เฉลิมชัย เครืองาม หารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง และขอให้ใช้เอกสารที่ สปช. ทําไว้เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะพักฟื้น และต้องมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิรูปสำเร็จ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมไปดูเวลา กับดูจํานวนผู้อภิปรายแล้วเห็นว่ามีเหลือ ก็เลยคิดว่าน่าจะได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นบ้าง ใช้เวลาไม่นานครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังผู้อภิปราย หลายท่านแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการปฏิรูปการเมืองแล้วต้องขอกราบเรียนว่า ค่อนข้างจะเป็นรูปธรรมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด ขออนุญาต เอ่ยนามท่านพี่อู้ของผมนะครับ ท่านได้ทําเป็นเอกสารไว้เรียบร้อย ซึ่งเห็นว่ามีคุณค่าอย่างยิ่ง น่าที่จะนําไปขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะว่าทาง สปช. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางภาคการเมืองท่านได้ศึกษาได้ทําเอกสารอะไรไว้มากมายพอสมควรแล้ว เรามีเวลา ไม่มากพอที่จะมาเริ่มต้นศึกษากันใหม่ การศึกษาของ สปช. ด้านการเมืองนั้นท่านทําไว้ อย่างรอบคอบเกือบจะทุกด้าน ครบทุกด้านก็ว่าได้ เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ถ้ามีเวลาผมก็จะ นําไปเผยแพร่ต่อในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งได้ประสานไว้บ้างแล้ว ทางผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านก็พยายามที่จะขอข้อมูลมา แต่ว่าเรามีเวลาที่จะทําเรื่องนี้ค่อนข้างจะน้อย เพราะฉะนั้น ตัวเลข ๖ : ๔ นั้นเป็นตัวเลขที่อย่างเป็นทางการว่าไม่เกินนั้น แต่ว่าเวลาที่ทาง สปท. จะมี ผมว่า ๖ เดือนแรกนั้นมีค่าที่สุด และมีค่าที่สุดก็คือเดือนนี้ละครับคือเดือนพฤศจิกายน ถ้าหากว่าเราได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้ศึกษาไว้อย่างเป็นรูปธรรมแล้วนําเสนอไปก็น่าจะมี การขับเคลื่อน และหลายเรื่องน่าจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญได้เลย เพราะว่าการปฏิรูป การเมืองนั้นถ้าพูดกันไป เขียนเอกสารกันไปมันก็คือตํารา ซึ่งไม่ทราบว่าเมื่อไรจะมีโอกาส ที่จะนําไปใช้ได้อย่างจริงจัง การนําไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมนั้นคือการได้เขียนเอาไว้ ในรัฐธรรมนูญ นวัตกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าใครจะคิดขึ้นมาในด้านไหน เรื่องของพรรคการเมือง เรื่องของการเลือกตั้ง เรื่องของอะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องที่จะขับเคลื่อนได้คือต้องใส่ไว้ ในรัฐธรรมนูญครับ และกรรมการที่เขากําลังเขียนอยู่เวลานี้อย่างขมีขมันก็ใช้เวลาเรื่องนี้ ที่กําลังเข้มข้นอยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบัญญัติในบทบัญญัติว่าด้วยการที่จะสกัด คนที่มีอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดช หรือทําชั่วทางการเมืองก็ว่าได้ ไม่ให้เข้าสู่การเมือง ไม่เพียงสกัด ไม่ให้เข้าสู่การเมืองในระยะเวลา ๕ ปีเท่านั้น แต่สิ่งที่คิดว่าเป็นฉันทามติร่วมกันของคนไทย ทั้งประเทศก็ว่าได้ เราพยายามที่จะสกัดคนเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่การเมืองตลอดชีวิต ดังที่ทุกท่านทราบเมื่อเร็ว ๆ นี้เองก็มีหนังสือจากทางท่านองคมนตรีท่านหนึ่งนําหนังสือ ถึงทางรัฐบาลเพื่อส่งต่อถึงยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นคุณูปการอย่างยิ่ง เป็นไฟเบิกทาง เป็นไฟที่เป็นแสงสว่างให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องใช้ยาแรง เพื่อแก้ปัญหาการเมืองกับประเทศ ท่านประธานครับ ก่อนวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั้น ประเทศไทยเปรียบเหมือนคนป่วยหนักมีอาการร่อแร่สาหัสจําเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าตัด ถ้าเป็นมะเร็งก็เป็นมะเร็งเกือบจะระยะสุดท้ายก็ว่าได้ หลังวันที่ ๒๒ พฤษภาคม คสช. เข้ามา เข้ามาแล้วนําประเทศไทยเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่าผมอยากจะใช้ภาษาทางการแพทย์เนื่องจาก ผมเป็นแพทย์ ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะพักฟื้น ถ้าคนที่ออกจากห้องผ่าตัดก็คือเข้าสู่ห้องพักฟื้น หรือรีคัฟเวอรีรูม (Recovery room) ในรีคัฟเวอรีรูม (Recovery room) จะมีสายระโยงระยาง เต็มไปหมด มีสายน้ําเกลือ มียาเพิ่มความดัน มีเครื่องวัดมอนิเตอร์ (Monitor) การเต้นของหัวใจ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายเต็มไปหมด ภาวะที่อยู่ในรีคัฟเวอรีรูม คือภาวะเหมือนกับประเทศไทยที่อยู่ในเวลานี้ครับ หลังจากที่ประเทศไทยออกจากห้องพักฟื้น เข้าสู่ห้องธรรมดาหรือห้องพิเศษแล้วนี่ หรือห้องวีไอพี (VIP) แล้วนี่ ประเทศไทยจึงจะกลับ เข้าสู่ภาวะปกติคือมีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นประเทศไทยที่อยู่ในภาวะพักฟื้น อยู่ในห้องพักฟื้น หรือรีคัฟเวอรีรูม (Recovery room) จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ นั่นคือจะต้องมีมาตรการต่าง ๆ มากมาย ถ้าเป็นยาก็ใช้ยาพิเศษ การแก้ไขปัญหาการเมือง ของประเทศไทยจึงต้องใช้ยาแรงครับ ท่านประธานครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้อาจารย์สีลาภรณ์ บัวสาย นําภาพนี้มาให้เราดูในห้องประชุมแห่งนี้เป็นภาพเครื่องบิน เปรียบการเมืองของประเทศไทย หรือการปฏิรูปประเทศไทยเสมือนเครื่องบินเครื่องนี้ มีใบพัด มีน้ํามัน มีพลังงาน มีปีกหน้า ปีกหลัง มีอะไรเต็มไปหมด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รวมกันแล้วคือการปฏิรูปของประเทศไทย จะเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ผมขออนุญาตนําเสนอท่านประธานครับ เครื่องบินเครื่องนี้จะขึ้นบินได้ จะต้องอาศัยสิ่งที่สําคัญที่สุดคืออะไรครับ คือลมใต้ปีก ลมหรือบรรยากาศที่อยู่ใต้ปีก ที่พยุงเครื่องบินเครื่องนี้ให้บินขึ้นได้ ลมใต้ปีกที่ผมเปรียบเปรยนี้คือสภาวะหรือสถานการณ์ ทางการเมืองของประเทศนั่นเอง การเมืองของประเทศที่จะต้องมีการปฏิรูป อากาศ มีบรรยากาศหรือแอตมอสเฟียร์ (Atmosphere) เครื่องบินจะบินขึ้นได้ต้องมีลมใต้ปีกพยุง ให้ปีกขึ้นได้เครื่องบินก็จะบินขึ้นได้ เพราะฉะนั้นท่านจะปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม กีฬา หรืออะไรก็แล้วแต่ จุด จุด จุด ไม่ได้เลยถ้าท่านไม่ปฏิรูปการเมืองเสียก่อน ผมผิดหวังนิด ๆ ที่ทางกรรมาธิการผู้ร่างข้อบังคับการประชุมของ สปท. บัญญัติให้มีกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อที่จะปฏิรูปเรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน จริง ๆ ก็ไม่ได้ผิดหวังเสียทีเดียว แต่หวังว่า ท่านจะมีมากกว่า ๑ คณะเสียเลยในข้อบังคับ ไม่ต้องไปตั้งอีกคราวหน้าแล้ว หนึ่งในนั้น ซึ่งมาจากโพล (Poll) ของทั่วประเทศครับ ไม่ว่าโพล (Poll) อันไหน โพลสวนดุสิตโพล (SUAN DUSIT POLL) โพลเอแบคโพล (ABAC Poll) อะไรก็แล้ว แต่เขาบอกเลย การปฏิรูปการเมืองอยู่ในระดับต้น ๆ ของ สปท. หรือ สปช. ที่ผ่านมาด้วยซ้ําที่จะต้องปฏิรูป เพราะฉะนั้นการเมืองคือลมใต้ปีกที่จะพยุงเครื่องบินประเทศไทยให้บินขึ้นได้เพื่อที่จะนํา ประเทศไทยออกจากห้องพักฟื้นหรือรีคัฟเวอรีรูม (Recovery room) ได้อย่างราบรื่น กลับเข้าสู่ห้องวีไอพี (VIP) ได้แล้วก็เติบโตปีกกล้าขาแข็งได้ในอนาคต เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะต้องทําอย่างเป็นรูปธรรมเป็นอันดับแรกที่คนไทยเกือบทุกคนถ้าไปถามดูเขาบอกเลย สกัดมันเลยขออนุญาตใช้คําว่า มัน สกัดเขาเลย เขาคือใคร เขาคือผู้ก่อให้เกิดอนันตริยกรรม ในทางพระคือผู้ที่กระทําบาปกับประเทศ ทําบาปอย่างใหญ่หลวง ถ้าทางพระอนันตริยกรรม เหมือนการทําบาปขั้นสูงสุด ขั้นร้ายแรงถึงขั้น เช่น ปิตุฆาต มาตุฆาต ฆ่าบิดา มารดา ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ เป็นบาปที่ไปนรกไม่ได้ ไปสวรรค์ไม่ได้ อย่าให้เขาได้เกิด เพราะฉะนั้นท่านได้ทําอะไร ที่ทําเอาไว้กับบ้านเมือง ทุจริตต่อหน้าที่ ทุจริตคอร์รัปชัน ทุจริตโกงกิน ทุจริตการเลือกตั้ง ถ้าหากมีผลทางกฎหมายแล้วด้วยคําพิพากษาของศาลหรืออะไรก็แล้วแต่ ต้องมีผลบังคับใช้ ไม่ต้องไปเคอะเขิน ไม่ต้องไปเกรงใจแล้ว สกัดเขาไม่ให้เข้าสู่การเมืองตลอดชีวิต คําว่า ไม่ให้เข้าสู่การเมืองตลอดชีวิตนี้ท่านประธานครับ เป็นอะไรที่ยิ่งกว่ากลัว กลัวอะไรก็ไม่เท่า กลัวเขาบอกว่าไม่ให้เข้าสู่การเมืองตลอดชีวิต โอเค (Okay) ครับอาจจะมีนอมินี (Nominee) เข้ามา แต่การที่สกัดไม่ให้เข้าสู่การเมืองตลอดชีวิต ไม่ใช่ ๕ ปีนะครับ คือตลอดชีวิต อันนี้เป็นสิ่งที่นักการเมืองกลัวที่สุด เพราะฉะนั้นการใช้ยาแรงอันนี้ถ้าเรารู้ว่าจุดอ่อนของนักการเมืองคืออันนี้ต้องหาทางทําเสีย เพราะฉะนั้นรูปธรรมที่จะเกิดขึ้นได้ใน ๖ : ๔ ๖ แรกของการร่างรัฐธรรมนูญนี่ทําเสียเลยครับ สกัดเขาเสียเลยเราระดมสมอง ระดมสติปัญญาทั้งหมดพี่อู้ได้ทําเอาไว้แล้ว ผมว่าอันนี้ อยากจะรวบรวมเป็นระดมรายชื่อส่งให้กับทางกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเราจะคุยกัน เรื่องรัฐธรรมนูญในสัปดาห์หน้าวันจันทร์ ซึ่งก็คงจะทัน แต่อยากให้มีผลเป็นรูปธรรม อย่างน้อยที่สุดรูปธรรมที่เราได้ศึกษาเอาไว้แล้วบวกกับสิ่งที่เราจะระดมสมองและส่งให้กับ ทางกรรมการผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เขาอยากจะได้สิ่งที่เราเห็นระดมร่วมกันว่าเราจะนําไป ขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ ง่ายที่สุดคือเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ต้องไปคิดเผื่ออีกปี ๒ ปี ๓ ปีข้างหน้า ๖ เดือนหน้านี่ละครับ เห็นหน้าเห็นหลังแล้วถ้าไม่ใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญก็ไม่รู้ จะใส่เมื่อไร เพราะว่าโอกาสทองอยู่ ณ ขณะนี้ใกล้แค่มือเอื้อมแล้วเขารออยู่ ถ้าหากว่าเรา ได้ทําสิ่งที่เป็นประโยชน์คุณูปการอย่างเป็นรูปธรรมอันนี้ผมว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ท้ายที่สุด ท่านประธานครับ ผมได้ฟังท่านผู้มีเกียรติหลายท่านอภิปรายในเรื่องของ นักการเมือง เรื่องของการโกงเลือกตั้งและเรื่องของการโกงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ต้องขอกราบเรียนว่าเป็นสนิมเป็นปลวกที่กัดกร่อนประเทศไทยมานานมาก ๆ นานตั้งแต่ ผมเป็นเด็กจนโตขึ้นขณะนี้ผมก็ยังได้ยินเรื่องการโกงเลือกตั้ง การโกงเลือกตั้งนั้นมีจริง ผมเห็นกับตา ผมเคยได้ยินโดยสิ่งที่ผมสัมผัสนั้นผู้ใกล้ชิดสามารถเอาเงินมาให้ผมดูได้เลยว่า นี่คือสิ่งที่เขากลับบ้านไปแล้วครอบครัวเขาประมาณ ๑๔ คน ได้รับมาหัวละ ๔๐๐ บาท แล้วก็กลับมาพร้อมกับข้าวของเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องใช้มาใช้ในบ้าน การโกงเลือกตั้งนั้น ถ้าหากว่าเกิดขึ้นแล้วต้องเรียนว่าจะอาศัยมาตรการของ กกต. หรือกฎหมายอ่อน ๆ คงไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นมาตรการที่ทาง กกต. จัดทําขึ้นหรือทางผู้ร่างรัฐธรรมนูญจัดทําขึ้นในอนาคต ผมคิดว่าเหมือนกับเรื่องของการปราบทุจริตคอร์รัปชันคือต้องใช้ยาแรงก็คงใช้เวลาเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ