สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๘ · ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

สรณะ เทพเนาว์ ระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เขาหมายถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดการศึกษาเด็กเล็กและปฐมวัย การชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และการสำรวจทะเบียนราษฎร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมผู้สูงอายุและผู้พิการในอนาคต

นายสรณะ เทพเนาว์

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติท่านคณะกรรมาธิการ การปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ก่อนอื่นต้องขอ ชื่นชมทางคณะกรรมาธิการดังกล่าวที่ได้ชี้แจงถึงประเด็นปัญหาของสวัสดิการของสังคม ทั้งหมดนะครับ ท่านประธานครับ มีประเด็นที่เกี่ยวพันกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมา รัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ได้พูดถึงสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ รวมทั้งคนพิการต่อเนื่อง และขณะนี้เรากำลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดินหน้าเข้าสู่ การปฏิรูปก็พูดเกี่ยวพันถึงการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ดังกล่าว เช่นเดียวกัน คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พูดพาดกรณีครอส คัทติง หลายชุดหลายคณะ การปฏิรูปทางด้านสาธารณสุข การคุ้มครอง สคบ. ผู้คุ้มครองผู้บริโภคและการเงิน การคลัง ส่วนที่กระผมจะพูดดังกล่าวก็คือเกี่ยวพันกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น ที่เกี่ยวพัน พระราชบัญญัติเทศบาล ปี ๒๔๙๖ ภายใต้มาตรา ๕๐ ภายใต้แห่งกฎหมาย ข้อบังคับดังกล่าว เทศบาลตำบลมีหน้าที่ส่งเสริม สตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เช่นเดียวกัน พ.ร.บ. สภาตำบลและ อบต. เช่นเดียวกัน ปี ๒๕๓๗ มาตรา ๖๗ ภายใต้ แห่งบทบัญญัติกฎหมายนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่ต้องทำนะ ส่งเสริมสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เช่นเดียวกัน เทศบาล อบต. เห็นไหมครับ มาตรามีความสัมพันธ์ต่อเนื่อง พระราชบัญญัติ อบจ. เช่นเดียวกัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๐ มีหน้าที่จัดทำกิจการที่เกี่ยวพันกับสตรี เด็ก เยาวชน เช่นเดียวกันใน (๘) มาตรา ๑๖ เทศบาลแตะไปถึงเมืองพัทยาเช่นกัน มีหน้าที่สังคมสงเคราะห์พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และรวมทั้งผู้ด้อยโอกาส คณะของท่านนี่ครอบคลุมทั้งหมดคือสวัสดิการสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่ง จากรายงานของท่านคุณหมอพลเดช ปิ่นประทีป อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประเด็นของสวัสดิการสังคม ชุมชน ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมหุ้นส่วน มีลักษณะกองทุนสวัสดิการชุมชนและตำบลระดับท้องถิ่นจำนวน ๕,๘๖๔ กองทุน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่ง มีสมาชิกแตะ ๆ ร่วมเกือบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๔,๑๐๐,๐๐๐ คน มีกองทุน ๖,๐๔๖.๓๕ ล้านบาท งบประมาณตรงนี้ถามว่าคัฟเวอร์ (Cover) ครอบคลุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วหรือยัง ผมฝากประเด็นข้อพิจารณาไว้

ส่วนที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการด้วยความเคารพว่า ระบบสวัสดิการเด็ก สตรี คนชรา ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายเป็นจุดตายและจุดเกิดจากครรภ์ มารดาถึงเชิงตะกอน ซึ่งดอกเตอร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เห็นว่าสวัสดิการคนทั้งประเทศนั้น เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นจะต้องมีเกี่ยวพันต่อเนื่องโดยลำดับ เด็กในที่นี้หมายถึง ๓ ปี ถึง ๖ ปี

อันที่ ๒ ก็คือการจัดการศึกษาเด็กเล็กและปฐมวัย ในกรณีที่ถ่ายโอนตาม พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้การศึกษา การถ่ายโอนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การจัดการศึกษาให้แก่องค์กรการปกครอง ท้องถิ่นนั้นยังไม่ครบถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ที่จะบอกว่าท่านนายแพทย์อำพลเสนอให้มี การชุมชนหรือสภาพลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมสัมพันธ์กับองค์กรการปกครองท้องถิ่น ประเด็นนี้ ฝากให้ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจ สำนักปลัดนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวพันด้วย

ประเด็นที่ ๓ ประเด็นที่ถ่ายโอนการศึกษาควรถ่ายโอนโรงเรียนขนาดเล็ก ที่จำนวนโรงเรียนไม่เกิน ๑๐๐ คน ไปยังองค์กรการปกครองท้องถิ่นให้ดูแล มันจะเกี่ยวพัน กับครอบครัวของเด็กในชนบทด้วย

ประเด็นที่ ๔ การสำรวจทะเบียนราษฎร์ในสำนักงานท้องถิ่น เทศบาลทั่วประเทศ ๒,๐๐๐ กว่าแห่งนั้น ในกรณีเด็กที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนหรือผู้ด้อยโอกาส เด็กไม่มี บุพการี หรือถูกบุพการีทอดทิ้งตั้งแต่เด็กหรือเด็กกำพร้า รวมทั้งเด็กต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย ท่านครับ เทศบาลต้องรับผิดชอบเด็กต่างด้าวด้วยที่เขามาอาศัยทำงานในบ้านเมืองเรา

ประเด็นต่อไป ก็ฝากสตรี ผู้สูงอายุ สตรีนี่เป็นผู้ที่ฟูมฟักสังคม ส่วนใหญ่ ร้อยละ ๘๐ เป็นสตรีที่มีอาชีพในชุมชน กองทุนสตรีต้องเคลื่อนไหวและต่อเนื่อง

ต่อมางานพัฒนาชุมชนในสังกัดกรมพัฒนาชุมชนระดับตำบล หมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทยต้องเข้ม ให้สตรีหรือมีการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทำงานว่าด้วย คณะกรรมการพัฒนาชุมชนสตรี พ.ศ. ๒๕๓๘ ด้วย ผู้สูงอายุก็เช่นเดียวกัน ขณะนี้เข้าสู่ ผู้สูงอายุวัยระดับสุดยอด นับตั้งแต่อายุ ๖๕ ปี ในสัดส่วนร้อยละ ๓๐ ของประชากร คนทั้งประเทศ ท่านต้องตระหนัก อนาคตผู้สูงอายุกำลังเดินหน้า ต้องมีบริหารการจัดการ และมีการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายครับ สถาบันวิจัยของทีดีอาร์ไอ (TDRI) วิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทยชี้สวัสดิการสังคมของรัฐ ไม่ตอบโจทย์ท้องถิ่นและควรจะจับมือชุมชนและ อปท. ดูแลกันเอง รัฐคอยสนับสนุนและเกื้อกูล และพร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุที่เผชิญ ในอีก ๓๐ ปีข้างหน้า

อันสุดท้าย ผู้พิการและการจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงผู้ยังชีพควรประสานเรื่อง ความเป็นอยู่ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ นี่คือข้อเสนอของด้านปกครองท้องถิ่น กราบขอบพระคุณท่านประธานท่านเทียนฉาย กีระนันทน์ ครับ