สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๐ · ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

สุภัทรา นาคะผิว หารือเรื่องการปฏิรูปการแก้ปัญหายาเสพติด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกแยะระหว่างผู้ใช้และผู้ติดยาเสพติด และเสนอแนวทางในการส่งเสริมการฝึกฝนในด้านวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงการดูแลผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดในฐานะผู้ป่วย และการตรวจสอบการใช้ยาเสพติดควรเป็นอํานาจของบุคลากรทางด้านสาธารณสุข

นางสาวสุภัทรา นาคะผิว

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สุภัทรา นาคะผิว สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นดิฉันขอแสดงความชื่นชมทาง คณะกรรมาธิการ คือดิฉันเห็นด้วยและรู้สึกยินดีมากที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ มีการหยิบยก ประเด็นเรื่องของยาเสพติดขึ้นมา เพราะดิฉันคิดว่าในสภาปฏิรูปแห่งชาติของเรายังพูดเรื่องนี้ น้อยมาก แต่จริง ๆ แล้วเปึนปัญหาที่สําคัญมากของประเทศชาตินะคะ อันดับแรกดิฉัน มีประเด็นที่อยากจะขอให้ช่วยพิจารณาเพิ่มเติมในเรื่องของการปฏิรูปการแก้ปัญหายาเสพติด

ดิฉันเองมีประสบการณ์ของการทํางานกับผู้ใช้ยาเสพติดมาประมาณ ๑๐ ป้ แล้วก็มีทั้งผู้ที่ใช้ เปึนครั้งคราว เสพเปึนครั้งคราว แล้วก็คนที่ติดโดยใช้มานานเปึนสิบ ๆ ป้ ซึ่งดิฉันคิดว่า ๒ ประเภทนี้แตกต่างกันไม่มีความเหมือนกันเลย แล้วก็อาจจะจําเปึนที่จะต้องมีระบบของ การดูแลบําบัดเขาแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เปึนปัญหาตอนนี้คือเรามีระบบของการบําบัดผู้ใช้ ยาเสพติดอยู่ทั้งหมด ๓ ระบบ คือ ระบบบังคับบําบัด ระบบสมัครใจบําบัด และระบบ ต้องโทษ แต่ทั้งหมดนี้รูปแบบของการให้การดูแลนั้นมันเปึนรูปแบบเดียวกันหมดเลย ซึ่งดิฉัน คิดว่ามันเปึนปัญหามากว่าถ้าเราไม่แยกแยะให้ชัดเจนมันจะเกิดปัญหา เพราะว่าคนที่ใช้หรือ เสพเปึนครั้งคราวซึ่งเขาไม่ได้ติดนี่เขาไม่มีความจําเปึนต้อ งเข้ารับการบําบัดในศูนย์บําบัด อันนี้เปึนเรื่องหลักวิชาการทางการแพทย์โดยแท้ เพราะฉะนั้นดิฉันมองว่าเรามีวาทกรรม แล้วก็พูดกันเรื่อยว่าเราจะคืนลูกหลานให้กับชุมชน สังคม ครอบครัว แล้วในขณะเดียวกัน เราก็จะปฏิบัติต่อผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในฐานะผู้ป์วย แต่ในปัจจุบันนี้กฎหมายมันไม่ได้รองรับ หลักการอันนี้ค่ะ เปึนเรื่องที่สําคัญมากว่าขณะนี้ก็มีโครงการในพระราชดําริของ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติ ยาภา ซึ่งท่านก็สนใจเรื่องนี้แล้ วก็ได้มีการเสนอ ที่จะมีการจัดทําสังคายนากฎหมายยาเสพติดขนานใหญ่

โดยจัดทําเปึนประมวลกฎหมายยาเสพติดขึ้นมา บนหลักการที่จะต้องมีเรื่องของการดูแลผู้ใช้ ผู้เสพ หรือผู้ติดยาเสพติด ในฐานะที่เปึนผู้ป์วย นี่เปึนหลักการใหญ่ซึ่งกฎหมายปัจจุบัน ไม่ได้ระบุเช่นนั้น ซึ่งทําให้คนที่เปึนผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตํารวจนั้นมีปัญหามาก ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่านอกจากการแก้กฎหมายเพื่อให้รองรับหลักการผู้เสพ ผู้ติด คือผู้ป์วย แล้วก็ใช้มาตรการทางการแพทย์ซึ่งได้สอดคล้องกับทิศทางของการแก้ปัญหายาเสพติด ในโลกนี้ เพราะว่าเราก็ใช้มาตรการทางกฎหมาย ทั้งกับผู้ค้า ผู้ผลิต และผู้เสพมาโดยตลอด แต่จากการที่ได้มีการทบทวนกันทั่วโลกนี่ก็บอกว่าผู้ค้า ผู้ผลิต ก็ต้องใช้มาตรการ ทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่ในส่วนของผู้เสพ ผู้ติด เราต้องไม่ผลักเขาให้ไปเปึนขบวนการ หรือเปึนคนที่เข้าไปร่วมในขบวนการยาเสพติด เราต้องดูแลเขาในฐานะที่เปึนผู้ป์วย ประเด็นที่ ๒ ก็คือดิฉันคิดว่าตอนนี้มันมีปัญหามาก ดิฉันเองทํางานอยู่ในชุมชนแล้วก็พบว่า มีประชาชนจํานวนมากที่ประส บความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากการที่เราให้อํานาจ การตรวจปัสสาวะเพื่อหาผู้ใช้สารเสพติดกับตํารวจ ดิฉันทราบมาว่าตํารวจจํานวนมาก ก็ไม่ได้ใช้เครื่องมือที่ส่งไปจากทาง ป.ป.ส. แต่มีการสั่งซื้อเครื่องมือพิเศษจากคนที่ผลิต ขึ้นมาเอง ซึ่งความแม่นยําความถูกต้องนั้นต่ํามากหรือ ทบไม่มีเลย แต่จริง ๆ แล้ว มันคือเครื่องมือของการเรียกรับผลประโยชน์ ใครที่ไม่อยากจะมีเรื่อง เนื่องจากมันเปึนคดี เชิงนโยบายด้วยนี่เขาก็จะถูกเรียกเงิน ถ้าไม่อยากเปึนเรื่องเปึนความทั้ง ๆ ที่หลายคนก็ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดเลย เพราะจริง ๆ การตรวจว่าใครใช้ยาเสพติดหรือไม่มันจําเปึน จะต้องไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว แล้วควรจะเปึนอํานาจของบุคลากรทางด้าน สาธารณสุข ไม่ใช่อํานาจของเจ้าหน้าที่ตํารวจ เพราะมันเปึนการเป่ดช่องให้เจ้าหน้าที่นั้น แสวงหาผลประโยชน์ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ต้องทบทวนอย่างจริงจัง เพื่อที่เราจะได้ไม่เกิด ผู้พิการทางสังคม เพราะว่าพอจับเข้าไปแล้วมีคดีติดตัวนี่เขาไปทํางานทําการอะไรไม่ได้ มันผลักเขาให้ไปเปึนส่วนหนึ่งของขบวนการยาเสพติด เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่านี่เปึนเรื่อง สําคัญประการที่ ๒ แล้วประการที่ ๓ สุดท้ายก็คือว่าควรจะต้องมีข้อเสนอในเชิงของ การพัฒนาระบบการบําบัดฟุ๋นฟูผู้ใช้ยาเสพติด โดยจะต้องจําแนกแยกแยะโดยใช้หลักทาง การแพทย์ซึ่งมีเครื่องมือที่สําคัญที่ถูกพัฒนาขึ้นในระดับสากล แล้วเอามาแยกแยะว่า เปึนผู้เสพ ผู้ใช้ หรือเปึนผู้ติด เพื่อที่จะให้มีระบบของการบําบัด แล้วดิฉันคิดว่าควรจะยกเลิก ศูนย์บําบัดที่มีอยู่ทั้ งหมด เพราะว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย บางคนเวียนว่ายเข้าไปตั้ง

๒๑ รอบ ๒๓ รอบก็มี แต่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ดิฉันคิดว่าต้องหันมาส่งเสริมให้ชุมชนนั้น ดูแลและบําบัดลูกหลานของเขาที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดให้มากขึ้ นบนพื้นฐาน ที่ต้องมีการฝ๊กฝนเขาในทางวิชาการด้วย อันนี้เปึนข้อเสนอที่ดิฉันอยากเพิ่มเติม ขอบพระคุณค่ะ