รสนา โตสิตระกูล กล่าวว่าภาคประชาชนและภาคเอกชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของชาติอย่างชัดเจน และจึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการกำหนดบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะกรรมการและออกแบบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
ขอบคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาว รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะคะ คือในส่วนของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ทางคณะกรรมาธิการได้เริ่มต้นจากเรื่องของหลักการ ทีนี้ในส่วนของหลักการในข้อที่ ๔ คือพูดไว้เพียงแค่ว่าภาคเอกชนมีโอกาสร่วมน้อยแล้วก็ภาคประชาชนเกือบไม่มีส่วนร่วมเลย ในการกําหนดอนาคตของชาติ แต่ก็ไม่ได้มีการพูดอะไรมากไปกว่านี้ว่าแล้วจะแก้ปัญหาตรงนี้ อย่างไรนะคะ ถึงแม้ว่าในการกําหนดสิ่งที่เราเรียกว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้นจะมีความสําคัญ แล้วก็ในส่วนที่เป็นขั้นตอนต่าง ๆ ที่ท่านได้อธิบายว่าในกระบวนการทํายุทธศาสตร์ชาตินั้น จะจัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนะคะ แต่ว่า ในโครงสร้างของกฎหมาย ในร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้มีการเขียนอย่างชัดเจนว่า ในกระบวนการทํายุทธศาสตร์ชาตินั้นประชาชนจะมีส่วนเข้ามาร่วมในการกําหนดทิศทาง หรือยุทธศาสตร์ของชาติได้อย่างไรนะคะ
สิ่งที่มีการเขียนไว้เพียงเล็กน้อย อย่างในมาตรา ๗ ในการทํายุทธศาสตร์ก็ให้ คณะกรรมการประชุมเพื่อพิจารณาและกําหนดทํายุทธศาสตร์แล้วก็ให้โอกาสประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม ดิฉันคิดว่ามันแตะน้อยมากนะคะ ให้โอกาสประชาชนเท่านั้นนะคะ ดิฉันคิดว่า มันต้องเขียนให้มีความเข้มแข็งมากกว่านี้ว่าจะต้องมีกระบวนการที่ประชาชนจะต้อง มีส่วนร่วมในการกําหนดทิศทางยุทธศาสตร์ เพราะอะไรคะ ดิฉันคิดว่าในอดีตเรามีการทํา แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่เริ่มต้นมา ดิฉันคิดว่าทิศทางของแผนพัฒนา เศรษฐกิจนั้นเราไปกําหนดแนวทางสิ่งที่เราเรียกว่าทริกเคิล ดาวน์ (Trickle down) คือเราหวังว่า เราจะระดมสรรพกําลังและทรัพยากรธรรมชาติทุกอย่างเพื่อสนับสนุนให้กับกลุ่ม ๆ หนึ่ง ภาค ๆ หนึ่ง แล้วก็หวังว่าความร่ํารวยนั้นจะค่อย ๆ ไหลลงมาสู่คนข้างล่าง แต่ในเวลาตั้งแต่ ปี ๒๕๐๔ จนถึงปัจจุบันเราพบว่าสังคมเกิดความเหลื่อมล้ํามากขึ้น ซึ่งความเหลื่อมล้ําเหล่านี้ ถ้าเราคิดว่าเรากําหนดยุทธศาสตร์ชาติแล้วจะแก้ความเหลื่อมล้ําเหล่านี้ ดิฉันคิดว่า องค์ประกอบต่าง ๆ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องเปิดโอกาสที่จะให้ประชาชนหรือภาคประชาสังคม ส่วนอื่น ๆ ที่เขาก็มีส่วนร่วมในแผนยุทธศาสตร์แล้วก็นโยบายสาธารณะที่จะกระทบต่อชีวิต ของเขาเข้ามาร่วมอย่างไร ซึ่งอันนี้ในร่างกฎหมายนี้ไม่ได้เขียนอย่างชัดเจนนะคะ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างในมาตรา ๖ เราพูดว่ายุทธศาสตร์ชาติจะต้องมีสาระสําคัญในด้านต่าง ๆ ดิฉันขอยกตัวอย่างเพียงเรื่องเดียว อย่างกรณีเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมกับพลังงาน สมมุติว่าในแง่ของภาครัฐมักจะคิดอยู่เสมอว่าทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องของรัฐ รัฐสามารถที่จะกําหนดแนวทางให้สัมปทานไปเพื่อหวังว่าจะได้ประโยชน์ที่คุ้มค่า แต่รัฐบอกว่า ไม่ใช่เรื่องประโยชน์สาธารณะนะ แต่กรณีเรื่องของทรัพยากรเหล่านี้มันไปกระทบกับสิทธิ ของชุมชน ซึ่งถ้าหากว่าเกิดกําหนดยุทธศาสตร์ขึ้นมาว่ายุทธศาสตร์ของชาติ รัฐก็ยังเป็นเจ้าของ ทรัพยากรธรรมชาติ จะให้อย่างไรก็ได้ แล้วประชาชนนั้นก็มีหน้าที่เพียงแค่ว่าคุณก็มา มีโอกาสมีส่วนร่วมเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้ความเห็น แต่เมื่อให้ความเห็นแล้วสิ่งที่กรรมการ ยุทธศาสตร์จะเอาเข้ามาเป็นเรื่องที่เป็นสาระหลักหรือไม่ อาจจะไม่ได้อยู่ในการระบุ ในกฎหมายในส่วนนี้เลย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีการกําหนดยุทธศาสตร์แบบนี้แล้ว ถ้าเกิดไป กระทบกับสิทธิชุมชนซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ ประชาชนจะมีโอกาสต่อสู้ไหมคะ สมมุติว่าประชาชนไปต่อสู้ว่าการดําเนินนโยบายตามยุทธศาสตร์เหล่านี้หรือการดําเนิน แผนงานตามยุทธศาสตร์เหล่านี้กระทบกับสิทธิของเขา เขาจะมีโอกาสไหมที่เขาจะไปฟ้องศาล ศาลจะบอกว่าทําอะไรไม่ได้หรอก เพราะว่ายุทธศาสตร์ถูกกําหนดมาแบบนี้ เพราะเนื่องจากว่า ในร่างกฎหมายก็ระบุไว้ชัดเจนนะคะว่า ในมาตรา ๑๐ นี้ยุทธศาสตร์ชาติมีผลผูกพันรัฐบาล รัฐสภา คณะรัฐมนตรีทุกส่วน เพราะเมื่อมันผูกพันแล้วนี้ ถ้ามันไปกระทบสิทธิของประชาชน ประชาชนจะมีอํานาจต่อสู้ตรงไหน อันนี้ยังไม่ได้พูดรวมไปถึงในแง่ของกระบวนการ ในการกําหนดบุคคลที่จะเข้ามาทําหน้าที่ในฐานะกรรมการนะคะ ท่านตั้งกรรมการสรรหา จากหลากหลายบุคคล แต่ว่าไม่มีส่วนของภาคประชาสังคมซึ่งเป็นภาคใหญ่ที่สุด ไม่มีตัวแทน ท่านมีแต่ตัวแทนของสภาอุตสาหกรรมอะไรต่อมิอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ในกระบวนการที่จะทําให้สังคมนี้เข้ามามีส่วนร่วมและยอมรับในยุทธศาสตร์ชาติร่วมกันนี้ ต้องคิดตั้งแต่ว่าแผนที่จะวางขึ้นมาจะให้ประชาชนที่เขาได้รับผลกระทบและเขามีส่วนร่วม ในฐานะที่เป็นภาคใหญ่ของสังคมนั้น เขาจะเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่า เป็นหน้าที่ของภาคราชการ ภาคธุรกิจเอกชนเท่านั้นในการที่จะมาออกแบบวางแผน แล้วก็บอกว่า ประชาชนมีโอกาสมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อย แล้วก็หน้าที่ของคณะกรรมการก็คือเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนยอมรับเท่านั้น ดิฉันคิดว่าโดยหลักการยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องจําเป็น แต่สิ่งที่จําเป็นก็คือว่าก่อนที่จะมีคณะกรรมการชุดนี้ การออกแบบที่จะให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง จะต้องถูกระบุเอาไว้ในกฎหมายด้วยค่ะ ก็ขอให้ความเห็นในเวลา อันจํากัดเท่านี้ ขอบพระคุณค่ะ