สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๘ · ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ชาติชาย ณ เชียงใหม่ หารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของคนรุ่นใหม่ และการปฏิรูปสังคม โดยเสนอแนวคิดการปฏิรูปเป็นแพคเกจ โดยมีระดับเล็กและใหญ่ และเสนอการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างมูฟเมนท์ในการเปลี่ยนแปลง

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมต้องขอให้กำลังใจคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะว่าสิ่งที่ท่านเสนอนั้น หรือว่ากำลังคิดทำนี้ มันเป็นการสวนกระแสโลกอย่างแรงนะครับ เพราะว่าเวลานี้ระบบค่านิยมแล้วก็ทัศนคติ ของคนทั้งโลกมันเสียดุลยภาพไปมากแล้ว วัตถุนิยมมันครอบงำจิตนิยมไปหมดแล้ว ทีนี้ทำอย่างไรเราจะคัดง้าง ทำอย่างไรเราจะพลิกมันนะครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เรียกว่า ต้องใช้ พลังร่วมกันของทุก ๆ ฝ่าย ผมคิดว่าเวลานี้เราต้องยอมรับว่าค่านิยมที่ดี ๆ หรือสิ่งดีงาม ที่อยู่ในใจของมนุษย์เราทุกคนมันก็ยังมีนะครับ แต่ว่าเงื่อนไขชีวิตความเป็นอยู่ การมีกินมีใช้ ของแต่ละคน แต่ละกลุ่มนี้มันไม่เท่ากัน ทำให้การต่อสู้ดิ้นรนของคนแต่ละกลุ่มภายใต้เงื่อนไข ระบบของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างประเทศไทยเราที่ไม่ได้เปิดกว้างในการเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ นี้ ก็ทำให้ คนหันไปหยิบฉวยเอาค่านิยมหรือสิ่งที่ชี้นำพฤติกรรมที่เขาคิดว่าใช้ได้ผล ผมเรียกว่าค่านิยม ที่พร้อมใช้ คือพร้อมที่จะเอามาใช้อธิบายตัวเอง พร้อมกับอธิบายให้คนอื่นฟังว่าทำไมฉันทำ เช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ก็อาจจะไม่เหมาะสม แต่เหมือนกับไม่มีทางเลือก ก็เลียนแบบตาม ๆ กันมา ดังจะเห็นได้ว่าเวลานี้อิทธิพลของสื่อทั้งโลกหรือว่าการวัตถุนิยม มันทำให้คนรุ่นใหม่ ได้มีความคิดคล้าย ๆ กันไปทั้งโลกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสำรวจคนไทยเมื่อต้นปีนี้ โดยบริษัทเอ็นไวโรเซล ไทยแลนด์นี้นะครับ ผมโคด (Code) มาจากหนังสือพิมพ์ เขาบอกว่า คนไทยรุ่นใหม่มีค่านิยม ๘ ประการ

อันแรก ก็คือชอบรวยลัด

อันที่ ๒ เน้นแต่ความงามภายนอก สรีระนะครับ ข้างในจิตใจไม่สนใจที่จะดู

อันที่ ๓ ก็คือดูแต่เรื่องของตัวเอง ไม่สนใจเรื่องส่วนรวม ใครจะทำอะไรก็ช่วย ตัวเอง เห็นคนหกล้มก็ให้ลุกเองไม่ได้เข้าไปช่วยอีกแล้วนะครับ

อันที่ ๔ ก็คือว่ามีอะไรก็ไม่ผูกมัด แต่งงานก็ไม่ได้ผูกมัด ทำงานก็ไม่ผูกมัด นึกจะไปเมื่อไรก็ไป

อันที่ ๕ ก็คือว่าชอบที่จะเห็นอะไรแบบพูดตรง ๆ เปิดเผย อย่าเยิ่นเย้อ

อันที่ ๖ ก็คือมีวัฒนธรรมแบบเดียวกันทั้งโลก โดยเฉพาะเวลานี้ห้องของวัยรุ่น หนุ่มสาวทั้งโลก จะมีภาพดาราหญิง ดาราชายเหมือนกันหมดทั้งโลกเลยครับ เป็นสากลกัน

อันที่ ๗ อยากจะจ่ายสตางค์น้อยแต่ได้เยอะ ๆ สินค้าชิ้นเดียวแต่ทำได้สารพัด เหมือนอย่างมือถือเรานี้ มีแอพ (App) ร้อยแปดพันประการ

แล้วก็ประการสุดท้ายก็คือว่าคาดหวังมาตรฐานสูง แต่ว่าจะต้องราคาไม่แพง

ทีนี้ที่ผมเรียนมาอย่างนี้เพื่อจะเห็นว่า กระแสโลกมันไปทางนี้ มันถูกครอบงำ ทีนี้ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าปัจจัยหลัก ๆ ก็คือ

อันที่ ๑ เศรษฐกิจที่มันโตทุกวันนี้ทั้งโลก มันนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำ ทีนี้คนที่ ขาดแคลนหรือคาดหวังสูงก็ไม่ยึดถือค่านิยมที่ดีแล้ว เอาค่านิยมอะไรก็ได้มาอธิบายเพื่อที่ ตัวเองจะได้เหมือนคนอื่นเขา แล้วก็การเร่งเร้าบริโภคสุดโต่ง

อันที่ ๓ ก็คือทั้งระดับประเทศ ระดับบุคคลก็เร่งใช้จ่ายเงินในอนาคตหมด หนี้ภาคครัวเรือนก็สูงอะไรต่าง ๆ นี้ หรือบางประเทศก็พิมพ์แบงก์ (Bank) ไปทุก ๆ วัน

ทีนี้ ๓ ประเด็นนี้ ที่ผมกล่าวถึงนี้มันโยงเป็นประเด็นที่เราปฏิรูปอยู่แล้ว ทั้งเรื่องเหลื่อมล้ำ เรื่องระบบเศรษฐกิจที่ดี เรื่องการบริโภค เรื่องวัฒนธรรมต่าง ๆ ผมจึง อยากจะเห็นกรรมาธิการชุดนี้เอาสิ่งที่ท่านได้เสนอนี้ เอาไปโยงกับของชุดอื่นด้วย จะได้ ออกมาเป็นแพคเกจ (Package) ไม่อย่างนั้นแล้วมันเหมือนกับต่างคนต่างทำ จริง ๆ แล้ว ก็อาจจะโยงอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าหากเสนอแนะในเชิงของการเสนอปฏิรูปเป็นแพคเกจด้วยกัน ก็จะดีมากนะครับ ทีนี้อยากจะขอเรียนว่ามาถึงคำถามก็คือว่าแล้วเราจะทำอย่างไร เพราะว่า คนเขารู้กันว่าเป็นอย่างนี้ ทีนี้ในโลกนี้มีคนทำหลายระดับ แต่ทีนี้ในที่นี้ผมฟังท่านกรรมาธิการ แล้วผมอยากเสนอว่าต้องทำ ๒ ระดับไปพร้อม ๆ กัน ระดับเล็ก ๆ เช่น ระดับโรงเรียน ระดับ บางสำนักงาน ระดับหมู่บ้าน บางหมู่บ้าน ตำบล แล้วก็ระดับใหญ่ ระดับประเทศ หรือระดับ ภูมิภาค อย่างอาเซียน หรือว่าอาเซียนบน อาเซียนล่างอะไรก็แล้วแต่ หรือของโลกนี้ มันมีตัวอย่างครับ อย่างระดับเล็ก ๆ นี้ ขออนุญาตนะครับ อย่างที่ฟริสจอบ แคปรา นะครับ นักฟิสิกส์ที่สอนที่ยูซี เบิร์กลี (University of California, Berkeley) ซึ่งผมเคยไปคุยกับเขา เขาตั้งเซนเตอร์ ฟอร์ อีโค ลิเทอเรซี่ (Center for Eco literacy) เขามีความเชื่อว่าต้องเริ่ม จากเด็ก ให้เด็กได้รู้จักเห็นธรรมชาติ เขาปรับปรุงหลักสูตรโรงเรียนอนุบาล โรงเรียน ประถมศึกษา ในรัศมี ๕๐ ไมล์จากเบิร์กลีย์ แล้วก็ให้ครูหรืออะไรต่าง ๆ ปรับความคิดเด็ก คือให้เด็กคิดแบบองค์รวม เพื่อให้เด็กเห็นความดีความงามตามธรรมดาของชีวิต จะได้ปลูกฝัง ให้เขามีภูมิคุ้มกันในใจที่จะไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งที่ยั่วเย้า ก็มาในแนวของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านเรามีอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้ก็ดำเนินการไปเป็นระดับเล็ก ๆ แล้วก็ต่อเซลล์ไปเรื่อย ๆ โรงเรียนไหน สนใจก็มาเริ่ม อีกระดับหนึ่งก็เป็นระดับประเทศ ระดับใหญ่ทีเดียว ก็ทำเป็นโซเชียล มูฟเมนท์ (Social movement) ทำเป็นการเคลื่อนอย่างสังคม ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ก็เคยทำมา หลาย ๆ ประเทศก็ทำมา บ้านเราเวลาเราเสนอภาครัฐมาทำ ผมไม่อยากให้รัฐทำคนเดียว แต่ให้ทำร่วมกับหลายฝ่าย แล้วให้มันเป็นมูฟเมนท์ (Movement) มูฟเมนท์ในความหมาย ที่อาจจะใช้วิธีอื่นด้วย แต่ขอเวลาท่านประธานนิดเดียวครับ แต่ผมเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในเวลานี้โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เราเป็นห่วงก็คือคนรุ่นใหม่ต้องใช้ โซเชียล มีเดีย ใช้เครื่องมือโซเชียล มีเดีย โดยการที่จะให้มันมีแพลทฟอร์ม (Platform) ในนั้นที่ทำให้เขาเห็นบุคคลตัวอย่าง บุคคลตัวอย่างที่ในทุกระดับ ทุกอณู ที่สามารถที่จะฝืน ค่านิยม วัตถุนิยมที่ไม่ดีได้นะครับ มีความกล้าหาญที่จะอยู่อย่างตัวเองที่ว่าเป็นตัวอย่างได้ และขณะเดียวกันโซเชียล มีเดียนี้ เราสร้างแอพที่ให้แต่ละคนมีเครื่องมือ เดี๋ยวนี้เขาชอบฮิต นะครับ ในเฟซบุ๊ก บางทีก็มีคนส่งมาว่าใส่ชื่อเข้าไปสิ เพื่อที่จะบอกว่าชื่อคุณนี่มีความหมาย ว่าอะไร มันก็ดี ๆ ทั้งนั้นครับ หรือลองดูสิว่าน้ำหนักคุณเท่าไร หรืออะไรต่าง ๆ ถ้าแอพ ลักษณะที่เขาประเมินค่านิยมตัวเองว่าฉันเบี่ยงเบนไปไหม หรือว่าที่ผ่านมาฉันทำอะไรไม่ถูกไหม หรือมีเครื่องเตือนสตินี่ผมคิดว่าอันนี้เราเข้าถึงตัวทุกคนได้เลย แล้วก็จะมีประสิทธิภาพมาก เพราะว่าถ้าเราใช้แอพอย่างนี้หรือใช้โซเชียล มีเดีย มันจะช่วยทำให้คนค่อย ๆ ละทิ้ง ความเชื่อเดิมที่คิดว่าถูก ทำให้เขาหันกลับไปทำพฤติกรรมแนวใหม่เพราะมันจะเกิดการ เลียนแบบกันนะครับ และอันที่ ๓ เขาก็จะมีกำลังใจด้วยตัวเขาเอง เพราะคนทุกวันนี้ คุยกับตัวเองมากขึ้นทุกวัน เพราะว่าไม่ค่อยคุยกับคนอื่น ก้มหน้านะครับ สังคมก้มหน้า มันคุยกับตัวเอง ดังนั้นเราต้องอาศัยนิสัยใหม่เขานี่ล่ะเป็นตัวทำให้เขาเปลี่ยนก็คือว่าเขาจะได้ มีกำลังใจกล้าหาญที่จะฝันจะทำให้ดีขึ้น อาจจะมีสกอร์ (Score) ให้ด้วยครับ แล้วก็สุดท้าย ผมคิดว่าทำให้เขาได้มีความตระหนักรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ และผมคิดว่าถ้าเราทำอย่างนี้ ในระดับที่เป็นมูฟเมนท์นี่ และใช้โซเชียล มีเดีย เสริมจากที่ท่านกรรมาธิการได้เสนอไปแล้วนี่ ผมว่าน่าจะเป็นอะไรที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้เร็วครับ ขอบคุณมากครับ