เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หารือเรื่องการปฏิรูปตำรวจ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และปัญหานักโทษล้นคุกด้วยมาตรการยุติธรรมทางเลือก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๑๑๐ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมจากเอกสารที่ได้ มีการแจกไปแล้วว่าเท่าที่ได้ฟังมาสมาชิก สปท. อยากจะเห็นการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลง ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวก็ตามแต่นะครับ สำหรับในหัวข้อนี้มีอยู่ ๓ ประเด็นที่ผมคิดว่าจะขอเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบ อันดับแรกคือการปฏิรูปตำรวจ ผมคิดว่าจากการที่ท่านสมาชิก สปช. ที่ได้นำเสนอมาเมื่อเช้า ก็ถือว่าครอบคลุมในเรื่องของการปฏิรูปตำรวจ แต่ผมขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งในฐานะ ที่มีประสบการณ์ในการประสานงานกับตำรวจมาเป็นเวลาหลายสิบปีในระหว่างที่รับราชการ อยู่ ป.ป.ส. พบว่าจะมีอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่เป็นเรื่องสำคัญอันหนึ่งเราจะปฏิรูปตำรวจ ในหลาย ๆ เรื่องก็ตามแต่ ทั้งโครงสร้าง ทั้งอำนาจ ทั้งการแต่งตั้ง โยกย้ายก็ดี แต่สิ่งหนึ่ง ที่สำคัญมากคือการสร้างความพร้อมให้กับการปฏิบัติงานของตำรวจในระดับโรงพัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบค่าปฏิบัติการก็ดี งบการข่าวก็ดี งบสืบสวนต่าง ๆ ก็ดี ถ้าตำรวจไม่มี งบเหล่านี้เพียงพอในการปฏิบัติงานเป็นไปได้ยากมากที่เราจะพูดถึงการปฏิรูปตำรวจ อันที่ ๒ อันหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ตำรวจควรจะเน้นมากก็คือเรื่องของงานชุมชนสัมพันธ์ ที่จริงแล้ว งานตำรวจไม่ใช่งานบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว งานชุมชนสัมพันธ์ควรจะเป็นการมุ่งเน้น เหมือนกับแขนซ้ายแขนขวา ในระยะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าองค์กรตำรวจให้ความสำคัญ เรื่องชุมชนสัมพันธ์น้อยมาก จริง ๆ แล้วเป็นสาขาอันหนึ่งที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ประสบ ความสำเร็จในกิจการตำรวจเขาจะทำเรื่องนี้ อันที่ ๓ เรื่องตำรวจอันหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่อง ที่คนไม่ต้องพูดถึงมากนักคือเรื่องการขาดแคลนอัตรากำลัง ผมได้ไปประสานงานระดับโรงพัก ตำรวจหลาย ๆ โรงพักขึ้นมาพบว่าอัตรากำลังของตำรวจส่วนใหญ่ขาด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบทุกโรงพัก ฉะนั้นถ้าเราไม่รู้ว่ามาตรฐานของอัตรากำลังตำรวจต่อประชาชน ควรเป็นเท่าไรผมว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องยากมาก อันนี้เรื่องแรกคงต้องขออนุญาตฝากไว้นะครับ เรื่องที่ ๒ คือการแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกด้วยมาตรการยุติธรรมทางเลือก ผมคิดว่า จริง ๆ แล้วเราจะประสบความสำเร็จในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องเน้นในเรื่องของ ยุติธรรมทางเลือก เพราะจริง ๆ การใช้ยุติธรรมกระแสหลักในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิด นักโทษล้นคุก เกิดอาชญากรรม เกิดอะไรต่าง ๆ มากมาย และแก้ไขปัญหาไม่ได้ ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราจำเป็นจะต้องมีการพูดถึงให้ชัดเจนว่า การใช้มาตรการยุติธรรมทางเลือกในการเน้นในช่วง ๒ ปีนี้จะเป็นกิจกรรมอะไร โครงการ อะไรที่ไม่ให้ประชาชนหรือคนที่ทำผิดเข้าไปถึงคุกตะรางอย่างเดียว อย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติ สักครู่ได้เสนอไปแล้ว ๗๐๐,๐๐๐ คนที่ถูกจับเป็นเรื่องของยาเสพติดประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน ฉะนั้นผมคิดว่าจากการที่เราดูสถิติต่างประเทศทั่วโลกนี่น้อยมากที่จะเห็น สถิติการจับกุมมากมายเท่ากับประเทศไทย อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องปฏิรูป ฉับพลันอย่างยิ่ง เรื่องสุดท้ายเรื่องของยาเสพติด เนื่องจากได้ทำงานในเรื่องยาเสพติด มาตลอดชีวิต ก็ได้พบเห็นว่าความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมสะท้อนให้เห็นจาก การแก้ไขปัญหายาเสพติด เรามีนักโทษที่ถูกจับคดียาเสพติดปีหนึ่งประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คดี หรือ ๔๐๐,๐๐๐ คดี ขณะที่เรือนจำมีความสามารถในการขังคุกได้ประมาณ แสนกว่าคน ฉะนั้นขณะนี้สิ่งที่ได้ดำเนินการอยู่ แล้วก็ถ้าเราได้ร่วมกันในการผลักดัน ผมว่าจะเกิดความสำเร็จได้ดี คือการยกร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งถือว่า เป็นกฎหมายที่สำคัญมากที่สุด ประมวลกฎหมายยาเสพติดจะสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ มาตรการและยุติธรรมทางเลือกต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด เราจะแบ่งแยกคนกระทำผิด ยาเสพติดออกเป็น ๓ กลุ่ม เป็นเหยื่อคือผู้เสพ เป็นแรงงาน ผู้ขน กับนายทุนขนาดใหญ่ และมีมาตรการที่เหมาะสม ทางเลือกต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราสามารถทำได้ตรงนี้อย่างดีแล้วนี่ ผมคิดว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แล้วก็เพิ่มเติม ในเรื่องของมาตรการเรื่องบำบัดรักษา การใช้ยุติธรรมทางเลือกและข้อปฏิบัติหน่วยงาน ผมคิดว่าถ้าแม่น้ำ ๕ สายได้หยิบยกในเรื่องปัญหายาเสพติดมาเป็นปัญหาตุ๊กตาแล้วก็ผลักดัน ให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง ผมคิดว่าเราจะเห็นความเริ่มต้นของกระบวนการปฏิรูป ในกระบวนการยุติธรรมจากปัญหายาเสพติดที่สำคัญ ขออนุญาตเรียนคร่าว ๆ เท่านี้ครับ