สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๗ · ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ไพบูลย์ นิติตะวัน หารือเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนาให้เป็นสถาบันหลักของสังคม และเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บภาษีพระและภาษีวัด พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปการบริหารทรัพย์สินของวัดให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ และการกระจายอำนาจการปกครองคณะสงฆ์ให้ชุมชนมีส่วนร่วม

นายไพบูลย์ นิติตะวัน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม ไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ในวันนี้ก็ขออภิปรายแสดงความคิดเห็น ต่อการเสนอรายงานของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนานะครับ ซึ่งมีท่าน พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ซึ่งในวันนี้เสนอเรื่องการส่งเสริมความเข้มแข็ง ของสถาบันศาสนาให้เป็นสถาบันหลักของสังคมนะครับ ซึ่งผมเห็นด้วยกับรายงานของ อนุกรรมาธิการ แล้วก็ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนผมนั้นก็มีประเด็นที่อยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานว่า ในฐานะที่เคยทําหน้าที่ในคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและ มาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ได้มีความเห็นร่วมกัน ได้ส่งรายงานของคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการ พระพุทธศาสนาไป ซึ่งหลาย ๆ ประเด็นในนั้น เรียกง่าย ๆ ว่ามี ๔ ประเด็นหลักนะครับ แล้วก็พร้อมกันนั้นในหนังสือของท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นท่านได้กราบเรียน นายกรัฐมนตรี นอกจากรายงานของคณะกรรมการแล้วก็ได้ส่งสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติไปด้วยนะครับ

ผมขออนุญาตเรียนเนื่องจากปรากฏเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ มีพระภิกษุ บางรูปได้ไปทําหนังสือถึงเจ้าอาวาส พระสังฆาธิการ เจ้าอาวาสทั้งวัด ๓๐,๐๐๐ กว่าวัด เพื่ออยากให้สอบถามความเห็นว่ามีลักษณะทํานองว่าคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและ มาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนานั้นได้เสนอให้เก็บภาษีพระ ให้เก็บภาษีวัด ซึ่งความพยายามดังกล่าวนั้นไปเวียนเพื่อขอความเห็นเพื่อที่จะมาคัดค้านต่อแนวทาง การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาของคณะกรรมการทั้งหมด ผมอยากจะเรียนว่าตามข่าว ที่ปรากฏนั้นมีความไม่ถูกต้องอยู่หลายประการ ซึ่งภิกษุที่ออกมาเคลื่อนไหวนั้นเป็นภิกษุ กลุ่มที่มีการคัดค้านการทํางานของการที่จะปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนามาโดยตลอด แต่ในครั้งนี้ผมทราบว่าพยายามที่จะใช้กลไกต่าง ๆ ขับเคลื่อนเพื่อที่จะให้สร้างความเข้าใจผิด ในหมู่ภิกษุ เจ้าอาวาสวัดทั้งประเทศ แต่ผมเรียนผ่านไปเพื่อที่ให้ท่านประธานรับทราบว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วความเห็นในเรื่องการเก็บภาษีพระ ภาษีวัดนั้นอยู่ในส่วนของความเห็น ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่อภิปรายในสภาแห่งนี้ มีอยู่ท่านหนึ่งท่านแสดงความเห็นไว้ ซึ่งโดยธรรมเนียมของสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นเราก็จะต้องส่งทุกเรื่องที่สมาชิกแสดงความคิดเห็นไป พร้อมกับรายงานของคณะกรรมการไปเพื่อประกอบการพิจารณาเท่านั้น ไม่ใช่เป็นส่วนหลัก แต่การพยายามไปบิดเบือนว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและ มาตรการป้องกันพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา เรื่องนี้เป็นของ สปช. ทั้งหมดนั้น ผมเรียนว่า มีปัญหาในการที่พยายามที่จะทําให้ไม่ถูกต้องหลายประการ ผมเลยก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ถ้าหนังสือของสภาปฏิรูปแห่งชาติทํากราบเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนั้น มีแต่หลักการ เหตุผลที่เป็นประโยชน์ เป็นตามความเรียกร้องของพุทธศาสนิกชนทั้งสิ้น แล้วในหนังสือดังกล่าว ได้บอกไปว่าสิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากข้อเสนอปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในฐานะ พุทธศาสนิกชน มีดังนี้ครับ

๒.๑ ทําให้มีการนําพระธรรมวินัยที่บริสุทธิ์และถูกต้องดีงามแล้วนั้น เป็นหลักปฏิบัติทั้งในส่วนของพระภิกษุและในส่วนของคณะสงฆ์ รวมทั้งพุทธศาสนิกชน

๒.๒ จะได้มีการปฏิรูปให้ทรัพย์สินของวัดและจัดทําบัญชีทรัพย์สินของวัด ทั้งรายรับรายจ่ายให้มีมาตรฐานบัญชีที่โปร่งใสตรวจสอบได้ เพื่อเป็นประโยชน์ของกิจการ พระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่ประชาชนจะได้รับ มีแต่เรื่องดี ๆ นะครับ และรวมกระทั่ง

๒.๓ เกิดการปฏิรูปทําให้การปกครองคณะสงฆ์มีการกระจายอํานาจ การดูแล ลงไปสู่วัดให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมกับคณะสงฆ์ในวัดนั้น ร่วมกันดูแลให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัย และมีระบบการตรวจสอบที่ดี โดยคณะสงฆ์และประชาชนมีส่วนร่วมส่งเสริม สนับสนุน เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องดี ๆ ทั้งนั้น

๒.๔ เกิดความร่วมมือระหว่างพุทธบริษัททั้ง ๔ ในการส่งเสริม สนับสนุน กิจการพระพุทธศาสนา

แล้วประการสุดท้ายครับ เกิดการปรับปรุงพัฒนาระบบการศึกษาทั้งระบบ ของคณะสงฆ์ เพื่อให้เน้นการศึกษาทั้งพระธรรม พระวินัย และพระไตรปิฎก และนําหลักคําสอน ของศาสนาพุทธไปเผยแพร่ให้กับประชาชนต่อไป เรื่องนี้ลงนามโดยท่านประธานเทียนฉายไปนะครับ กําหนดกรอบเวลาไว้เรียบร้อย แล้วพร้อมกันนั้นส่งความเห็นการอภิปรายของสมาชิกไป แต่เมื่อมีการบิดเบือนไม่เป็นอะไรครับ ความจริงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้นะครับ แต่ผมขออนุญาต เรียนเพิ่มเติม ขอรบกวนเวลาเพียงสั้น ๆ นะครับว่า แล้วก็มีอีกหน่วยงานหนึ่งคือคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมีท่านอาจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ ท่านได้ศึกษากฎหมายอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติ เสนอโดย สํานักพระพุทธศาสนาร่วมกับทางคณะสงฆ์นะครับ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย ได้ทําหนังสือกราบเรียนมายังท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วย ซึ่งในส่วนความเห็น ของกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนานั้น ไม่เห็นด้วยครับ ไม่เห็นด้วยกับร่างอุปถัมภ์กิจการพระพุทธศาสนาที่เสนอมา โดยเห็นว่า การเสนอร่างดังกล่าวโดยสํานักพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ผ่านการพิจารณาร่วมกับ มหาเถรสมาคมนั้น เป็นการเสนอร่างกฎหมายที่ไม่เป็นการปฏิรูปเลย กลับจะเพิ่มปัญหา ให้กับกิจการพระพุทธศาสนามากขึ้นไปอีก ซึ่งท่านอาจารย์คณิต ณ นคร ประธาน คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้ลงนาม แล้วส่งไปให้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ผม ขอเรียนว่าการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนานั้นจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันพุทธศาสนิกชน ทั้งหมด แต่แน่นอนครับ มีบุคคลหลาย ๆ ที่เสียผลประโยชน์ที่ยังอยากจะได้แสวงหา ผลประโยชน์จากการที่ศาสนา กิจการพระพุทธศาสนานั้นไม่ได้รับการปฏิรูป จึงมีการเคลื่อนไหว ต่าง ๆ แต่ผมเชื่อในสภาปฏิรูปแห่งชาติเรามุ่งมั่นที่จะทํางานเพื่อให้เป็นประโยชน์ กับประเทศชาติอย่างแท้จริง จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ