ชูชัย ศุภวงศ์ ขอขอบคุณท่านประธานและท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ ท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล และคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจที่มีส่วนช่วยปฏิรูปเศรษฐกิจไทย และขอเสนอ 3-4 ประเด็นที่จำเป็นในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคมไทย โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอำนาจเหนือตลาดทุนสามานย์ และเร่งปฏิรูปการเงินฐานราก โดยขอขยายระยะเวลาการปฏิรูปจาก 10 ปี เป็น 5 ปี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิรูปที่ดิน โดยเรียกร้องให้ออก พ.ร.บ. ว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร และเสนอมาตรการปฏิรูปทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอแสดงความขอบคุณและชื่นชมท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ แล้วก็ท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล ในฐานะอดีต สปช. ด้วยกันที่ทําเรื่องปฏิรูปกันมา เป็นเวลาร่วมปีนะครับ แล้วส่วนของผมในฐานะที่เป็นรองประธานกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ถูกคว่ําไปแล้วนะครับ รับผิดชอบในหมวดปฏิรูป ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ทุกด้านในสภาของ สปช. ก็มีความชื่นชมกับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจอย่างมากทั้ง ๒ ชุด สิ่งที่เราได้ทํางานร่วมกันคือ สกัดส่วนที่เป็นสาระสําคัญในเรื่องของปฏิรูปเศรษฐกิจทั้งมหภาคและรายภาคบรรจุไว้ใน รัฐธรรมนูญ แค่นั้นไม่พอนะครับ เรายังได้บันทึกในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในแต่ละมาตราด้วยเหตุที่ว่ามีความกังวลว่าเมื่อไปเป็น พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญแล้ว เจตนารมณ์อาจจะถูกเบี่ยงเบน และเมื่อมีเวลาเหลืออยู่เราก็ทําการร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทยที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็มอบให้ ผมเป็นประธานชุดนี้ เมื่อทั้ง ๓ ส่วนออกมา คือ มาตราที่เกี่ยวกับการปฏิรูป ในร่างรัฐธรรมนูญ บันทึกเจตนารมณ์ แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ อย่างที่ ผมกล่าวแล้วนะครับ ก็ฟังเสียงจากนักธุรกิจ ฟังเสียงจากผู้นําชุมชนในท้องถิ่นก็ได้แสดง ความชื่นชม โดยนักธุรกิจบางท่านถึงกับบอกว่าถ้าชุดกระบวนการปฏิรูปเศรษฐกิจ ตามรัฐธรรมนูญที่ออกมา ตามร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญที่ออกมาจะทําให้เราสามารถ แข่งขันทางการค้ากับต่างประเทศได้ แล้วทางผู้นําชุมชนก็บอกว่าจะเป็นการสร้างประชาธิปไตย ทางเศรษฐกิจครั้งสําคัญ ท่านประธานครับ ปกติที่ผ่านมาเรามักจะพูดถึงประชาธิปไตย ทางการเมืองของนักเลือกตั้งนะครับ ขอประทานโทษ เราละเลยเพิกเฉยประชาธิปไตย การมีส่วนร่วม ประชาธิปไตยของท้องถิ่น และที่สําคัญที่แทบไม่เคยกล่าวถึงเลยคือ ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่ดอกเตอร์กอบศักดิ์ได้พูดถึงนะครับ ถ้ามองย้อนไปในอดีตก็จะมี ท่านปรีดี พนมยงค์ ได้พูดถึงประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ถ้ามองในปัจจุบันก็มี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี ที่ได้พูดถึงนี้ไว้นะครับ ก็ด้วยเหตุที่ว่ามี ความเหลื่อมล้ํากันมากเหลือเกินในสังคมไทย การที่เครื่องมือเหล่านี้ทํางานจะนําไปสู่การลด ความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ผมขอเสนอ ๓-๔ ประเด็นที่คิดว่า มีความจําเป็นเร่งด่วนใน ๒๐ เดือนข้างหน้านะครับ แต่ว่าที่ไม่กล่าวถึงก็มีความจําเป็นเช่นกัน
ประเด็นแรก ก็เป็นประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจมหภาค และ ๓ ประเด็น ที่เหลือนี้ก็ลงเศรษฐกิจรายภาค เศรษฐกิจมหภาคที่เป็นปัญหาสําคัญคือต้องแก้ปัญหาอํานาจ เหนือตลาดที่นักวิชาการบางท่านพูดว่าทุนสามานย์ แต่ว่าอดีต สปช. เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่านมาทําให้ภาษาสุภาพขึ้น ท่านบอกว่าทุนสัมมากับทุนไม่สัมมา ทุนสามานย์นี้นําไปสู่ การเกื้อกูลของระบอบเผด็จการรัฐสภาทุนสามานย์นะครับ ซึ่งสร้างความแข่งขัน ที่ไม่เป็นธรรมอย่างมาก ประเด็นที่ผมเสนอก็คือต้องเร่งร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าออกมาโดยเร็วครับ เพราะฉะนั้นกลไกระหว่าง สปท. สนช. รวมทั้ง ครม. จะเป็นจุดสําคัญที่จะต้องเร่งดําเนินการในเรื่องนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ เป็นการปฏิรูประบบเกษตรพันธสัญญา อันที่จริง อาจารย์กอบศักดิ์ได้พูดในเรื่องนี้ไว้อย่างแจ่มชัดนะครับ ส่วนปฏิรูประบบเกษตร เดี๋ยวท่าน สปท. ชูชาติ อินสว่าง เป็นตัวแทนเกษตรกรจะมาอภิปรายต่อจากผมอีกทีหนึ่ง ประเด็นสําคัญของสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรนี้ผมคิดว่าต้องเร่งจัดตั้งคณะกรรมการ พัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรมขึ้นมา องค์ประกอบและรายละเอียดได้มีอยู่ใน รายละเอียดแล้ว ก็ต้องเร่งผ่านการผลักดันร่าง พ.ร.บ. ต่าง ๆ ออกมา อันนี้ก็มีความจําเป็น อย่างยิ่งที่ต้องประสานงานกับทาง สนช. เพื่อให้เครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ออกมาทํางาน
ประเด็นที่ ๓ คือการเร่งปฏิรูปการเงินฐานราก ท่านเพื่อนสมาชิกและท่านประธาน ที่เคารพครับ ทุกภาคส่วนในสังคมมีสถาบันการเงินเป็นของตัวเองนะครับ แต่ว่าชุมชน ขาดแคลนสถาบันทางการเงินและที่มีก็ไม่เข้มแข็ง การวางเป้าว่าใน ๑๐ ปีข้างหน้า จะยกมาตรฐาน จะปฏิรูปประมาณ ๗,๐๐๐ แห่ง ผมคิดว่าไม่ทันการณ์นะครับ เป็นไปได้ไหมว่า ย่นย่อระยะเวลาให้เหลือภายใน ๕ ปีนะครับ แล้วจากนี้ไปอีก ๒๐ เดือนข้างหน้าเราจะทํา เป็นตัวอย่างสักจังหวัดละ ๑ แห่งได้ไหมครับ ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศอาจจะยกเว้น กทม. เพื่อให้เห็นรูปธรรมของการปฏิรูปว่าสถาบันการเงินที่เป็นที่พึ่งได้ของชุมชนนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และพัฒนาการต่อไปในอนาคตอาจจะเป็นธนาคารสหกรณ์ หรือธนาคารเครดิตยูเนียน แบบต่างประเทศที่ไม่ใช่เชื่อมโยงกับธนาคารพาณิชย์ที่คนกังวลว่าจะดูดทรัพยากรของชนบท เข้าสู่เมือง
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ เร่งปฏิรูปที่ดินในส่วนที่เรา สามารถดําเนินการได้ อันที่จริงท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ดําเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว เราได้ยินข่าวที่น่าชื่นใจก็คือการมอบที่ดินให้ชุมชนที่แม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ ท่านกําชับว่า อย่าไปขายต่อ จริง ๆ แล้วร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรนั้น หรือเดิมเราเรียกว่าโฉนดชุมชนไม่สามารถเอาไปขายต่อได้ แต่ว่าให้สิทธิชุมชนสามารถทํากิน ได้ตลอดไป อันนี้จะแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ําได้มาก เพราะร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับธนาคารที่ดิน ๒ ฉบับนี้ต้องประสานงานเร่งรีบออกมาเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยาก และความเหลื่อมล้ําในสังคม
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน คือมาตรการทางภาษีโดยเฉพาะภาษีที่ดิน ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ การศึกษาของอาจารย์อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ บอกว่าประเทศสูญเสียไป ปีหนึ่งประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะว่าที่ดินกว่าร้อยละ ๗๐ ของประเทศ ไม่ได้ใช้อย่างคุ้มค่า ทําอย่างไรถึงจะเอาที่ดินต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้อย่างคุ้มค่า ก็ต้องใช้กลไก และมาตรการทางภาษี ใน ๔ ประเด็นที่ผมเสนอนี้ผมเชื่อว่าใน ๒๐ เดือนข้างหน้าเราจะเห็น รูปธรรมของการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสร้างสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ประเทศเราจะน่าอยู่น่าอาศัยยิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ