วินัย ดะลันห์ หารือเรื่องการใช้ศาสนาในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะฮาลาลในศาสนาอิสลาม ซึ่งหมายถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีความปลอดภัยและศักดิ์สิทธิ์ และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะในตลาดมุสลิมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และขอให้ประเทศไทยพัฒนาศักยภาพของตลาดฮาลาลและดึงดูดทรัพยากรเศรษฐกิจฮาลาลจากทั่วโลก
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม วินัย ดะลันห์ ผมได้รับมอบหมายให้มาพูดคุยกันในเรื่องของการใช้ศาสนาในเรื่องของ การสร้างมูลค่าและคุณค่าทางเศรษฐกิจ จะเป็นเรื่องของกรณีของศาสนาอิสลามเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามก็สามารถที่จะประยุกต์ใช้กับในศาสนาอื่น ๆ ผมมีเรื่องเล่าอยู่ ๒ เรื่อง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดสด ๆ ร้อน ๆ
เรื่องแรก ก็คือผมเพิ่งกลับมาจากเกาหลี ที่เกาหลีนั้นผมไปบรรยายเรื่อง ของฮาลาล (Halal) อาจจะแปลกใจนะครับว่าเกาหลีซึ่งอาจจะมีมุสลิมอยู่จํานวนน้อย สนใจเรื่องของฮาลาลซึ่งก็คือเรื่องของสิ่งที่มุสลิมสามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของอาหาร สิ่งไม่ใช่อาหารหรือว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่น่าสนใจก็คือที่เกาหลีเขาสร้างทีมวิจัย ในเรื่องของการพัฒนาอาหารฮาลาล เขาพาผมไปดูอาหารฮาลาลอวกาศ เขาพัฒนากันไปไกลเลย มีนักวิทยาศาสตร์มุสลิมที่เป็นคนเกาหลีแท้ ๆ อยู่หลายคน เรื่องที่เกาหลีเขาทําเราก็สงสัย ถามเขาว่าทําไมเขาต้องสนใจเรื่องของอาหารฮาลาลอวกาศ เกาหลีเขามีโครงการอวกาศ มีนโยบายในการที่จะนําเอานักวิทยาศาสตร์มุสลิมขึ้นไปร่วมขบวนการกับเขา ก็จะเป็นเรื่อง ของการใช้ศาสนาและวัฒนธรรมในการสร้างความประทับใจให้กับคนต่างชาติโดยใช้ศาสนาอิสลาม เป็นแกน ในเกาหลีมีมุสลิมอยู่ ๓๕,๐๐๐ คน มีมัสยิดอยู่ ๑๓ แห่งทั่วประเทศ ทีนี้ที่ญี่ปุ่น ในวันที่ ๒๖ นั้น นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะไปเปิดงานที่ญี่ปุ่นแล้วก็จะเชิญนายกรัฐมนตรี ญี่ปุ่นนั้นเข้าร่วมงานด้วยเป็นงานฮาลาล มาเลเซียเขารุกไปถึงประเทศญี่ปุ่น ผมได้รับเชิญ ให้ไปร่วมบรรยายด้วย ก็อยากจะเรียนให้ทราบวันนี้เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ต่างฝ่ายต่างพยายาม ที่จะแข่งกันในเรื่องของฮาลาลทั้งสิ้น เขามีประชากรมุสลิมอยู่น้อยมาก กรณีประเทศไทยเรา มีมุสลิมอยู่ตั้งแต่ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้นเราไม่น่าที่จะต้องยอมแพ้เขา ในเรื่องนี้ ก็อยากจะขอเสนอในเรื่องของงานฮาลาลในส่วนของประเทศไทย สิ่งที่ผมจะพูดนั้น จะเป็นเรื่องของการใช้ฮาลาลในศาสนาอิสลามเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
ก่อนอื่นก็ขอกล่าวถึงความหมายของวัฒนธรรมเสียก่อนในเรื่องของวัฒนธรรมนั้น ในภาษาอังกฤษตามที่ Sir Edward Burnett Tyler อธิบายไว้ในปี ค.ศ. ๑๘๗๑ เขาบอกว่า วัฒนธรรมคือความสามารถและพฤติกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น ประกอบด้วยคุณงามความดี ประเพณี ศิลปะ ความรู้ กฎหมายและอื่น ๆ ดังนั้นเรื่องของวัฒนธรรมนั้นจึงครอบคลุม ถึงเรื่องของศาสนาด้วย ในส่วนของคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนานี้อธิบายไว้ก็คือวัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตอันเป็นผลผลิตของสังคม ประกอบด้วย ศาสนาซึ่งเป็นหลักคิด จริยธรรมซึ่งเป็นหลักปฏิบัติ ค่านิยมซึ่งเป็นพฤติกรรม ศิลปะซึ่งเป็น ความจัดเจนในงาน ในส่วนของอิสลามหากพิจารณาตามนิยามแล้วอิสลามไม่ใช่ศาสนา แต่เป็นวิถีชีวิตและวิถีจิตวิญญาณโดยมีวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่ง อิสลามประกอบไปด้วย หลักศรัทธาและหลักปฏิบัติ พวกเราอาจจะอ่านไม่ชัดได้มีการแจกแฮนด์เอาท์ (Handout) ไว้ ในเอกสารชุดที่ ๒ พวกเราอาจจะดูร่วมกันไปได้นะครับ อิสลามนั้นมีเรื่องของหลักปฏิบัติ แล้วก็หลักศรัทธานะครับ ในส่วนของทั้ง ๒ ส่วน ในที่สุดก็สามารถพัฒนาไปเป็นเรื่องของพฤติกรรม จริยธรรม ศิลปะ ค่านิยม โดยทุกส่วนที่พัฒนาขึ้นนั้นในกรณีของอิสลามจําเป็นที่จะต้องอยู่ ในกรอบที่ได้รับการอนุมัติจากพระผู้เป็นเจ้า เราเรียกกรอบนั้นว่าฮาลาล อันนี้เองในเมื่ออิสลาม หมายถึงวิถีชีวิตเป็นจิตวิญญาณและเป็นวัฒนธรรมฮาลาลจึงเป็นหลักการสําคัญในเรื่อง ของศาสนานะครับ ถ้าเราดูย้อนกลับไปในปี ๒๐๐๙ นิตยสารไทม์ ณ เดือนพฤษภาคมกล่าวถึง ฮาลาลในมิติใหม่ นั่นก็คือในรูปของเศรษฐกิจฮาลาล หรือฮาลาล อีโคโนมี (Halal Economy) ทั้งกล่าวด้วยว่าฮาลาลเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ถูกมองข้าม ฮาลาลแยกย่อยเป็นหลายส่วน มีทั้งเรื่องของอุตสาหกรรมฮาลาล อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งที่ไม่ใช่อาหาร การแพทย์ฮาลาล การท่องเที่ยวฮาลาล สื่อสิ่งพิมพ์และบันเทิงฮาลาล การเงินฮาลาล โลจิสติกส์ฮาลาล แล้วก็ที่น่าแปลกใจคือไอซีที (ICT) ฮาลาล เดี๋ยวผมจะโชว์ให้ดูว่าไอซีทีฮาลาลเป็นอย่างไร เมื่อพิจารณาศักยภาพของเศรษฐกิจฮาลาลใน ค.ศ. ๒๐๑๔ ซึ่งรายงานโดยคณะทํางานฮาลาล ขององค์การความร่วมมือของโลกอิสลามหรือโอไอซี (OIC) ได้ข้อสรุปว่าในส่วนของศักยภาพ ที่รับรู้กันได้ ประกอบไปด้วยเศรษฐกิจฮาลาลมีมูลค่าสูงถึง ๓.๔ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในส่วนของค่านิยมฮาลาลซึ่งประเมินค่าไม่ได้ ได้แก่แบรนด์ สัญญะ วัฒนธรรมและอื่น ๆ นั้น เรื่องนี้มีมูลค่ามหาศาลซึ่งไม่สามารถที่จะประเมินค่าได้ อีกส่วนหนึ่งก็คือศักยภาพที่ซ่อนอยู่ ตรงนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง โดยที่เราทราบกันว่าอาหารที่จําหน่ายกันอยู่ในโลกปัจจุบันนั้น มีส่วนแบ่งของตลาดมุสลิมอยู่ ๑๖.๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าในส่วนแบ่งส่วนที่เหลือจะเป็น ส่วนแบ่งที่ไม่ใช่สุกร แล้วก็ไม่ใช่เหล้าอยู่ถึง ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนนี้พัฒนาไปเป็นฮาลาลได้ นั่นหมายความว่าคนที่ไม่ใช่มุสลิมเขาบริโภคอาหารฮาลาลมากขึ้นทุกวัน ตรงนี้เองที่ทําให้ ยุโรปและอเมริกาเหนือให้ความสนใจกับเรื่องของตลาดฮาลาลเป็นอย่างยิ่ง เพราะฮาลาลนั้น หมายถึงเรื่องของสุขภาพ หมายถึงความปลอดภัย แล้วก็เป็นศักยภาพที่เราควรจะให้ความสนใจ ทางด้านเศรษฐกิจ เศรษฐกิจฮาลาลนั้นขึ้นอยู่กับประชากรมุสลิมในโลกเป็นด้านหลักครับ ใน ค.ศ. ๒๐๑๓ นั้นมุสลิมมีสัดส่วนถึงร้อยละ ๒๕ ของประชากรโลก แต่ด้วยการเติบโต ที่ค่อนข้างรวดเร็วของประชากรมุสลิมเชื่อกันว่าในปี ค.ศ. ๒๐๓๐ นั้นมุสลิมจะมีสัดส่วนเพิ่ม เป็นร้อยละ ๓๐ แล้วก็เพิ่มเป็นร้อยละ ๓๖ ในปี ค.ศ. ๒๐๗๐ อํานาจการซื้อสูงขึ้นมากกว่า ปัจจุบันอย่างแน่นอนนะครับ ยิ่งไปกว่านั้นกรณีของประเทศไทยคาดกันว่าใน ค.ศ. ๒๐๗๐ นั้น จะมีมุสลิมมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และนี่เองเป็นศักยภาพของตลาดมุสลิมที่ประเทศไทย ควรให้ความสําคัญอย่างยิ่ง ถ้าเราดูตามรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ที่ได้จัดทําไว้นะครับ สังคมนั้นเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ มีการเมืองเป็นส่วนยอด มีศิลปวัฒนธรรมเป็นดอกและผล แล้วก็มีสังคมเป็นลําต้น ความเจริญ ของต้นไม้นั้นขึ้นกับสารอาหารที่มาจากราก ดังนั้นรากก็คือระบบเศรษฐกิจ และหากพิจารณากัน ให้ถี่ถ้วนมองลึกลงไปที่รากนั้นเราจะเห็นว่าผู้ที่เป็นรากนั้นก็คือคนหรือพลเมืองนั่นเอง คนเหล่านี้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้นทักษะ ประสบการณ์ คุณค่า ศรัทธาที่มีอยู่ในตัวพลเมือง จึงเป็นส่วนที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง จําเป็นอยู่เองที่เราจําเป็นที่จะต้องพัฒนาศักยภาพ ทักษะ ประสบการณ์ของคนเหล่านั้น ในกรณีของฮาลาลประเทศไทยควรให้มุสลิมแสดงศักยภาพ ในการดูดทรัพยากรเศรษฐกิจฮาลาลจากทั่วโลกนั้นไปหล่อเลี้ยงทั้งในรูปของรายได้ขาเข้า ที่มาจากการท่องเที่ยวฮาลาล เรื่องของการแพทย์ฮาลาลซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวหรือว่า มีผู้ป่วยจากโรคตะวันออกกลางนั้นมาที่ประเทศไทย มาใช้บริการทางการแพทย์ฮาลาลมากขึ้น ถ้าเราไปดูในโรงพยาบาลแถวสุขุมวิท มีผู้ป่วยที่เป็นคนอาหรับ ญาติพี่น้องมากันมากมาย แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือรายได้จากการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ บริการ ตลอดจน นวัตกรรม ผมเองมีโอกาสไปต่างประเทศบ่อยครั้ง มีโอกาสได้เห็นทั่วโลก เขายกย่องกิจการ ฮาลาลของประเทศไทยมาก เรื่องนี้นั้นแปลกซึ่งพวกเราอาจจะไม่ค่อยได้ยิน เมื่อพิจารณา มูลค่าเพิ่ม บางทีเวลาเราจะทําในเรื่องของประเทศ เราคงจะต้องหาราคาของประเทศให้ได้ มูลค่าเพิ่มของประเทศเราพบว่าในกรณีของประเทศไทยเรามีราคา มีมูลค่าเพิ่มมหาศาล ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศเกษตรกรรมใหญ่ ๑ ใน ๑๐ ของโลก ผลิตภัณฑ์อาหารส่งออก ร้อยละ ๙๕ จะมีการรับรองหรือไม่มีการรับรอง มันฮาลาลโดยธรรมชาติของมัน เพราะฉะนั้น ถ้าเราดูประเทศไทยเราส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลไปทั่วโลกนี้ อยู่ในอันดับ ๕ ของโลก ซึ่งเป็น เรื่องที่หลายท่านอาจจะนึกไม่ถึง แต่ส่วนใหญ่นั้นขาดการรับรอง ถ้าสมมุติว่าเราสามารถที่จะ ให้การรับรองสนับสนุนเรื่องของคุณภาพการรับรองตราฮาลาล ประเทศไทยจะสามารถ ก้าวขึ้นไปสู่อันดับ ๑ ได้สบายเลยครับ เพราะว่าประเทศที่อยู่เหนือเรานั้น ศักยภาพไม่ได้ เหนือไปกว่าเราเลย ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศแรกที่รับรองฮาลาล โดยใช้แนวทางศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ พัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล จนกระทั่งกลายไปเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก วันนี้ทางประเทศเกาหลี ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ต้องการใช้ประเทศไทยเป็นแม่แบบ แล้วก็ขอให้ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลนั้นไปเป็นพี่เลี้ยง ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศบรูไนต่าง ๆ แม้กระทั่งเรื่องของอาฟริกาใต้ ประเทศอินเดีย ประเทศปากีสถาน ขอส่งนักวิทยาศาสตร์และขอส่งเจ้าหน้าที่มาฝึกหัดในประเทศไทยในเรื่องของการรับรองฮาลาล ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก ฮาลาลคือคําตอบทั้งด้านการส่งออก ผลิตภัณฑ์ฮาลาล การต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิม และผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ฮาลาล ดังนั้นเมื่อศาสนาและวัฒนธรรมคือมูลค่าเพิ่มของสังคม ฮาลาลก็คือมูลค่าเพิ่มของประเทศไทย อันนี้เป็นมูลค่าเพิ่มที่ศาสนาอิสลาม ของมุสลิมไทย มุสลิมนั้นมีส่วนร่วมในการสร้างชาติ สร้างแผ่นดินนี้มีความรัก หวงแหนในแผ่นดินนี้เช่นเดียวกับพวกเราที่อยู่ในที่นี้ คนเหล่านี้ พร้อมที่จะนําเอาศักยภาพของตนเอง ดึงเอามูลค่าเพิ่มต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากทั่วโลกเข้ามาสู่ ให้เป็นทรัพยากรของประเทศไทย เป็นการนําเอาศาสนาเข้ามารับใช้สังคม ผมจะขอให้พวกเรา ได้ดูวิดีโอ (Video) ๔ นาที จะได้มีความเข้าใจมากขึ้นว่าฮาลาลนั้นหมายความว่าอย่างไรนะครับ ขอดูวิดีโอนิดหนึ่งครับ