เฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ หารือเรื่องการปฏิรูปสังคมไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างค่านิยมที่ดี จิตสำนึกที่ดี คุณธรรมที่ดี ให้เกิดกับพี่น้องคนไทยทุกระดับ ทุกวัย และเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มพื้นที่เวลาในช่องทีวีที่เป็นของเอกชนต่าง ๆ เพื่อใช้ในการนำเสนอเรื่องราวของค่านิยมคุณธรรมที่ดีของไทย
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่าน คณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ผม นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๐๕๓ จากจังหวัดพังงา ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่คณะกรรมาธิการได้นำประเด็นนี้ เข้าสู่การปฏิรูป ผมคิดว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าสังคมไทยทุกวันนี้เราอ่อนแอมาก แล้วปัญหาทุกอย่างเกิดจากคน ผมอยากจะนำเรียนสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ว่า ถ้าเราแก้ปัญหาเรื่องคนไม่ได้ เราจะไปแก้ปัญหาเรื่องอื่นนั้นก็คงยาก เราจะปฏิรูปอีก ๓๕ วาระ กับ ๗ วาระพัฒนา ถ้าคนเป็นกลไกสำคัญไม่เคลื่อนเท่าไร ผลสัมฤทธิ์ก็ไม่สูง ผมยกตัวอย่างนะครับ ตอนเด็ก ๆ ผมเรียกว่าสภาน้ำชา ผมโตมาในตลาด เห็นชาวจีนซึ่งเป็น พ่อค้าธุรกิจในระดับจังหวัดตอนเย็นเขาจะมานั่งดื่มน้ำชากัน ต้นทุนเขาต่ำมาก มีใบชา น้ำชา ก็คือน้ำร้อนต้ม แล้วก็เอาหนังสือพิมพ์จีนมาอ่านกัน ผมเป็นเด็ก ๆ ผมก็วิ่งเล่น วิ่งไปวิ่งมา ก็ยังชื่นชมในผู้หลักผู้ใหญ่ชาวจีนซึ่งถือว่าเป็นผู้นำทางธุรกิจในระดับจังหวัด จากวันนั้น ถึงวันนี้ผมคิดว่าเมื่อเราก้าวมาสู่สภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น ผมคิดว่าเราน่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการ หล่อหลอมเยาวชน เด็กของเราให้มีค่านิยมที่ดี แล้วก็ปลูกฝังกลายเป็นพฤติกรรมที่ดี เพื่อให้ เขาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตข้างหน้า ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือหลักแนวคิด สิ่งที่ท่าน กรรมาธิการนำเสนอนั้นผมขอชื่นชมอย่างมากว่าดีมากครับ แล้วผมก็อยากจะฝากเพิ่มเติมว่า หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นสิ่งที่เรามักจะใช้ในด้านเดียวนะครับ คิดว่าเราจะใช้ ในเรื่องของการที่ดำรงชีพอย่างเดียวทางด้านเศรษฐกิจ แต่ในทางกลับกัน ผมเองนั้นกลับใช้ แนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตประจำวัน ผมก็เคยผิดพลาด เคยลงทุน แล้วผิดพลาด แล้วเราก็เครียดไประยะหนึ่งจนวันหนึ่งเราค้นพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเพราะว่า เราทำอะไรเกินความพอเพียง จนสุดท้ายเราก็ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กลับมาทบทวนแล้วก็มาดำเนินชีวิตใหม่ ก็ปรากฏว่า สิ่งต่าง ๆ นั้นก็กลายเป็นดีหมดเลย ด้วยความที่เราไม่ประมาท ซึ่งเป็นปัจฉิมโอวาท ของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงสั่งสอนไว้ก่อนที่ท่านจะปรินิพพานให้เราไม่ประมาท สิ่งนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะผมว่าวันนี้เราอยู่ในความประมาทกัน สังคมเรา เต็มไปด้วยความประมาท แม้กระทั่งปัจจุบันเราก็ยังเต็มไปด้วยความประมาทอยู่ เรายังไม่รู้ว่า เราจะปฏิรูปประเทศไปได้สำเร็จหรือไม่ อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญ แล้วก็สำคัญ อย่างยิ่งคือการสร้างค่านิยมที่ดี จิตสำนึกที่ดี คุณธรรมที่ดี ให้เกิดกับพี่น้องคนไทยทุกระดับ ทุกวัย ให้มีพื้นที่ตั้งแต่ระดับเด็ก เยาวชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมกิจกรรมที่ดี ๆ กับผู้ใหญ่นะครับ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราไม่สามารถหล่อหลอมตรงนี้ได้ เราก็จะไม่สามารถได้ผู้ใหญ่ ที่เข้มแข็งในอนาคต ผมเองผมคิดว่าอันหนึ่งที่สำคัญก็คือสื่อทางทีวี (TV) และสื่อภาพยนตร์ สื่อทางทีวีนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลควรจะเพิ่มพื้นที่เวลาในช่องทีวีที่เป็นของเอกชนต่าง ๆ ที่เป็น ละครตอนเย็นที่เราเห็นประมาณช่วงเย็นก็ถือว่าเป็นช่วงที่เด็ก ลูกหลาน แล้วรวมทั้งผู้ใหญ่ ค่อนข้างจะว่างแล้วต้องการดูสื่อพวกนี้อยู่ ผมคิดว่ารัฐควรจะต้องเพิ่มบทบาทในการกำหนดว่า จะต้องมีสื่อทีวีที่เป็นในเรื่องของค่านิยมคุณธรรมที่ดีของไทย อาจจะไม่ได้เต็มทั้งหมด แต่อย่างน้อยต้องมีเวลาประมาณ ๑ ใน ๓ อะไรก็แล้วแต่ในช่วงของ ไพรม์ (Prime) ตรงนั้น นะครับ ผมคิดว่าฝากทางท่านกรรมาธิการด้วยนะครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าเราโดนโดมิเนท (Dominate) โดนหล่อหลอม โดนครอบงำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เราก็เหมือนกับเราไม่รู้ตัว ความอิจฉาริษยา ความเห็นแก่ตัวก็จะเกิดสูงขึ้นในสังคมไทยเรื่อย ๆ ดังตัวอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ ในบทละครต่าง ๆ ทางทีวีและรวมทั้งภาพยนตร์ ผมคิดว่าควรจะมีภาพยนตร์ที่เหมือนกับ สร้างชาติกันบ้างว่าสร้างค่านิยม สร้างคุณธรรมให้คนที่ชมเกิดความฮึกเหิมขึ้น อยากจะเป็นคนดี อยากจะเป็นคนที่มีค่านิยมที่ดี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองไปสู่ในทิศทางที่ถูกที่ควร อันนี้ผมคิดว่าฝากท่านกรรมาธิการ ผมคิดว่าสังคมไทยวันนี้ต้องเริ่มแล้ว และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาปฏิรูปแห่งชาติของเรา ก่อนที่จะให้ข้างนอกเริ่ม ผมว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๕๐ ท่าน ควรช่วยกันเริ่มก่อนครับ ขอบคุณครับ