สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๘ · ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ชูชาติ อินสว่าง หารือเรื่องปฏิรูปเศรษฐกิจภาคเกษตร โดยเน้นการช่วยเหลือตนเองและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน พร้อมเสนอแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำแล้ง รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และลดอัตราดอกเบี้ย

นายชูชาติ อินสว่าง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูชาติ อินสว่าง สปท. ๐๔๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าหนังสือ ที่เห็นอยู่ในมือผม ๓-๔ เล่มนี้เป็นวาระการปฏิรูปเรื่องเศรษฐกิจ เฉพาะภาคเกษตรนี่เล่มโต หนาถึง ๓๐๐ กว่าหน้า และอีกเล่มหนึ่งเป็นการปฏิรูประบบการเกษตรพันธสัญญาให้เป็นธรรม และอีกเล่มหนึ่งกรอบการปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่ง ๓ เล่มนี้ไม่รวมกับเรื่องอื่น ๆ อีกเยอะแยะ ฝากกรรมาธิการซึ่งมีท่านประธานสมชัยและท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์จะทําสําเร็จมาจน ทุกวันนี้ต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะพอสมควร ท่านประธานที่เคารพครับ การใช้เวลานั้น ต้องทําความเข้าใจ ต้องเรียกคนมาเชิญมา เราเป็นแต่คุณอํานวย เราไม่ได้เป็นคุณอํานาจ บางทีเขาก็มาบ้างไม่มาบ้างก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับเขาได้ แต่การทําทั้งหลายทั้งปวงบางเรื่อง จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติม แม้กระทั่งต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด แม้กระทั่งต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเสียด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าพี่น้องเกษตรกรผม ทั้งประเทศ ๓๙ ล้านคน คิดเป็น ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศไทย ขณะนี้ ประสบปัญหาเดือดร้อนเนื่องจากภัยแล้งและอีกหลาย ๆ อย่าง แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้นผมได้ กราบเรียนไปยังพี่น้องเกษตรกรผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชมรมสหกรณ์ภาคเกษตรแห่งประเทศไทย ผมบอกว่า ณ วันนี้เราอย่าไปเรียกร้องอะไรมาก ขอให้เราใช้อุดมการณ์และวิธีการของสหกรณ์ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ นั่นคือช่วยเหลือตนเองและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันเป็นใหญ่ ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าภัยแล้งคืบคลานเข้ามาสู่ภาคเกษตรในประเทศไทย ถ้าเรานิ่งนอนใจอยู่ มัวแต่รอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว รัฐบาลเองก็มีภาระล้นมือไม่สามารถช่วยเหลือได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเราช่วยเหลือตัวเองได้ก็จะเป็นอันดีอย่างยิ่งสําหรับเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้คิดว่าถ้าเราจะช่วยเหลือตัวเองนั้นจะต้องมีองค์ประกอบ ๔ องค์รวมด้วยกัน

องค์รวมองค์แรก ก็คือส่วนราชการครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ณ วันนี้ ต้องตื่นตัว ต้องเข้มงวด ต้องให้ความสุขแก่พี่น้องประชาชนได้ วันนี้เกษตรกรเดือดร้อน ท่านต้องลงไปช่วย ท่านต้องลงไปดูแล ต้องลงไปค้นประเด็นปัญหาว่าปัญหาอะไรที่มันเกิดขึ้น นี่คือภาคแรก ถ้าราชการลงไปกระทําการ ลงไปดูแล ลงไปให้กําลังใจพี่น้องเกษตรกรแล้ว ผมเชื่อแน่ว่าจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้เยอะ

องค์ที่ ๒ ก็คือตัวของสหกรณ์เองหรือตัวของรัฐวิสาหกิจชุมชนเอง หรือตัว ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเอง หรือตัวของสันนิบาตสหกรณ์ แห่งประเทศไทยเอง หรือแม้แต่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแต่ละจังหวัดเอง ต้องลุกขึ้นมา ทํางาน ลุกขึ้นมาช่วยกันที่จะทําภารกิจต่าง ๆ ช่วยรัฐบาลให้ประสบความสําเร็จได้ ณ วันนี้ ถ้าแต่ละสหกรณ์บอกว่าทําไม่ได้ แต่ละองค์กรบอกว่าทําไม่ได้ ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ไม่ได้หรอกครับ ภัยแล้งก็มาต้องเรียกคนมาประชุม ต้องเรียกคนมาระดมความคิดว่าเราจะทําอย่างไร ขุดบ่อได้ไหม เจาะน้ําบาดาลได้ไหม เอาเงินที่ไหน เงินไม่มี ราชการไม่มี เรามีไหม ถ้าเราไม่มีเพื่อนเรามีไหม สหกรณ์ภาคออมทรัพย์ มีเยอะแยะ สร้างเครดิตให้เขาเห็นไปเอามาเมื่อไรก็ได้ครับ ณ วันนี้ถ้าเรามีความตั้งใจ อยากจะทํา สําคัญเราไม่ทําแค่นั้นเอง นี่คือองค์ประกอบองค์ที่ ๒

องค์ประกอบองค์ที่ ๓ ก็คือตัวเกษตรกรเอง ณ วันนี้เขาก็แจ้งให้เราทราบแล้ว ว่าฝนไม่มี น้ําแล้ง น้ําต้นทุนถูกเอาไปใช้หมดเราจะทําอย่างไรกัน ทําไม่ได้แล้วทําอย่างไร ตะโกนร้องแรกแหกกระเชอบอกว่าทําไม่ได้ ๆ ก็อดตายแน่นอน ถ้าทําไม่ได้เขาบอกว่าให้ปลูกพืช น้ําน้อยได้ไหม ไม่เคยปลูก จะทําอย่างไร เมื่อไม่เคยปลูกเรียนรู้สิครับ ก็ต้องอาศัย ภาคราชการมาช่วยแนะนําส่งเสริมว่าถ้าปลูกถั่วอายุมันกี่วัน ปลูกแล้วจะเอาไปขายที่ไหน ภาคราชการเขาก็จะมาช่วยเรา อันนี้คือสิ่งสําคัญที่ตัวเกษตรกรจะต้องเรียนรู้สําคัญที่สุด

องค์ประกอบองค์ที่ ๔ ก็คือสื่อมวลชน หรือสื่อสารมวลชน หรือสื่อสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อจากรัฐไปเกษตรกร สื่อจากองค์กรไปเกษตรกร หรือสื่อจากทั่ว ๆ ไป ไปให้ เกษตรกรได้เรียนรู้ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการทํางานใหม่ ต่อไปนี้จะฟุ่มเฟือยอย่างเก่าไม่ได้แล้ว ต้องขยันขันแข็ง ต้องมานะอดทน อย่างนี้เป็นต้น

เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าเราตื่นตัว ติดตาม กํากับ ดูแล และประเมินผล และให้กําลังใจซึ่งกันและกันนะครับ เราสามารถที่จะนํานโยบายที่ ท่านกรรมาธิการเขียนไว้ทั้งหมด ๓-๔ เล่มนี้ไปปฏิบัติได้ ถ้าเราปฏิบัติได้อย่าว่าเราจะเป็นผู้นํา ทางด้านอาเซียน (ASEAN) เลยครับ เราเป็นผู้นําโลกยังได้เลยเพราะเราเป็นครัวโลกอยู่ตรงนี้แล้ว ที่สําคัญที่สุดเราต้องทํา ถ้าเราไม่ทําวันนี้แล้วนะครับเรารอไม่ได้แล้ว ที่สหกรณ์ผมนะครับ พอภัยแล้งเข้ามาผมเรียกประชุมเลยครับ ๑. ปรับโครงสร้างหนี้ ๒. ลดอัตราดอกเบี้ย ๓. ถ้าใครกู้เงินไปขุดบ่อ ขุดสระ ขุดอะไร ต้องปลอดดอกเบี้ยให้ ๑ ปี ขุดบ่อ ขุดสระ เสร็จเรียบร้อยรีบเชิญประมงจังหวัดมาเอาปลาไปปล่อย เสร็จเรียบร้อยพอถึงปีจับเอาปลาขึ้นมา ใช้เงินต้น ผมต้องให้ความรู้เขา ต้องให้กําลังใจเขา อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธาน ถ้าวันนี้เรายังไม่นํานโยบายไปปฏิบัติ ๓-๔ เล่มที่อยู่ในมือผมก็เหมือน เศษกระดาษว่างเปล่า พี่น้องเกษตรกรขณะนี้นะครับ ไปถามที่ไหนเขาก็บอกว่าไม่ให้ทํานา ไม่ให้ทํานาแล้วปลูกถั่ว ให้ปลูกถั่วแล้วเอาไปขายที่ไหน ถ้าเราไปเห็นด้วยกับเขานี่นะครับ เออจริง อย่างนั้นถูกต้องไม่ได้ครับ เราต้องให้ความรู้เขา โดยเฉพาะลําดับอีกทีนะครับ ภาคราชการ องค์กร ตัวเกษตรกรเอง แล้วก็สื่อ ถ้าสื่อให้กําลังใจ ให้คําแนะนํา ให้การเรียนรู้เขา เขาประสบความสําเร็จแน่นอน

และสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าพี่น้องเกษตรกรผมรวยนะครับ ปัญหาซื้อเสียงไม่เกิดครับ เชื่อผมเถอะครับ ไม่ต้องไปซื้อเลยครับ เขาไม่เอาครับ เพราะเขา มีสตางค์แล้วครับ

ประการที่ ๒ ถ้าพี่น้องเกษตรกรผมรวย เรื่องการสาธารณสุขก็ไม่ต้องไปยุ่ง วุ่นวายใช้งบประมาณมากมายขณะนี้ สิ่งแวดล้อมก็ไม่ต้องไปกลัว

ประการที่ ๓ ถ้าพี่น้องเกษตรกรผมรวย เรื่องปรองดองไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้ารวยแล้วรักกัน ทุกวันนี้ทุกคนจะหาเงินก็เลยมีความไม่ปรองดองกันเกิดขึ้น ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ