สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๗ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘

อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ แสดงความเห็นชอบต่อเนื้อหาในยุทธศาสตร์ชาติ แต่ขอเสนอแนะให้เขียนวัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์ชาติให้ชัดเจนขึ้น และขอให้รวมข้อมูลจากกระทรวงต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อจัดทํายุทธศาสตร์ชาติที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้มีการกำหนดระยะเวลาการยกเว้นการใช้ยุทธศาสตร์ชาติ และติดตามประเมินผลการยกเว้นนี้เพื่อป้องกันการบิดเบือน และยังเสนอให้พิจารณาเร่งรัดให้การรวมวาระการปฏิรูป 36 วาระและวาระพัฒนา 7 วาระของสปช. เข้าในยุทธศาสตร์ชาติแผนแรก

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรพินท์ วงศ์ชุมพิศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๓๗ ในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและร่างพระราชบัญญัติ ยุทธศาสตร์ชาตินี้ ดิฉันเห็นด้วยมาตั้งแต่ตอนแรกแล้วนะคะ แต่ว่ายังมีประเด็นสําคัญ ที่อยากจะใคร่ขอเอ่ยถึงนิดหนึ่ง จริง ๆ แล้วดิฉันคิดว่าเวลาเราทํายุทธศาสตร์ชาติเราน่าจะมี การพูดว่าวัตถุประสงค์หลักในการทํายุทธศาสตร์ชาติก็มุ่งไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ดิฉันเชื่อว่า ท่านคิดแต่ท่านไม่ได้เขียนออกมา เพราะว่าในเวทีนานาชาติหรือสหประชาชาติทุกประเทศ ก็พูดถึงเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสรุปแล้วมันก็คือทุกอย่างต้องสอดคล้องไม่หักล้างกันเอง การพัฒนาทุกด้านทําให้ทุกคนดีขึ้นไม่มีส่วนไหนที่เสียหายไป ก็คือการพัฒนาที่ยั่งยืนตามที่ เราเขียนกันว่า ยั่งยืน มั่นคง มั่งคั่ง แต่ให้เขียนวัตถุประสงค์ชัด ๆ นะคะ

ส่วนการทํายุทธศาสตร์ชาตินี้ ปัจจุบันในแต่ละกระทรวงก็จะมีสํานักยุทธศาสตร์ ของตัวเอง ดิฉันไม่ทราบกระทรวงอื่น แต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรามีสํานักยุทธศาสตร์ที่มีการจัดทํายุทธศาสตร์ของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีแผนระยะ ๕ ปี เป็นแผนระยะสั้น มีการทบทวนและแผนระยะยาว ๒๐ ปี ซึ่งดิฉันเชื่อว่าทุกกระทรวงก็น่าจะเป็นในลักษณะเดียวกัน และถ้าเป็นเช่นนั้นดิฉันเชื่อว่า ในส่วนราชการหรือกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ท่านมีข้อมูลซึ่งสามารถนํามาบูรณาการ เข้าด้วยกัน ในกระบวนการการจัดทําเราผ่านการรับฟังความเห็นมาในระดับหนึ่งแล้ว แต่เมื่อมาบูรณาการเข้าด้วยกัน ดิฉันเชื่อว่าอาจจะมีบางยุทธศาสตร์ที่ไม่ไปด้วยกัน เพราะฉะนั้น เมื่อมาบูรณาการกันก็ต้องลดให้มันไปด้วยกันได้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและอาจจะต้องจัดให้มี การรับฟังความเห็นในภาพรวมอีกครั้งหนึ่งนะคะ ในความคิดเห็นของดิฉัน

และในประเด็นที่ดิฉันดูในร่างพระราชบัญญัติ กรรมการชุดนี้มีอํานาจมาก สามารถชี้ได้ว่า ถ้ามีการดําเนินงานของหน่วยงานไหนที่อาจจะซ้ําซ้อนหรือไม่ชัดเจน ว่าใครจะเป็นคนทํา กรรมการชุดนี้จะชี้ขาดได้เลยว่าจะให้หน่วยงานไหนเป็นหลัก ในการดําเนินงาน แต่ดิฉันมองเห็นว่าท่านเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ไม่จําเป็นต้องปฏิบัติตาม ยุทธศาสตร์ชาติได้ ถ้ามีเหตุผลหรือเหตุฉุกเฉินขึ้น ดิฉันคิดว่านี่คือการเปิดโอกาสให้มี การบิดเบือน อาจจะเป็นสถานการณ์การเมือง ดิฉันอาจจะเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แต่ว่าใน ประสบการณ์ที่ผ่านมาบางครั้งถ้าเราได้ผู้นําที่มีวัตถุประสงค์หรือมีเจตนาที่อาจจะไม่ตรงกับ คนส่วนใหญ่ ท่านอาจจะบิดเบือนโดยการมีเหตุฉุกเฉินว่าเพื่อให้เป็นอย่างนั้นเพื่อให้เป็นอย่างนี้ ขอให้ยกเว้นการใช้ยุทธศาสตร์ชาติไปได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้จุดนี้ดิฉันใคร่ขอเสนอว่า ท่านควรมีระยะเวลาว่าการยกเว้นทําได้กี่ปี หรือว่าในช่วงที่มีการยกเว้นก็ยังมีการติดตาม ประเมินผลออกมา รายงานเป็นระยะว่าจากการยกเว้นนี้เกิดผลอะไรขึ้นกับประเทศชาติ หรือการยกเว้นนั้นมีเหตุสมควรหรือไม่ อาจจะต้องเขียนเสริมลงไปในส่วนที่กําหนดให้มี การยกเว้นได้นะคะ ท่านอาจจะใช้ในหมวด ๓ ที่พูดถึงเรื่องบทลงโทษ ติดตาม ตรวจสอบ ไต่สวน ประเมินผลก็ได้ว่าให้โยงไปถึงว่าการที่ยกเว้นในช่วงดังกล่าวเมื่อประเมินผลแล้ว มีผลอะไรเกิดขึ้น เพื่อที่จะดึงไปให้การยกเว้นไม่สามารถทําได้นาน หรือว่าไม่สามารถยกเว้น จนช่วงเวลาจนเกิดผลกระทบขึ้นได้นะคะ

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งดิฉันเห็นด้วยก็คือ ทําอย่างไรให้วาระการปฏิรูป ๓๖ วาระ กับวาระพัฒนา ๗ วาระของ สปช. ทั้งหมด สามารถนํามาใส่ในยุทธศาสตร์ชาติแผนแรก ของเราได้ แต่ดิฉันก็ยังเกรงว่าที่ผ่านมาพวกเรารายงานเราไม่ได้คํานึงว่าส่วนไหนที่ควรจะ กําหนดเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะเป็นการพูดในห้องประชุมนี้ว่าวาระการพัฒนา ทั้งหมดทั้ง ๓๖ วาระ หรือวาระปฏิรูปทั้ง ๓๖ วาระ และวาระพัฒนาทั้ง ๗ วาระส่วนไหน ที่แต่ละชุดคิดว่าจําเป็นต้องบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ เพราะในส่วนของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเรามียุทธศาสตร์ที่คิดว่าต้องอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติอยู่แล้ว ดิฉันพูดสนับสนุน มาหลายครั้งว่าการจัดการทรัพยากรเพื่อให้สอดคล้องกับการกินดีอยู่ดี ลดความเหลื่อมล้ํา บางทีมันต้องเขียนอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติว่าจะดูแลไว้แค่ไหน อย่างไร จะเปิดให้มีการพัฒนา ของชุนชนหรือสังคมเข้ามาช่วยจัดการได้ในระดับไหนอย่างไรให้เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว เพราะฉะนั้นก็คือกล่าวโดยสรุปว่าน่าจะมีการดึงประเด็นใน ๓๖ วาระออกมาเขียนให้พวกเรา ได้เห็นชัดด้วยเพื่อที่จะได้ไม่หลุดไปในโอกาสที่จะได้เข้ามาอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก ครั้งนี้นะคะ ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรามีคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีรัฐมนตรีหรือผู้แทนของ กระทรวงต่าง ๆ คล้าย ๆ ครม. ชุดย่อยอยู่เหมือนกัน ซึ่งดิฉันก็มอง ๆ ว่าการทํางานก็คล้าย ๆ กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แต่ก็แล้วแต่ท่านจะไปพิจารณาเสริมว่าให้มีบทบาทหน้าที่อย่างไร ต่อไปนะคะ แล้วก็เห็นด้วยว่าควรจะเร่งรัดให้เกิดขึ้นเร็ว ๆ ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ