ทวีศักดิ์ กออนันตกูล หารือเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การหลุดพ้นจากมิดเดิล-อินคัม แทรป การใช้องค์ความรู้เพื่อเศรษฐกิจฐานราก และข้อเสนอแนะต่างๆ โดยเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย และการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐให้เป็นไปตามมาตรฐานของสินค้าไทย นอกจากนี้ยังเสนอระบบวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาและนวัตกรรมของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล สมาชิก สปท. หมายเลข ๖๓ ผมขอขอบคุณท่าน สปท. สมชัย ฤชุพันธุ์ และ สปท. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ได้นําเสนอแนวทางปฏิรูปจาก สปช. ด้านเศรษฐกิจ ผมมี ๓ ประเด็นนะครับ ประเด็นเรื่องการหลุดพ้นจากมิดเดิล-อินคัม แทรป (Middle-income trap) ประเด็นเรื่องการใช้องค์ความรู้เพื่อเศรษฐกิจฐานรากแล้วก็ ข้อเสนอแนะครับ
ประเด็นแรกที่เกี่ยวข้องกับการหลุดพ้นจากมิดเดิล-อินคัม แทรป (Middle-income trap) นั้น ส่วนที่คิดว่าสําคัญแล้วยังไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายงานนะครับ ก็คือ การพยายามเปิดตลาดในประเทศให้กับอุตสาหกรรมไทยที่กําลังเจริญเติบโตหรือเป็นผู้ที่สร้าง นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ ๒ แห่ง แห่งแรกก็คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งขณะนี้เราก็กําลังทํา ประเภทที่ว่าสร้างถนน สร้างท่าเรือ สร้างรถไฟฟ้า รถไฟทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ใช้เงิน ลงทุนมากมาย แม้ว่าบางวิธีอาจจะไม่ต้องใช้เงินภาษีของเราโดยตรง แต่ในที่สุดค่าบริการ ต่าง ๆ จะเป็นตัวที่จะชดใช้ในการลงทุนต่าง ๆ เหล่านั้น หากได้สามารถที่จะเชื่อมโยง การลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้เข้ากับอุตสาหกรรมภายในประเทศที่เข้มแข็ง แล้วก็ให้มี การทํางานร่วมกันระหว่างไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทางเลือกนี้จะเป็นทางออก อันหนึ่งที่จะทําให้เรามีเศรษฐกิจที่มั่นคงแล้วก็ได้โครงสร้างพื้นฐานมาใช้งาน นอกจากนั้นยังมี การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในด้านอื่น ๆ ซึ่งกําลังจะเกิดขึ้นแล้วก็ใช้ตลาดของประเทศไทย ได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์คนพิการ อุปกรณ์การศึกษา เป็นต้น ตลาดของภาครัฐอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างโดยทั่ว ๆ ไปของภาครัฐ ซึ่งปีหนึ่ง ๆ รัฐบวกกับรัฐวิสาหกิจซื้อของกันหลายแสนล้านบาท หากได้พิจารณาสินค้า ซึ่งประเทศไทยได้เป็นผู้ผลิตแล้วก็ทําได้ดีมากขึ้น ๆ นั้น จะพบว่าผู้ประกอบการหลายคน ที่มีนวัตกรรมพบว่าตลาดเริ่มแรกค่อนข้างจะลําบาก จึงสมควรที่จะเปิดโอกาสให้สินค้าไทย ที่ได้มาตรฐานได้มีตลาดเริ่มแรกของสินค้าตัวเองให้กับภาครัฐโดยการจัดวิธีการที่ให้มีการซื้อ โดยวิธีกรณีพิเศษ
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตร อันนี้ก็สอดคล้องกับ ท่านสมาชิกที่อภิปรายท่านที่แล้วนะครับ ซึ่งมีประเด็นมากมายว่าหากมีองค์ความรู้ให้กับ เกษตรกร เกษตรกรต่าง ๆ ก็สามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายในการทําการเกษตร เช่นลดการใช้ ปุ๋ยเคมีหรือใช้ยาฆ่าศัตรูพืชที่เป็นพิษกับร่างกายน้อยลงหรือไม่ใช้เลย โดยใช้ทางเลือก ตัวอย่างเช่น การเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณสมบัติต้านทานน้ําท่วมหรือว่าต้านโรคของพืช บางชนิด หรือว่าการใช้สารชีวพันธุ์อย่างเช่น ราบิวเวอร์เรีย (Beauveria bassiasma) ทดแทนการใช้สารเคมีซึ่งเป็นพิษกับผู้บริโภค รวมทั้งเป็นพิษกับตัวเองด้วย เพราะฉะนั้น กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปนั้นก็ย่อมที่จะเกี่ยวโยงกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เข้าสู่ชุมชน การใช้กลไกวิสาหกิจชุมชนวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดขึ้นได้อย่างช้า แต่ว่าจําเป็นที่จะต้องมีแผนระยะยาวครับ
อันสุดท้าย เกี่ยวกับข้อเสนอที่ผมใคร่ขอเสนอให้บรรจุในการอภิปรายในกลุ่ม คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจนะครับ อันแรก ก็คืออยากจะขอให้บรรจุประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ทั้งเพื่อเศรษฐกิจหลักและเศรษฐกิจฐานรากเข้าไปอยู่ใน กระบวนการของการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเด็นที่ ๒ คือควรจะต้องคํานึงถึงการวิจัย และพัฒนาทั้งเพื่อให้ได้ความรู้พื้นฐานและการวิจัยประยุกต์ วิจัยสังคม และวิจัยนโยบาย เพื่อนําผลการวิจัยที่มีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ดีมาประกอบในการตัดสินใจ ประเด็นที่ ๓ ควรจะเน้นให้ประเทศของเรานั้นมีระบบควบคุมคุณภาพการผลิต ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้มาตรฐานสากล การกําหนดมาตรฐานสินค้า การกําหนด กระบวนการให้ตรามาตรฐานของเราเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก และระบบมาตรวิทยา ของประเทศซึ่งเป็นแม่บทของการสอบเทียบเครื่องมือวัด
ประเด็นสุดท้าย ผมใคร่ขอให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยเศรษฐกิจนั้น อนุโลมนําข้อเสนอ สปช. วาระปฏิรูปที่ ๒๐ ซึ่งชื่อว่าระบบวิจัยเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ทางปัญญาของประเทศ แล้วก็วาระที่ ๒๑ คือระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมของประเทศ แล้วก็วาระพัฒนาที่ ๘ คือการปฏิรูป ข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ ๓ วาระนี้อนุโลมนํามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการอภิปราย ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจด้วยครับ ขอบพระคุณครับ