ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เสนอแนวคิดการปฏิรูปสื่อสารมวลชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อ ความเป็นอิสระของสื่อ และมาตรฐานจริยธรรม เพื่อส่งเสริมการควบคุมด้านจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน และปกป้องสื่อโดยสุจริตและผลประโยชน์สาธารณะ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ รบกวนเวลาท่านสมาชิก สปช. เล็กน้อยนะครับ เพราะผมเปึนคนหนึ่ง ที่ต้องเดินออกจากที่นี่แล้วก็ไปทํางานต่อกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและ หลักการที่ถูกต้อง แนวคิดทั้งหมดเรามาจากเราจะปกปัองเสรีภาพสื่อ ความเปึนอิสระของสื่อ ประเด็นที่ ๒ คือส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรม ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ เพิ่มกลไก
การดูแลประชาชนที่สื่อไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลประชาชนอย่างไร อันนี้คือแนวคิดนะครับ ยุทธศาสตร์ ๓ ยุทธศาสตร์ของกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ คือเสรีภาพบนความรับผิดชอบ คือให้คุณค่ากับเสรีภาพแต่ต้องมีความรับผิดชอบ จะมีกลไกอะไร ที่จะสร้างความรับผิดชอบให้กับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ๒. ปัองกัน การแทรกแซงสื่อจากทุนและรัฐ ๓. มีองค์กรกํากับกันเองที่มีประสิทธิภาพ ๓ ยุทธศาสตร์นั้น เปึนหัวใจสําคัญที่เกิดจากวิกฤติสื่อในช่วงที่ผ่านมา แล้วก็เปึนข้อสรุปที่เกิดจากสภาวะ ที่เปึนจริงปัจจุบัน ทั้งหมดนี้คือหัวใจสําคัญของการปฏิรูปสื่อครั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. ที่เรากําลัง ถกเถียงกันอยู่คือร่าง พ.ร.บ. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐาน วิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ครอบคลุมเจตนารมณ์ทั้งหมดเลยนะครับ
คือทั้งปกปัองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพ วันนี้คนที่ประกอบวิชาชีพสื่อก็ถูกตั้งคําถามเรื่องคุณภาพ เรื่องความรู้มากมาย เราควรมี องค์กรที่เข้ำมาดูแลให้ความรู้ฝ๊กอบรมให้กับนักข่าวของเรา อันนี้ก็คือเจตนารมณ์ เพราะฉะนั้นในตัวกฎหมายฉบับนี้จึงมีหลาย ๆ ส่วนที่เปึนการส่งเสริมจริยธรรม ส่งเสริม มาตรฐานวิชาชีพ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ในกฎหมายฉบับนี้มีมาตรฐานกลางจริยธรรม มีคณะกรรมการกํากับด้านจริยธรรม มีการส่งเสริมด้านจริยธรรม มีเรื่องการดูแลประชาชน ที่ถูกสื่อละเมิด เพราะฉะนั้นนี่คือสาระสําคัญ แต่เนื่องจากเวลาของพวกเราที่ทําอยู่ยังมีเวลา จํากัด แล้วก็ยังมีถกเถียง ที่สมาชิกได้อภิปราย กรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและ เทคโนโลยีสารสนเทศได้นําเรื่องนี้เข้าที่ประชุม เราก็มีข้อสังเกตแนบท้ายเปึนภาคผนวกอยู่ ในรายงานของเราทั้งหมด ความคิดของกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศหลังจากคุยกันครั้งสุดท้ายเราต้องการเห็นองค์กรสื่อ คือ หนังสือพิมพ์ ก วิทยุโทรทัศน์ ข ฃ มีการกํากับด้านจริยธรรมของตัวเอง อย่างน้อยควรมีจริยธรรม ผมคิดว่าสื่อทุกฉบับวันนี้มีหลักจริยธรรมของตัวเอง องค์กรสื่อมีจริยธรรมของตัวเอง มีกลไก รับเรื่องร้องเรียนภายในของตัวเองเมื่อไปละเมิดสื่อ มีกลไกไต่สวนสอบสวนที่เปึนรูปธรรม มีตัวแทนจากบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ มีบทลงโทษ มีการกํากับนักข่าวของตัวเองที่เปึน รูปธรรม นี่คือระดับองค์กรสื่อ ระดับองค์กรวิชาชีพสื่อ รายงานวิจัยบอกว่าทั้งประเทศไทย มี ๒๓๐ กว่าองค์กร คําถาม คือ การดูแลเสรีภาพสื่อ ดูแลจริยธรรมสื่อ ดูแลมาตรฐานวิชาชีพสื่อ เปึนอย่างไร องค์กรเหล่านี้สามารถพัฒนาตัว เองมาเปึนองค์กรกํากับด้านจริยธรรม โดยมีคุณสมบัติขั้นต่ํา เช่น มีจริยธรรมขององค์กรที่ได้รับการรับรองจากสมาชิก มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน มีคณะกรรมการวินิจฉัย มีบทลงโทษ มีข้อกําหนดว่าด้วย การประชุมการเลือกตั้งกรรมการบริหาร มีองค์ประกอบเหล่านี้ นี่คือการกํากับกันในระดับที่ ๒ ระดับที่ ๓ คือสภาวิชาชีพที่เราเรียกว่าสภาวิชาชีพเปึนร่มใหญ่ หรือสภาวิชาชีพ สื่อมวลชนแห่งชาติ หรืออาจจะเปลี่ยนชื่ออะไรก็ได้ สภานี้ก็เข้ามาเสริมทั้งองค์กร ๑ องค์กร ๒ ที่ล้มเหลวหรืออ่อนแอ องค์กรนี้จะเปึนองค์กรที่รับเรื่องอุทธรณ์ รับเรื่องร้องเรียน และมีหน้าที่เข้าไปส่งเสริมให้เกิดการร่วมกลุ่มของสมาชิกทั้งหมด นี่คือแนวคิด ของกรรมาธิการ ข้อสังเกตข้อที่ ๑ เราร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องสะท้อนตรงนี้ ข้อที่ ๒ ข้อสังเกตของเราคือว่าควรมีคณะกรรมการกํากับจริยธรรมโดยตรง เพราะเปึนองค์กรด้านกํากับ
จริยธรรมก็ควรเพิ่มเข้าไปในกฎหมาย ข้อที่ ๓ มีความกังวลเรื่องการให้อํานาจของการกํากับ โดยประชาชนมากเกินไป อาจจะเปึนจุดหนึ่งที่ทําให้ไม่มีใครมาสมัครสมาชิกกับองค์กร ร่มใหญ่ เราจะออกแบบอย่างไรให้องค์กรวิชาชีพทั้งหมดมาเปึนสมาชิกสภาวิชาชีพสื่อมวลชน แห่งชาติ อันนี้เปึนโจทย์ใหญ่ที่กรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศก็ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ แล้วก็เราจะไปปรับปรุงกฎหมายต่อไป เพิ่มมาตรการ ตรวจสอบให้กลไกกลางที่สมาชิกหลายคนพูดเมื่อกี้ว่าทําอย่างไรให้มีการกํากับที่มี ประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็อีกข้อหนึ่งที่พวกเราพูดกันมากคือต้องส่งเสริมให้เกิดรวมกลุ่ม ของสื่อในระดับจังหวัด ในระดับภูมิภาค ไม่ควรมีองค์กรเดียวที่กระจุกอยู่ส่วนกลางเท่านั้น อันนี้ก็มีการพูดถึงเพราะฉะนั้นสมาชิกที่มีความกังวลในเรื่องเหล่านี้ กรรมาธิการปฏิรูป การสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศได้บันทึกเปึนข้อสังเกตเพื่อส่งมอบให้คนที่จะมา ขับเคลื่อนหรือทําต่อในเรื่องนี้ได้นําข้อสังเกตเหล่านี้ไปทําให้เกิดผลด้วยเช่นกัน ผมเอง ก็เปึนคนหนึ่งที่จะต้องทําร่วมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ สุดท้ายผมเข้าใจสื่อต่างจังหวัด พวกเราเพิ่งไปเจอสื่อที่ภาคอีสานมา ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคใต้ก็แล้วแต่ที่กรรมาธิการ ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศไป สิ่งหนึ่งที่เขาต้องการมากที่สุด ก็คือ การได้รับความยอมรับจากประชาคมนั้น ๆ จากส่วนจากภูมิภาคนั้น ๆ จากจังหวัดนั้น ๆ เพราะวันนี้มีคนเข้ามาใช้วิชาชีพสื่อจํานวนมาก แต่ไม่มั่นใจว่าเปึนวิชาชีพสื่อจริงหรือเปล่า คําถามคือเราจะทําอย่างไรให้เพื่อนของเราที่อยู่ในภูมิภาคอยู่ในต่างจังหวัดเปึนสื่อมวลชน ที่เปึนวิชาชีพและได้รับการยอมรับได้รับความน่าเชื่อถือเช่นเดียวกับพวกเราที่อยู่ในส่วนกลาง
อันนี้คือโจทย์ใหญ่นะครับ เราจะมีมาตรการปัองกันวิชาชีพสื่อที่ทําหน้าที่โดยสุจริต ปกปัองผลประโยชน์สาธารณะได้อย่างไร ผมว่านี่คือโจทย์ใหญ่ของกรรมาธิการปฏิรูป การสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องคิดหากลไกในการดูแลสื่อมวลชน ทั้งหมดนะครับ ไม่ใช่อยู่ที่ใดที่หนึ่ง พวกเราเปึนผู้ประกอบวิชาชีพสื่อจําเปึนต้องได้รับ การปกปัองถ้าเราทําหน้าที่โดยสุจริต แล้วก็ปกปัองผลประโยชน์สาธารณะ ผมมั่นใจว่า กรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศจะนําข้อสังเกต รวมทั้ง ข้อสังเกตของสมาชิกแล้วก็ข้อสังเกตของกรรมาธิการไปปรับปรุงร่างกฎหมายฉบับนี้ ให้มีช่องโหว่น้อยที่สุด แล้วก็มีผลในการบังคับใช้กับสมาชิกของเรา เปึนลักษณะ ของการส่งเสริมให้เกิดการกํากับกันเองเปึนหลัก แล้วก็มีการกํากับร่ วมของ องค์กรระดับประเทศ ขอบคุณครับ