สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

สืบพงศ์ ธรรมชาติ หารือเรื่องการรักษาศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนและพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมของไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณและให้ความสำคัญกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมของชาติให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานที่เคารพ สมาชิก สปช. ทุกท่าน กรรมาธิการ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ หมายเลข ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช กระทรวงวัฒนธรรมนั้นเราเคยมีแล้วก็หายไป แล้วก็เกิดขึ้นใหม่ดังที่ สปช. ท่านหนึ่งได้กล่าว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ หลายท่านบอกว่าวัฒนธรรมนั้นคือหัวใจของกลุ่มชนและมนุษยชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดํารัสดังที่กล่าวแล้วว่าการรักษาศิลป ะ วัฒนธรรม

คือการรักษาชาติ อันนี้ชัดเจนครับ เมื่อเปึนอย่างนี้กระทรวงวัฒนธรรมควรจะเปึนกระทรวง ที่มีงบประมาณมากกว่าที่ผ่านมาและที่เปึนอยู่ ที่ผ่านมาและที่เปึนอยู่นั้นทราบดีเพราะผมเอง ก็คลุกคลีอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรมตลอดมา และเติบโตมากับกระทรวงนี้เพราะทํางานด้านนี้ มาตลอดในนามของสถานศึกษาหนึ่งที่จําเปึนจะต้องไปเกี่ยวข้อง ก็เอ็นดูกระทรวงวัฒนธรรม ตั้งแต่เข้าไปรับรู้ตั้งแต่ต้นว่านโยบายการเมืองของประเทศเราทําไมไม่ดูศิลป ะ วัฒนธรรม ให้มากกว่าที่ผ่านมาและที่เปึนอยู่ ไปดูประเทศอื่น ชาติอื่นเขาดูแลกันแบบเอาใจใส่ แล้วยกย่องเชิดชูศิลปะ วัฒนธรรมของชาติของเขาอย่างเข้มแข็งและเข้มข้น นี่คือสิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะพูดในฐานะคนไทยคนหนึ่งซึ่งเกษียณอายุแล้วก็เลยเห็นมาค่อนข้างมาก ท่องเที่ยวไปถ้าพูดว่า ๗๗ จังหวัดก็น่าจะครบแล้วละครับ ไปเห็นหลายประเทศ เขาส่งเสริมกันอย่างจริงจัง งบประมาณกระทรวงวัฒนธรรมยังน้อยมากครับท่านประธาน ก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ท่านประยุทธ์ท่านก็คงเห็นอยู่แล้ว ท่านช่วยเต็มที่แล้วผมเห็นแล้วครับ ในขณะนี้เอารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ไปต่างประเทศคู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และในอนาคตก็ต้องขอฝาก รัฐบาลว่าต้องช่วยในเรื่องนี้ ผมขอขอบคุณท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านธวัช สุวุฒิกุล ขออภัยถ้าอ่านนามสกุลผิด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดครับ แล้วต้องขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์ของเราท่านจุมพล รอดคําดี ท่านบอกว่าทําไมไม่ให้ความสําคัญกับ ศิลปะ วัฒนธรรมมากกว่านี้ แล้วท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดธวัชบอกว่า ตั้งไว้ทําไม ๒๐๐ ล้านบาทจิ๊บจ๊อย ท่านบอกว่าอย่างนั้นนะครับ

ที่จริงผมก็แปรญัตติในขั้นต้นแล้วตอนขั้นประชุมว่าวันก่อน ๑๕๐ ล้านบาท ผมบอกขอเปึน ๒๐๐ ล้านบาทเถอะ ให้มากขึ้นหน่อย ท่านธวัชท่านก็บอกว่ายังน้อยไป เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมขอขอบคุณท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดธวัช และท่านรองศาสตราจารย์จุมพล รอดคําดี ที่ช่วยดูแลในเรื่องนี้ และผมเห็นด้วย แล้วก็ขอเสนอกรรมาธิการซึ่งผมเอง เปึนเลขานุการอยู่ด้วยนะครับ แต่ผมคนเดียวคงพูดไม่ได้ ผมก็ต้องขอช่วยท่าน สปช. ว่า น่าจะแปรญัตติให้สูงกว่า ๒๐๐ ล้านบาท และควรจะอยู่ในตัวเลขไหนนั้น ก็ต้องขอขอบคุณ ล่วงหน้า เพราะในความเปึนจริงแล้วเรื่องวัฒนธรรมนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญมากจริง ๆ ก็มีประเด็นที่บางท่านพูดถึงว่า ประกวดมีหรือเปล่า ประกวดไม่ค่อยได้ จริง ๆ แล้วได้ แต่ขาดทุนทรัพย์ ขาดเงินครับ กระทรวงวัฒนธรรมทํางานโดยข้อจํากัดของงบประมาณ ข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรมเก่ง ๆ เยอะ แต่โอกาสในการทําลําบากครับ กองทัพต้องเดิน ด้วยท้อง สภาวัฒนธรรมจังหวัดงบก็น้อย สภาวัฒนธรรมอําเภองบก็น้อย เพียงเปึน พันบาทแค่นั้นเองครับ อันนี้ผมรู้ดี เพราะลูกศิษย์ลูกหาผมก็อยู่ที่วัฒนธรรมอําเภอ นี่ กระจายอยู่ทั่ว แล้วก็มีเพียง คนเดียวครับแต่ละอําเภอ อยากจะให้เพิ่มตรงนี้นะครับ ทั้งบุคลากรและงบประมาณ การประกวดยังทําได้อยู่แต่ต้องหางบจากภายนอก ผมเองจะ ประกวด ตอนนี้มีถ้วยพระราชทานประมาณ ๗ ใบด้วยกัน ในนามของมหาวิทยาลัยนะครับ แต่ไม่ใช่ในนามของวัฒนธรรมจังหวัด ในนามมหาวิทยาลัยประมาณ ๗ ถ้วยด้วยกัน ทั้งกลอน ทั้งเพลงบอก ทั้งโนราห์ รวมทั้งเรื่องของดนตรีไทยซึ่งประกวดอยู่ นี่คือเรื่องหนึ่งซึ่งทําได้ แต่ต้องอาศัยงบประมาณจากภายนอก ก็เลยอยากฝากว่าช่วยสนั บสนุนงบประมาณ และบุคลากรให้กระทรวงวัฒนธรรมด้วย ในส่วนของท่านหนึ่งที่กล่าวถึงว่าถ้าเราตั้ง สมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้นมาจะซ้ําซ้อนกระทรวงวัฒนธรรม ผมว่าอันนี้ ถ้าความเห็นผมไม่ได้ซ้ําซ้อนนะครับ สมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติเท่าที่ดูบทบาท และหน้าที่คือการส่งเสริมให้กระทรวงวัฒนธรรมมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และเราขอไปมีส่วน ในการดําเนินงาน เพราะสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาตินั้นจะกระจายทั่วประเทศ เครือข่ายอยู่ทั่วครับ ไม่ว่าสถานศึกษา หน่วยงานเอกชน หรือว่าศิลป่น หรือใครก็แล้วแต่ จะเปึน เครือข่ายทั้งหมด นี่คือเรื่องหนึ่งที่จะมีผลดีต่อเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมนั้น เปึนหลักอยู่แล้วครับที่จริง พวกเราคือส่วนเสริม เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างถ้า ๒ พลังร่วมกัน ผมเชื่อว่าศิลปวัฒนธรรมของชาติเราก็จะไปได้ แล้วก็จะมีความโดดเด่นในแง่ของอัตลักษณ์

แห่งความเปึนไทย แล้วก็เอกลักษณ์ของความเปึนไทย ดังเช่นท่านประธานวันนี้ ท่านสวมเสื้อผ้าไหม ไทย หล่อครับท่านประธาน ซึ่งผมภูมิใจที่ผมเองก็สวมเสื้อไทย เช่นเดียวกันครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน