได้เสนอเป็นประเด็นการปฏิรูปทั้งหมด ๑๘ ประเด็นด้วยกัน โดยที่กําหนดเป้าหมาย และหลักการสําคัญ ๆ ไว้ ๔ ประการนะครับ
ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของความจําเป็นที่จะต้องเพิ่มบทบาทภาคประชาชน ซึ่งเราถือว่าบทบาทของการที่ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเรื่องของ พลังงานของรัฐ หรือของชาตินั้นเป็นเรื่องจําเป็นและสําคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ในข้อเสนอในการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานของ สปช. ทุกคณะอนุกรรมาธิการ จะเน้นในเรื่องของการเข้าไปมีบทบาทในการบริหารจัดการ
ประการที่ ๒ ซึ่งก็มีความสําคัญแล้วก็เป็นเป้าหมายหลักของเรา ก็คือ การส่งเสริมการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และผู้บริหารได้มีส่วนในการแข่งขันกันอย่างเสรี และรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขัน
ประการที่ ๓ เป็นเรื่องของการสร้างมิติใหม่ให้แก่พลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งจะมีคณะอนุกรรมการคณะหนึ่งทําเรื่องนี้โดยเฉพาะ แล้วก็มีเนื้อหาสาระที่ได้นําเสนอในรายงานเป็นอย่างมากนะครับ
ประการที่ ๔ ประการสุดท้าย ซึ่งเราคิดว่าเป็นเรื่องของความจําเป็น เป็นเรื่องสําคัญที่จะช่วยลดความแตกแยกหรือความไม่เข้าใจ หรือความที่มีปัญหา ต้องถกเถียงกัน ก็เกี่ยวกับเรื่องข้อมูล ซึ่งที่มาของข้อมูลต่าง ๆ ไม่ตรงกันบ้าง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง ไม่ครบถ้วนบ้าง เป็นสาเหตุของความสับสนวุ่นวายในเรื่องของการกําหนด นโยบายพลังงาน เราจึงเห็นว่ามีความจําเป็นที่จะต้องมีศูนย์ข้อมูลกลางที่เป็นอิสระ ทําการรวบรวมวิเคราะห์ เผยแพร่ข้อมูลด้านพลังงานให้แก่ทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและใช้ใน การพิจารณาดําเนินการต่อไป ทั้งหมดนี้ก็เป็นประเด็นซึ่งเป็นเป้าหมายที่สําคัญในเนื้อหาของ รีพอร์ต (Report) ของทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานครับ
ในส่วนของการเพิ่มบทบาทภาคประชาชน ทางคณะกรรมาธิการเห็นว่า ควรจะเปิดให้ภาคประชาชนเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และในคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมจัดทําพยากรณ์ ความต้องการและแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้า ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหาร กองทุนพัฒนาไฟฟ้าและกองทุนพลังงานเพื่อสังคม และที่สําคัญที่เราเสนอด้วย ก็คือการให้ ประชาชนผลิต และจําหน่ายไฟฟ้าจากโซลาร์ (Solar) ในราคาที่เป็นธรรม ส่วนการส่งเสริม การแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสนอแนะให้ยกเลิกสูตร ราคาน้ํามันที่อิงราคานําเข้า หรืออิมพอร์ตพาไรตี (Import parity) และจํากัดการใช้ เงินกองทุนน้ํามันในการอุดหนุนราคา ลดบทบาทกิจการที่มีการผูกขาด แยกการบริหารโครงข่าย และศูนย์ควบคุมระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ สายส่งไฟฟ้าเป็นอิสระจากหน่วยผลิต จัดหาและจัดจําหน่าย สนับสนุนการผลิตและซื้อขายไฟฟ้าอย่างเสรี พัฒนาโครงข่ายสายส่ง ไฟฟ้าเชื่อมกลุ่มประชาคมอาเซียนและภูมิภาคข้างเคียง ส่วนในประเด็นการสร้างมิติใหม่ พลังงานหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงานนั้น ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานได้เสนอให้ ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคารทั้งภาครัฐและเอกชนด้วยการบังคับใช้ระบบเอสโก (ESCO) หรือระบบบริษัทจัดการพลังงาน และข้อบัญญัติการใช้พลังงานสําหรับอาคาร ปฏิรูปกฎหมาย ด้านพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และพลังงานชีวภาพให้มี การพัฒนาที่ทั่วถึงและอย่างมีประสิทธิภาพ แยกกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและกรมอนุรักษ์ พลังงาน เพื่อประสิทธิผลในการดําเนินการ
และประเด็นที่สําคัญสุดท้าย ก็คือการสร้างศูนย์ข้อมูลด้านพลังงาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานมีความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมาก และภาครัฐ น่าที่จะเริ่มดําเนินการและดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็คือการสร้างศูนย์ข้อมูลด้านพลังงาน ให้เป็นหน่วยงานกลางที่เป็นอิสระ ทําการรวบรวม วิเคราะห์ เผยแพร่ข้อมูลด้านพลังงาน ให้แก่ทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วก็เห็นว่า สิ่งซึ่งทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สปช. ได้ทําเสนอนั้นน่าจะให้ประโยชน์ แก่ประชาชนและส่วนรวมเป็นอย่างยิ่งในการที่ให้มีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบาย กํากับ และติดตาม การมีพลังงานที่มีคุณภาพเพียงพอต่อความต้องการในราคาที่เป็นธรรม ให้กิจการพลังงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส น่าเชื่อถือ และมีการแข่งขันที่เป็นธรรม ต้นทุน ราคาพลังงานเทียบเคียงได้กับตลาดสากล ประชาชนเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง และขาย ส่วนที่เหลือในราคาที่เป็นธรรม ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ให้ได้รับ ข้อมูลด้านพลังงานที่เชื่อถือได้และเป็นปัจจุบัน
ในประเด็นสุดท้าย ซึ่งทางกระผมและคณะอยากจะนําเสนอเพื่อให้ สปท. ได้พิจารณาดําเนินการเป็นการเร่งด่วน ก็คือ ๑. คณะกรรมาธิการได้จัดทําแผนงาน วิธีการ และกระบวนการ ที่เราเรียกโพรเซส แอนด์ ออกาไนเซชัน ดีไซน์ (Process and organization design) ไว้แล้ว รวมเป็นบลูพรินต์ ฟอร์ เชนจ์ (Blueprint for change) ที่สามารถนําไป ดําเนินการได้ทันทีตามที่ปรากฏในรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ได้นําเสนอไปแล้ว แล้วสามารถที่จะสรุป เป็นการเร่งด่วนได้ดังนี้ คือ ๑. มีความจําเป็นที่จะต้องตรากฎหมายใหม่ ๓ ฉบับ คือ พ.ร.บ. กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ร.บ. สํานักงานข้อมูลพลังงานแห่งชาติ พ.ร.บ. พลังงานทดแทน ซึ่งมีความจําเป็นที่จะต้องรีบดําเนินการเพื่อให้การปฏิรูปพลังงานในเรื่องดังกล่าวนั้น มีฐานที่มั่นคงและสามารถดําเนินการต่อเนื่องได้ ๒. แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายจํานวน ๕ ฉบับ ๑. พ.ร.บ. การส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ๒. พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวกับ พลังงาน ๓. พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ๔. พ.ร.บ. การประกอบกิจการ พลังงาน และ ๕. พ.ร.บ. ปิโตรเลียม
สุดท้ายนี้ก็จะมีโครงการซึ่งทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สปช. ได้นําเสนอ ครม. ไปแล้ว และเห็นสมควรที่จะให้ได้มีการเร่งรัดติดตามให้มีการดําเนินการ ให้เป็นรูปธรรม คือ ๑. โครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar roof) อย่างเสรี ๒. โครงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และ ๓. การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง ด้านพลังงาน ทั้งหมดนี้ก็เป็นประเด็นซึ่งทางคณะกรรมาธิการใคร่ขอเรียนนําเสนอ ต่อสภา สปท. ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน