สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๒ · ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

ประเสริฐ ชิตพงศ์ หารือเรื่องการจัดการหลังภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพในการดูแลสิ่งของบริจาคและเงินบริจาค และเรียกร้องการป้องกันการคอร์รัปชันในการจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะการประกาศเขตภัยพิบัติที่ไม่ถูกต้องและการจัดซื้อสิ่งของที่ไม่โปร่งใส

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดสงขลา ต้องขอชื่นชม ทางคณะกรรมาธิการที่ได้พูดถึงเรื่องภัยพิบัติเอาไว้ แล้วก็ได้พูดถึงยุทธศาสตร์ทั้ง ๔ เรื่อง เอาไว้ได้อย่างดีมาก ซึ่งจริง ๆ หลายเรื่องก็ได้มีการดําเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าเรื่องของการ ป้องกัน การเตรียมความพร้อม แต่ว่ามีประเด็นที่น่าสนใจที่ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ กับยุทธศาสตร์ที่ ๔ อยู่ ๒ ประการที่ผมอยากจะยกมาเป็นประเด็น และในเรื่องของการ บริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นมา และที่สําคัญก็คือการจัดการหลังภัยพิบัติ ในการจัดการในภาวะฉุกเฉินและรวมทั้งการจัดการหลังภัยพิบัตินั้น มีประเด็นที่อยากจะ ขอเรียนว่าเรื่องของความมีประสิทธิภาพในการจัดการระหว่างที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินตรงนี้ ก็ต้องขอชื่นชมว่าที่ผ่านมา แล้วก็เชื่อมั่นว่าในอนาคตด้วยการเตรียมความพร้อมของหลาย ๆ ฝ่าย ก็อาจจะมีอยู่มากแล้ว โดยเฉพาะความช่วยเหลือจากทางทหารที่ก็ค่อนข้างจะมีความพร้อม ในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ แล้วก็ผู้ที่จะมาช่วยเหลือในการใช้เครื่องมือ แล้วก็ช่วยเหลือ ประชาชน ก็คือบุคลากร แล้วก็ในเรื่องของความพร้อมของท้องถิ่น ซึ่งหลาย ๆ แห่ง ก็ได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี แต่หลายแห่งในท้องถิ่นขนาดเล็กก็อาจจะยังไม่พร้อมนัก แต่ว่าท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน อะไรกันก็สามารถที่จะช่วยเหลือได้อย่างค่อนข้างดี อันนี้ผมพูดในฐานะที่อยู่ต่างจังหวัด แล้วก็จะเห็นภาวะเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ แล้วก็ ได้มีการเตรียมความพร้อมกันอย่างดี แต่ว่าเรื่องการจัดการในภาวะฉุกเฉินที่เกี่ยวกับเรื่อง สิ่งของและเงินทองที่มีการบริจาคกันขึ้นมา ซึ่งตรงนี้เองจะเห็นว่ามันมีปัญหาต่าง ๆ อยู่ มากมาย ทั้งในเรื่องของการรับบริจาค ในเรื่องของการนําสิ่งของที่บริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในเรื่องของการที่ว่าเกิดความไม่ตรงไปตรงมา เกิดความไม่โปร่งใสขึ้นมาในการที่จะไปให้การ ช่วยเหลือโดยสิ่งของบริจาคต่าง ๆ รวมทั้งเงินที่บริจาคมา อะไรมา ซึ่งการจัดการในเรื่องเช่นนี้คิดว่า ถ้ามีระบบ มีการดําเนินการใด ๆ ที่จะช่วยให้การดูแลเรื่องสิ่งของบริจาคทั้งหลาย ซึ่งไปจาก จิตใจของพี่น้องประชาชนที่เขาไม่ได้รับความเดือดร้อน แต่เขาเห็นใจผู้ที่ได้รับภัยพิบัติ ผู้ประสบภัยพิบัติ แล้วปรากฏว่าสิ่งของที่บริจาคไปเหล่านั้นได้รับการดูแลจัดการที่อาจจะ ไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากนัก แล้วแถมยังมีการทุจริต มีการยักยอก มีการดําเนินการ ที่อาจจะเป็นไปในลักษณะที่ไม่โปร่งใสเกิดขึ้นด้วย ทําอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ที่จะทําให้สิ่งของ ที่เขาให้มาด้วยน้ําใจทั้งหลาย ไม่ว่าเป็นสิ่งของ หรือเงินทองได้รับการดูแลจัดการ มีหน่วยงาน ที่สามารถจะเข้าไปดูแลและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ

และที่สําคัญอีกอันหนึ่งที่อยากจะขอพูดไว้ตรงนี้ก็คือเรื่องของงบประมาณ จากของรัฐ หรือของใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ได้จัดสรรลงไป และโดยเฉพาะที่เกิดเป็นปัญหา และ มาวันนี้ก็ได้ปรากฏเป็นเรื่องซึ่งไปอยู่ในขั้นตอนของทางกฎหมายแล้ว ก็คือเรื่องของการทุจริต คอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในกรณีของการเกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าอยู่ในระหว่างเกิดภัยพิบัติ หรือไม่ว่า อยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากการเกิดภัยพิบัตินั้น ๆ รวมถึงบางครั้งในระหว่างการเตรียมความพร้อม เพื่อที่จะป้องกันหรือแก้ปัญหาทางภัยพิบัติแต่เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ก็มีกรณี ของทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นมากมาย เช่น การประกาศเขตภัยพิบัติที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ ถูกต้อง แล้วก็ไม่ได้เป็นไปในตามสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติจริง ซึ่งวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เมื่อไม่กี่วันมานี้เองที่รัฐบาล ก็ต้องขอชื่นชมว่ารัฐบาลที่ได้ดําเนินการไปกับกรณีของการที่มี เกิดการฉ้อฉลขึ้นมา มีทุจริตคอร์รัปชันขึ้นมาจากเรื่องของการประกาศเขตภัยพิบัติ แล้วจัดซื้อสิ่งของต่าง ๆ เพื่อบรรเทาหรือเพื่อฟื้นฟูกรณีเกิดภัยพิบัติ แล้วปรากฏว่าเกิดมีกรณี ของความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น และได้มีการดําเนินการไปในทางที่จะเรียกว่ามาตรการรุนแรง ถึงขั้นใช้ มาตรา ๔๔ ก็ถือว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่จะช่วยให้มีการป้องกันภัยพิบัติอีกด้านหนึ่งด้วย เป็นภัยพิบัติที่อาจจะไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากนิสัยและสันดานของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ปัญหาภัยพิบัติที่เป็นไปในทางที่เป็นการทุจริตและประพฤติมิชอบนะครับ