สุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ระบุว่าการประชุมสภาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมือง และขอเสนอแนะให้การประชุมสภาเป็นการประชุมอย่างราบรื่น สร้างสรรค์และมีวุฒิภาวะ นอกจากนี้เขายังแสดงความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของกรรมการชุดพิเศษ และเรียกร้องการปรับปรุงกรอบในการทำงานของกรรมาธิการเพื่อให้ประธานสภาได้ออกมาตรการตามที่ต้องการ
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรชัย ดนัยตั้งตระกูล สปท. ๑๗๑ ขออนุญาตอภิปราย แต่ผมก็เรียนด้วยความเคารพว่า ก็คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงผลการลงมติได้ แต่ผมอยากจะ พูดไว้ในที่นี้เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งนะครับว่าข้อบังคับของการประชุมโดยเฉพาะของ การประชุมสภาเรานะครับ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกว่าข้อบังคับเป็นส่วนหนึ่ง ของการปฏิรูปการเมือง ท่านกรรมาธิการก็ดี ท่านที่ทํางานทางด้านการปฏิรูปการเมือง ผมอยากจะฝากไว้ว่าการประชุมในห้องประชุมในสภาไม่ว่าจะเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วุฒิสภาอะไรก็ตาม การประชุมอย่างราบรื่น การประชุมอย่างสร้างสรรค์ การประชุมอย่างที่ ผมสัมผัสมาในการประชุม สปท. นี้นะครับ ผมถือว่าเป็นการปฏิรูปการเมืองในลักษณะ ก้าวกระโดด เราคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ เราคุยโดยไม่อิงผลประโยชน์ส่วนตัว ผมอยากให้เกิดขึ้น ในข้อบังคับของ สปท. ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ประเด็นที่ผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปท่านกรรมาธิการนะครับว่าผมมีข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่องของข้อบังคับที่ท่าน ได้กรุณาร่างขึ้นมา
ประเด็นแรก ผมเห็นสอดคล้องกับท่าน สปท. ที่ได้พูดไปก็คือข้อ ๑๕ ข้อ ๑๕ ผมเรียนนะครับว่าในสภาวะของพวกเราที่เข้ามาทํางานผมเห็นว่ากรรมการประสานงาน ในแม่น้ําส่วนอื่นเป็นเรื่องที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่ท่านกรรมาธิการผมไม่แน่ใจ เพราะผมไม่ได้ติดตามแล้วก็ไม่มีรายงานการพิจารณาของกรรมาธิการ กรรมาธิการ เขียนออกมาเพียงสั้น ๆ นะครับ เขียนออกมาในลักษณะของการที่จะต้องให้ท่านประธาน สปท. ไปกําหนดเป็นระเบียบขึ้นมา ทั้งนี้ทั้งนั้นการทํางานของกรรมการชุดดังกล่าว เป็นการทํางานแทนพวกเราทั้งหมด ๒๐๐ คน ผมอยากให้กรรมาธิการได้เล็งเห็นความสําคัญ ในส่วนนี้โดยการเขียนรายละเอียดลงไปมากกว่านี้เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการที่ ท่านประธานจะได้ไปออกระเบียบ อย่างกรณีแม้กระทั่งจํานวนก็ไม่มีจํานวนเท่าไร ก็เพียงแต่ บอกว่าให้ประกอบไปด้วยสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญ ๒ คน สมาชิกอื่น และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งท่านกรรมาธิการเองก็ได้ห่วงใยกังวล ซึ่งตอนแรกผมนึกว่าจะได้แก้ ในสาระสําคัญ แต่ปรากฏว่าท่านก็ได้แก้อย่างเดียวว่าให้กรรมการประสานงานได้รับ เบี้ยประชุมตามระเบียบเท่านั้นเอง นอกจากเรื่องเงินแล้วผมเห็นว่าท่านควรจะได้เพิ่มส่วนอื่น เข้าไป เป็นข้อสังเกตเบื้องต้น
ประเด็นที่ ๒ ซึ่งเป็นประเด็นที่ค่อนข้างจะใหญ่มาก เป็นประเด็นที่ ในข้อบังคับฉบับนี้ได้ไปกําหนดภาระหน้าที่ของท่านประธาน สปท. อย่างมากมาย ผมเข้าใจว่า ในสภาวะอย่างนี้ท่านประธานมีอํานาจหน้าที่ในการที่จะต้องควบคุม สปท. เราให้เดินไป ในกรอบในทิศทาง แต่บางอย่างที่ท่านไปออกแบบขึ้นมาอย่างกรณีของคณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการสามัญถ้าดูตามข้อบังคับนี้ก็คือท่านประธานเป็นผู้มีอํานาจเบ็ดเสร็จ ในการให้ใครก็แล้วแต่ไปอยู่กรรมาธิการไหน ใครเป็นตําแหน่งอะไรในกรรมาธิการนั้น โดยมีเครื่องมือก็คือตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่งเท่านั้นเองเป็นภาระนะครับ ผมเรียนให้ทราบว่ากรรมาธิการตามประสบการณ์ของผมทํางาน ท่านประธานครับ ผมเป็นท่านสุดท้ายแล้วผมขอเวลาอีกนิดหน่อยจะจบแล้วครับ โดยเฉพาะกรรมาธิการสามัญ เป็นหัวใจสําคัญในการทํางานในสภาทุกแห่ง กรรมาธิการสมมุติว่ามี ๑๕ คน ๒๐ คน สมมุติว่า ท่านประธานตั้งผมไปเป็นประธานกรรมาธิการชุดหนึ่งโดยที่อีก ๑๕ คนเขาไม่ได้นับถือผมเลย เขาไม่ได้เห็นว่าผมมีคุณสมบัติในการที่จะเป็นประธานได้ปัญหาที่ผมจะควบคุมกรรมาธิการนั้น ลําบาก อันนี้ผมเรียนให้ทราบจุดแรก แล้วก็แม้แต่กระทั่งอํานาจในการตั้งคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการที่จะตั้งเกิน ๓ คณะอนุกรรมาธิการจะต้องให้ท่านประธานเป็นคนอนุมัติ ผมก็ว่าเป็นภาระ จริง ๆ แล้วคณะกรรมาธิการแต่ละคณะทํางานด้วยตัวเขาเอง คณะกรรมาธิการ อย่างที่ผมสนใจอยู่ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจนี่นะครับ มันไม่ได้ ๓ คณะแน่นอน การเงิน การคลัง การค้า การท่องเที่ยว ทุกอย่างมันเกินและจะต้องเป็นภาระให้ท่านประธาน เป็นคนอนุมัติแต่ละชุด ๆ ไป ผมเห็นว่าท่านกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับได้มีการกําหนด กรอบในการทํางานแล้วเพื่อไม่ให้คณะกรรมาธิการแต่ละชุดแย่งกันตั้ง แย่งกันเสนองานอะไร ทั้งหมดมันก็น่าจะเพียงพอผมก็ขออนุญาตถือว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังนะครับว่าถ้ากรรมาธิการ เห็นว่าข้อเสนอของผมมีประโยชน์เราก็จะพูดกันในวาระต่อไป ขอบพระคุณครับ