สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๗ · ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ภูดิศ ทัตติยโชติ พูดถึงการย้ายถิ่นฐานของวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยผ่านสื่อต่างๆ และมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยกล่าวว่ามันจะทําให้เกิดค่านิยมผิด ๆ ทําลายล้างวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนไทย

พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกนะครับ ผม พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๖๕ ต่อวาระการปฏิรูปลําดับที่ ๓๕ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปราย ในแง่มุมต่าง ๆ กัน ในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการทหาร ซึ่งมีอาชีพเป็นทหารอยู่ตลอดชีวิต จนจะเกษียณในเดือนตุลาคมนี้ ก็อยากจะขออนุญาตกล่าวถึงแง่มุมอีกแง่มุมหนึ่งที่พวกเรา ไม่เคยพูดถึง ก็คือในแง่มุมเรื่องของศิลปวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความมั่นคง เมื่อเราพูดถึงความมั่นคงแล้วเราจะพูดในเรื่องต่าง ๆ หลายประการ อาทิเช่น การปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์บ้าง เราพูดถึงเรื่องการปกป้องระบอบประชาธิปไตยบ้าง เราพูดถึง เรื่องบูรณภาพแห่งดินแดนบ้าง เราพูดถึงเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติบ้าง แต่ที่เราพูดกันอยู่ เป็นประจําในเรื่องของความมั่นคงนั้น ก็จะพูดถึงเรื่องบูรณภาพแห่งดินแดน ซึ่งปัจจุบันนี้ บูรณภาพแห่งดินแดนนั้นก็จะดูเสมือนว่าเลือนรางไปพอสมควร เนื่องจากความร่วมมือ ของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ซึ่งเสมือนทําให้เรานี้ไม่มีพรมแดน บ้านเรือนเคียงกันไปมาหาสู่กัน ได้อย่างสะดวก เป็นต้น แต่สิ่งที่เรามักจะพูดถึงประโยชน์ที่เราพูดกันเป็นประจําเรื่องความมั่นคง ในวันนี้ก็คือ เรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ เมื่อพูดถึงเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติเราก็พูดถึง เรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งสิ่งที่เราหรือข้าราชการทหารหรือหน่วยความมั่นคงจะพูดถึง เป็นประจําก็มักจะพูดถึงเรื่องของยาเสพติดบ้าง พูดถึงเรื่องการค้ามนุษย์บ้าง เป็นต้น สิ่งที่ผมอยากจะสะท้อนให้เห็น พวกเราอาจจะแปลกใจว่าพูดถึงเรื่องศิลปวัฒนธรรม ความสวยงาม แต่ผมกลับมาพูดถึงประเด็นเรื่องความมั่นคง อยากจะชี้ให้เห็นดังนี้นะครับ ในปัจจุบันนี้ ประเทศต่าง ๆ ในโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วยตกอยู่ในกระแสที่เราเรียกว่ากระแสโลกาภิวัตน์ หรือว่าโลกไร้พรมแดน การย้ายถิ่นฐาน ไม่ว่าจะผู้คนหรือแรงงาน แต่ที่สําคัญที่เกี่ยวข้อง กับมิติที่เราพูดถึงก็คือเรื่องศิลปวัฒนธรรมที่เราพูดกันวันนี้ก็คือเรื่องที่เกิดการหลั่งไหล ทางวัฒนธรรมผ่านสื่อต่าง ๆ ซึ่งเป็นสื่อที่มีความทันสมัยแล้วก็มีความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง สื่อเหล่านี้ก็นํากระแสวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นจํานวนมหาศาล เปิดทีวี (TV) ไม่ว่าจะเป็นฟรีทีวี ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม ทีวีดาวเทียม ก็ตามทีสิ่งที่ท่านจะพบเห็นเป็นประจําก็คือภาพยนตร์จากประเทศเกาหลีบ้าง ภาพยนตร์ จากประเทศญี่ปุ่นบ้าง หรือการแสดงดนตรีต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ปรากฏมากมายเป็นสิ่งที่ เราปฏิเสธไม่ได้เลย วันนี้บางครั้งถ้าพวกท่านได้มีโอกาสไปที่สุวรรณภูมิก็อาจจะเจอสิ่งที่แปลก ซึ่งไม่เคยเจอ ผมเองได้ประสบมากับตัวเองเมื่อเดือนที่แล้วไปที่สุวรรณภูมิพบเยาวชนของเรา เป็นจํานวนมาก จํานวนมากของผมนี่คือเป็นร้อยคนนั่งอยู่กับพื้นที่สุวรรณภูมิเลย ก็แปลกใจ ก็ไปถามว่าพวกหนู ๆ มาจากไหนกัน ปรากฏว่ามาคอยรับวงดนตรีจากประเทศเกาหลีวงหนึ่ง เขาก็เอ่ยชื่อให้ผมฟังแต่ผมก็ฟังไม่รู้เรื่อง คงเป็นพวกตกยุค พวกล้าสมัย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ สร้างความกังวลใจหรือมันสะท้อนอะไรบางอย่าง ในทัศนะส่วนตัวของผมเองผมก็เลยมองว่า การหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมต่างชาติ ซึ่งเราไม่ได้มองเห็นหรือเราไม่ได้ยับยั้งกันเลย ผมมองว่าเป็นภัยคุกคามอันหนึ่งในแง่ของคนที่ทํางานเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง หลาย ๆ ท่าน อาจจะไม่มองมุมนี้ ผมมองเห็นในทัศนะส่วนตัว บางท่านอาจจะบอกไม่ใช่ก็ได้ ผมมองว่า อันนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติในแง่ที่ว่ามันจะทําให้เกิดค่านิยมผิด ๆ ทําลายล้าง วัฒนธรรมดั้งเดิมของคนไทยที่มีอยู่ให้หมดสิ้นไป ปกติภัยคุกคามเราก็มีระดับเรียกว่า ระดับสูง ระดับปานกลาง เป็นต้น แต่ภัยอันนี้ก็ไม่เคยปรากฏ เป็นปรากฏโดยผมพูดเองคนแรก ถ้าผมคิดไม่ผิดผมคนแรกที่กําหนดว่าเป็นภัยคุกคาม ผมเรียกว่าเป็นภัยคุกคาม เป็นภัยเงียบ เสียมากกว่า เพราะเราจะไม่รู้ตัวเลยว่าภัยเหล่านี้มันเกิดขึ้นแล้วเมื่อเรารู้ตัวแล้ววัฒนธรรม ของชาติก็อาจจะหมดสิ้นไป เพราะฉะนั้นผมก็จึงเห็นว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ทําไปนั้น เป็นสิ่งที่มีความจําเป็น เป็นการยับยั้งภัยคุกคามชนิดหนึ่งที่ผมกําหนดขึ้นมา จริงอยู่ในโลก กระแสของโลกาภิวัตน์เราไม่มีทางที่เราจะไประงับยับยั้งวัฒนธรรม กระแสวัฒนธรรม ต่างชาติเข้ามา แต่สิ่งหนึ่งที่เราทําได้ก็คือสร้างความเข้มแข็งให้กับวัฒนธรรมของชาติเรา ความเป็นชาติไทยเรานี้มันจะแสดงออกด้วยขอบเขตหรืออาณาเขตของประเทศต่อไปไม่ได้แล้ว ประเทศมันไร้พรมแดนไปหมดแล้ว แต่สิ่งที่แสดงความเป็นตัวเป็นตนหรือเป็นคนไทย ที่ปรากฏจากทั่วโลกให้มองเห็นก็คือสิ่งที่เราเรียกว่าวัฒนธรรมไทย ไปที่ไหนเรามีการไหว้ น่าจะเป็นคนไทยนะ เราจะปรากฏเห็นว่านักกีฬาไทยที่ไปแข่งต่างประเทศเช่นนักกีฬา แบดมินตันเป็นต้น แข่งเสร็จแพ้ ชนะ ก็แล้วแต่ ก็จะไหว้ขอบคุณผู้ชม การไหว้มันกลายเป็น การบ่งบอกถึงความเป็นไทยภายใต้โลกที่ไร้พรมแดนแล้วผมเชื่อว่าสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรมนี้จะแสดงความเป็นเอกลักษณ์หรือเป็นตัวตนหรือความเป็นไทยของพวกเรา อย่างแน่นอนคือสิ่งที่สะท้อนถึงความสําคัญของคณะกรรมาธิการชุดนี้ รวบรัดนะครับ ก็คือว่า สนับสนุนแล้วก็เห็นชอบด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นปัญหาที่ท่านเสนอมาทั้งหมดนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจจะโต้แย้งได้ รวมทั้งประเด็นข้อเสนอของท่านทั้ง ๔ ประเด็น ที่ท่านเสนอมา ไม่ว่าการตั้งสมัชชาก็ตามที การจัดทําแผนแม่บทก็ตามที หรือว่าการเปิดพื้นที่ ทางกายภาพ แต่ว่าสิ่งที่สุดท้ายที่เห็นและมีความสําคัญที่สุดก็คือเรื่องกองทุน หลาย ๆ อย่าง ท่านทําเองได้ สมัชชา ถึงแม้จะไม่มีสมัชชาขณะนี้ก็มีการรวมตัวกันอย่างหลวม ๆ แล้ว โดยศิลปินและภาคประชาชน แผนแม่บทยังเกิดไม่ได้เพราะว่ายังไม่มีการรวมตัวอย่างชัดเจน แต่ว่าการเปิดพื้นที่ก็มีบ้างแล้วอย่างเช่นที่ผู้แทนจากจังหวัดสุพรรณบุรีท่านก็ได้เปิดพื้นที่ ของท่านแล้ว มีการแสดงอยู่เป็นประจําทุกเดือน ก็เหลืออยู่อย่างเดียวก็คือเรื่องเงินกองทุน ถ้าเป็นทหารเขาเรียกว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ท่านไม่มีเงินท่านเดินไม่ได้หรอกครับ ข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกที่ท่านจะนําเสนอในแง่มุมของว่าจะใช้ภาคบังคับในการประกันภัยนั้น เป็นข้อเสนอที่ท่านคิดภายใต้ความจนตรอก พูดง่าย ๆ ถ้าผมจะพูดถึง เพราะท่านหาช่องทาง ทุกช่องทางแล้วท่านหาไม่ได้ท่านก็มามองช่องทางนี้ แต่ภายในช่องทางนี้ก็มีข้อสังเกตหลาย ๆ ประการที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอไป เนื่องจากเพื่อนสมาชิกมีความเป็นห่วงและมีความปรารถนาดี แต่ผมทราบว่าตัวคณะกรรมาธิการคณะนี้ได้เดินลึกไปกว่าที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง มีการพบปะ ผู้หลักผู้ใหญ่ในภาครัฐบาลหลายท่าน ปัญหาข้อห่วงใยของท่านเป็นปัญหาที่พูดถึงกัน แล้วก็ไม่ได้ละเลย เพราะฉะนั้นก็อยากให้ ท่านเพื่อนสมาชิกอื่นที่อภิปรายเรื่องนี้ได้คลายความกังวลใจในเรื่องนี้ไปบ้าง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ท่านจะได้เงินกองทุนนี้มา ก็อยากจะให้ท่านใช้ความพยายามต่อไป แล้วก็พวกเราขอสนับสนุนให้กําลังใจให้ท่านได้เดินเรื่องนี้ต่อไป ขออภิปรายเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ