เตือนใจ สินธุวณิก เสนอการปฏิรูปค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา โดยเน้นย้ำถึงพลังของศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจใหม่ที่สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดตั้งสมัชชาศิลปวัฒนธรรม ระดับชาติและระดับท้องถิ่น และการสร้างกองทุนวัฒนธรรมแห่งชาติเพื่อเสริมสร้างศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดตั้งกองทุนศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานวัฒนธรรมไทย และการสร้างศิลปะประยุกต์จากวัฒนธรรมไทย เพื่อส่งออกศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สากล และสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้กับวัฒนธรรมไทย
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก กรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา อย่างที่ทางท่านประธานกรรมาธิการคือ ท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และท่านธรรมรักษ์ได้เรียนให้ท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้รับทราบถึงพลังของศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจใหม่ที่เรากําลังจะมุ่งไป โดยใช้ศิลปวัฒนธรรมของชาติเราที่จะสร้างเงิน สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศโดยใช้สิ่งที่เรียกว่า เป็นมรดกแห่งชาตินั้นมาทําให้เกิดคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจเหมือนอย่างประเทศอื่น ๆ ที่เขาดําเนินการสําเร็จกันมาแล้ว ดังนั้นดิฉันขออนุญาตกราบเรียนเสนอย้อนไปนิดเดียวนะคะว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปของเรานั้น คณะกรรมาธิการได้มีการผลักดันโดยความสนับสนุน ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๐ และมาตรา ๒๙๐ ในหมวดของการปฏิรูปว่าเรากําหนดให้มีการปฏิรูปด้านวัฒนธรรมภายใต้หลักการมีส่วนร่วม ในการวางแผนแม่บทและบริหารจัดการของประชาชน และหลักการรักษาดุลยภาพระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนตามแนวทางดังต่อไปนี้
อย่างแรกคือสนับสนุนให้สมัชชาศิลปวัฒนธรรมระดับชาติและระดับท้องถิ่น ซึ่งมาจากภาคประชาสังคม คือสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสมัชชาศิลปวัฒนธรรม ทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่นเพื่อที่จะช่วยกันปกป้อง ฟื้นฟู สืบสาน ส่งเสริม และพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรม ตามความหลากหลายของแต่ละพื้นที่ โดยให้มีความเป็นอิสระ และประสานงานกับสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ
ประการที่ ๒ ได้มีการกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ให้มีการจัดตั้งกองทุน ทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นกองทุนภาคประชาสังคม เพื่อเสริมสร้างศิลปวัฒนธรรม
ประการที่ ๓ ก็ได้กําหนดเชื่อมโยงไปถึงในส่วนภูมิภาคและในท้องถิ่นว่า ขอให้องค์กรบริหารท้องถิ่นได้กรุณาที่จะสนับสนุนงบประมาณและการจัดการที่จําเป็น เพื่อส่งเสริมงานศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมีอย่างหลากหลายและกระจายอยู่ทั่วประเทศของเรา ให้ได้มีคุณค่าและมูลค่าต่อไปนะคะ
สําหรับเหตุผลจากสืบเนื่องที่ดิฉันได้กราบเรียนท่านประธานและที่ประชุม ได้รับทราบดังกล่าวข้างต้นแล้วทั้ง ๓ ข้อนั้น จึงทําให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ได้เล็งเห็นว่าเราควรจะมีการจัดตั้งกองทุน ศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นตัวกลางในการที่จะบูรณาการงานในด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะ ส่งเสริม ฟื้นฟู อนุรักษ์ และรวมถึงการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมไทยเราให้ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน โดยอาศัยแนวคิดหลักสําคัญ อาทิเช่น แนวคิดทางด้านเศรษฐกิจ เชิงสร้างสรรค์ หรือครีเอทีฟ อีโคโนมี (Creative economy) แนวคิดเรื่องทุนวัฒนธรรม หรือ คัลเจอรอล ฟันด์ (Cultural fund) แนวคิดเศรษฐกิจแบบดิจิทัล (Digital) หรือดิจิทัล อีโคโนมี (Digital economy) และแนวคิดของการสื่อสารแบบบูรณาการ อินทรีเกรทเตด มาร์เก็ตติง คอมมูนิเคชัน (Integrated marketing communication)
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนศิลปวัฒนธรรมของเรานั้นนะคะ ดิฉัน อยากจะขอเรียนให้ท่านประธานและท่านสมาชิกทราบดังต่อไปนี้ค่ะ
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนศิลปวัฒนธรรมนั้น
ประการแรก ก็เพื่อที่จะ อนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า ของเราค่ะ การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่มีอยู่นั้นเราถือว่าวัฒนธรรมไทยนั้นเป็นแนชชันนอล เฮอริเทจ (National heritage) หรือเป็นมรดกของชาติที่คนไทยทุกคนร่วมกันภาคภูมิใจนะคะ เราจะต้องร่วมกันสืบสานให้ศิลปวัฒนธรรมทุกแขนงของประเทศไทยคงรักษาไว้ซึ่งความเป็น ชาติไทย แล้วก็เพื่อให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่ของเรานั้นได้หันมาศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย เกิดความรู้สึกเห็นคุณค่า หวงแหน แล้วก็ภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเราค่ะ นอกจากนั้น เราก็ต้องการที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับวัฒนธรรมไทยแท้ ๆ ของเรา ก็คือทําให้เกิดแวลู แอดเดด อย่างที่ทางท่านประธานเนาวรัตน์ และท่านธรรมรักษ์ได้กราบเรียนให้ท่านประธานและ ท่านสมาชิกทุกท่านได้รับทราบแล้วนะคะ
วัตถุประสงค์ประการที่ ๒ ก็คือ เพื่อที่จะนําเอาวัฒนธรรมไทยที่มีอยู่แล้ว ของเรานั้นมาสร้างศิลปะประยุกต์ให้มีความร่วมสมัย โดยการนําเอาวัฒนธรรมไทยนั้น มาพัฒนาปรับปรุงให้มีความร่วมสมัยเข้าใจง่าย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งรากฐานของศิลปวัฒนธรรมไทย ดั้งเดิมของเรานะคะ ทั้งนี้ในการดําเนินการในลักษณะนี้นั้นก็เพื่อที่จะส่งออกศิลปวัฒนธรรมไทย ของเราสู่สากลค่ะ ดิฉันขออนุญาตเรียนย้ํานะคะว่าเรากําลังเสนอให้ท่านสมาชิกทุกท่าน และสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ร่วมมือกันในการที่จะช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนให้เรานํามรดก ของชาติของเราส่งออกเป็นศิลปวัฒนธรรมสู่สากล นําเงินรายได้กลับเข้ามาประเทศของเราค่ะ
อีกประการหนึ่งนะคะ เราต้องการที่จะสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้กับวัฒนธรรมไทย ของเรา เป็นเรื่องของแวลู ครีเอชัน (Value creation) หรือแวลู ครีเอทีวิตี (Value creativity) ค่ะ
วัตถุประสงค์ประการที่ ๓ คือเพื่อที่จะบูรณาการการสื่อสารวัฒนธรรมไทย ภายใต้แนวคิดแบบ ดิจิทัล อีโคโนมี ตามนโยบายของรัฐบาลและตามแนวโน้มของประชาคมโลก ในขณะนี้นะคะ โดยเราจะจัดให้มีการสื่อสารภายนอกเอ็กซ์เทอร์นอล คอมมิวนิเคชัน (External communication) ที่จะเชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานในการที่จะใช้ทั้งซอฟต์แวร์ (Software) และฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซึ่งถือเป็นเรื่องสําคัญที่ต่างชาติหรือนานาชาติ ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสนใจ แล้วก็ใช้เครื่องมือตัวนี้ในการสื่อสาร ทําให้โลกของเรานั้น แคบลงนะคะ ขณะนี้ในชั่ววินาทีที่เราเปิดโทรศัพท์มือถือหรือเปิดอินเทอร์เน็ต (Internet) นั้น เราจะรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ทั่วโลกในทันทีแบบทันเหตุการณ์ด้วยนะคะ
อีกอย่างหนึ่งของการบูรณาการการสื่อสารวัฒนธรรมไทยภายใต้ความคิด แบบดิจิทัล อีโคโนมี ก็คือการสื่อสารภายในหรืออินเทอร์นอล คอมมิวนิเคชัน (Internal communication) ของเราเอง ซึ่งก็ต้องเชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานของประเทศไทยเราในทุก ๆ ด้าน อย่างที่ท่านธรรมรักษ์ได้บอกแล้วนะคะ ในการที่จะใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ แล้วก็ ใช้ดิจิทัล อีโคโนมีนี้ละคะ ในการที่จะทําให้พี่น้องประชาชนเราในทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ในการที่จะอนุรักษ์แล้วก็สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยของเราในองคาพยพเคลื่อนไปทั้งประเทศ พร้อมกันค่ะ
สําหรับแผนการนํากองทุนศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติไปใช้ประโยชน์นั้น ทางคณะกรรมาธิการของเราได้คิดไว้และขอนําเรียนที่ประชุมดังนี้ว่า ในด้านศิลปวัฒนธรรมไทยนั้น กองทุนศิลปวัฒนธรรมนี้จะส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนที่มีอยู่หลากหลาย แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยจะสอดแทรกเรื่องราวของภูมิปัญญา ท้องถิ่นและตํานานพื้นบ้านจากอดีตจวบจนปัจจุบันทั้งหมดค่ะ นอกจากนั้นกองทุนนี้ ยังจะช่วยดูแลศิลปินผู้สร้างผลงานในศิลปวัฒนธรรมไทยทุกด้าน ให้ศิลปินทุกท่านทุกสาขา ทุกแขนงได้มีแรงบันดาลใจที่จะร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์และสืบสานความเป็นไทยของเรา อย่างภาคภูมิใจไว้ตราบนานเท่านานค่ะ และนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการร่างรัฐธรรมนูญ ของประเทศไทย ถ้าไม่ใช่ยุคของการปฏิรูปแล้วเรื่องของศิลปวัฒนธรรมและการปฏิรูปแนวนี้ คงจะเกิดขึ้นไม่ได้ในประเทศไทย อยากจะขอให้เราร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าสําคัญนี้กัน และที่สําคัญมากที่สุดเลยดิฉันอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานและเพื่อน ๆ สมาชิก รวมทั้งพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาศิลปินทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ได้รับทราบกันก็คือว่ากองทุนนี้จะมีส่วนช่วยในการผลักดันส่งเสริมให้ศิลปวัฒนธรรมไทย ของเรานั้นเป็นสินค้าส่งออกเรากําลังจะส่งออกศิลปวัฒนธรรมไทยของเราเพื่อที่จะสร้าง มูลค่านํารายได้เข้าสู่ประเทศไทยเรา เหมือนอย่างที่เพื่อนประเทศในอาเซียนหรือในเอเชีย ได้ทําสําเร็จมาแล้ว ยกตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดก็คือประเทศเกาหลีและประเทศญี่ปุ่นด้วยนะคะ ปัจจุบันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าศิลปวัฒนธรรมแม้แต่เครื่องสําอางและอาหารการกินของเกาหลีนั้น เขาได้ส่งออกวัฒนธรรมของเขาไปทั่วโลกแล้ว และทําให้ทุกคนชื่นชอบประเทศเกาหลี เดินทางไปเที่ยวประเทศเขา ไปเสพศิลปวัฒนธรรมของเขาตั้งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน รวมทั้งด้านของศิลปวัฒนธรรมทุกแขนงนะคะ ดังนั้นกองทุนศิลปวัฒนธรรมแห่งชาตินี้ จะเป็นส่วนสําคัญในการที่จะผลักดันและส่งเสริมให้เราสามารถทําสําเร็จในการที่จะส่งออก ศิลปวัฒนธรรมไทยของเราค่ะ
และประการสุดท้ายนั้น กองทุนศิลปวัฒนธรรมแห่งชาตินี้จะมีส่วนสําคัญ ในการที่จะส่งเสริมให้เยาวชนไทยเรานั้นให้หันกลับมาร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์และหวงแหน ภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมไทยของเรา แล้วด้วยแนวคิดและประโยชน์ รวมทั้งหลักการ และเหตุผลที่ดิฉันได้กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านได้รับทราบถึงประโยชน์ ของการจัดตั้งให้มีกองทุนศิลปวัฒนธรรมแห่งชาตินั้น ทางคณะกรรมาธิการของเราได้คิด อย่างรอบคอบ รอบด้านแล้วค่ะ โดยมองเห็นข้อเท็จจริงของประเทศไทยในปัจจุบันว่าในขณะนี้ งบประมาณของแผ่นดินนั้นจําเป็นต้องนําไปใช้จ่ายในเรื่องของการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ (Logistics) ด้านต่าง ๆ ของประเทศและรวมทั้งช่วยพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนในทุกสาขา อาชีพให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ดังนั้นแน่นอนว่างบประมาณแผ่นดินนั้นมีอยู่จํากัดค่ะ ดังนั้นเราก็คํานึงถึงข้อจํากัดอันนี้และเราได้นําแง่คิดและนโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท่านได้มอบไว้ให้กับการประชุมแม่น้ํา ๕ สาย และท่าน ได้แจ้งกับสภาปฏิรูปแห่งชาติเราด้วยว่า ถ้าหากว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ต้องการที่จะ ดําเนินการปฏิรูปประเทศในด้านใดก็ตาม ขอให้แจ้งมาว่าจะปฏิรูปเรื่องอะไร ทําอย่างไร มอบหมายให้ใครเป็นคนทํา วิธีการดําเนินการอย่างไร ถ้าหากว่าเราสามารถเสนอได้ครบวงจรแบบนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ยินดีพร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปในด้านนั้น ๆ ในทันที โดยไม่ต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นเรียบร้อย หรือมีคณะรัฐบาลใหม่ มีการเลือกตั้ง แต่อย่างใดทั้งสิ้น ดังนั้นด้วยแง่คิดทั้งหลายเหล่านี้ทางคณะกรรมาธิการของเราจึงได้มีแนวคิด ที่จะขอกราบเสนอที่ประชุมแห่งนี้และท่านประธาน รวมทั้งทางรัฐบาลด้วย เกี่ยวกับเรื่อง ของการที่จะดําเนินการในสิ่งที่มีต่างชาติได้ดําเนินการสําเร็จมาแล้ว นั่นก็คือเรื่องของ การทําประกันภัยชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพราะเราทราบดีว่าต่างชาติ ที่เข้ามาในประเทศไทยเรานั้นเขาชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ และด้านกิริยามารยาท ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งล้วนเป็นวัฒนธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์ ของชาติไทยที่เราภาคภูมิใจนะคะ และในการดําเนินการนั้นดิฉันขอเรียนว่าทางคณะกรรมาธิการ โดยท่านประธานเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นั้น ได้มีการศึกษาแล้วก็เรียนเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายมาร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับการดําเนินการประกันภัยชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างรอบคอบแล้วค่ะ คือเราได้เรียนเชิญท่านผู้แทน ของกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสํานักงบประมาณ และที่สําคัญก็คือ ผู้แทนของคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือที่มีชื่อย่อว่า คณะกรรมการ คปภ. ซึ่งจะมีส่วนสําคัญในเรื่องของการดําเนินการประกันภัยชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยของเราได้มาให้แง่คิด ให้ข้อเท็จจริงถึงการดําเนินการที่เคย มีความพยายามที่จะดําเนินการมาก่อนแล้วแต่ไม่สําเร็จ ก็เนื่องจากเหตุผลหลายประการ เบี้ยประกันในสมัยโน้นคิดสูงมากทําให้ความเป็นไปได้ในการดําเนินการในเรื่องนี้ไม่สําเร็จนะคะ ดังนั้นเราจึงได้เรียนเชิญหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานของภาครัฐที่มีบทบาทสําคัญในเรื่อง ของการประกันภัย นั่นก็คือบริษัททิพยประกันภัยซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยที่อยู่ภายใต้รัฐบาล พูดอย่างนั้นก็ว่าได้ เพราะว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทิพยประกันภัยก็คือธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสินหรือ ปตท. และแม้แต่กระทรวงการคลังค่ะ ซึ่งจากการดําเนินงานนี้ ดิฉันอยากจะขอเรียนว่าทําไมเราถึงมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่จะทําประกันภัยนะคะ
เรามาดูสถิติกันนิดหนึ่งนะคะ อยากขอเรียนเชิญท่านประธานและสมาชิก ทุกท่านได้ดูกราฟ (Graph) สถิติอันนี้ว่าจํานวนชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในบ้านเรานั้น เราดูย้อนหลังไปถึง ๑๐ กว่าปีค่ะ ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๐-๒๐๑๔ คือในปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมานะคะ จะเห็นว่าสูงสุดนักท่องเที่ยวที่เข้ามานั้นจํานวนนักท่องเที่ยวจะมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นทุกปี และที่สูงสุดก็คือในปี ๒๐๑๓ ซึ่งก็คือ ๒๖.๕๕ ล้านคนตลอดทั้งปีนะคะ แต่มาดรอพ (Drop) ลงนิดหนึ่งในปี ๒๐๑๔ ซึ่งก็คือปี ๒๕๕๗ ในปีก่อนโน้น ซึ่งดิฉันคิดว่าทุกท่านทราบดีว่า บ้านเมืองเราเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง จนนํามาถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติของเรานะคะ แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าบ้านเมืองเราจะเกิดเหตุการณ์ทํานองนั้นก็ตาม แต่นักท่องเที่ยวก็ยังมา ท่องเที่ยวในประเทศไทยมากถึง ๒๔.๗๘ ล้านคน หรือลดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะคะ และจากสถิติของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดิฉันมีหมายเหตุข้างล่างเรียนให้ท่านทราบว่า ในปี ๒๐๑๔ หรือปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยเราได้มีนักท่องเที่ยว ทางอากาศยานหรือว่าบินเข้ามาในประเทศไทยนั้นสูง ๑๗ ล้านคนค่ะ อันนี้นําสถิติมาจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนะคะ
ถัดไปนะคะ อยากจะขอเรียนว่าข้อเท็จจริงอันหนึ่งซึ่งคิดว่าเป็นข้อเท็จจริง ที่ประเทศไทยกําลังเผชิญอยู่นั่นก็คือภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลทุกรัฐบาลเสมอมาค่ะ เกี่ยวกับเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเจียดจ่ายเงินจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เขาเข้ามา ท่องเที่ยวในประเทศไทยเรา มีภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงถึง ๒๐๐ ล้านบาทต่อปีค่ะ เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในบ้านเรานั้นไม่มีการประกันสุขภาพ ดังนั้นกระทรวง สาธารณสุขของเรานี้ก็ต้องแบกรับเงินจํานวนนี้ซึ่งเป็นจํานวนสูงถึง ๒๐๐ ล้านบาท และตัวอย่างที่ง่ายที่สุดที่ดิฉันคิดว่าท่านสมาชิกและท่านประธานจะนึกได้ก็คือเหตุการณ์ ที่เราเกิดเหตุการณ์สึนามิเมื่อหลายปีที่ผ่านมา คิดว่าขณะนี้ทุกท่านทราบดีนะคะว่าขณะนั้น รัฐบาลไทยรวมทั้งต่างชาติได้ระดมกําลังกันมาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ ข้อเท็จจริงก็คือยังมีศพซึ่งไม่สามารถจะไอเดนทิฟาย (Identify) ว่าเป็นใคร เรายังเก็บไว้ และตอนนั้นเราใช้จ่ายเงินไปถึง ๒๐๐ ล้านบาทในคราวเดียวที่มีสึนามิ ขณะนี้ก็ยังเป็นหนี้ ค้างอยู่ค่ะว่าเงินจํานวนนี้ยังไม่มีใครมาจ่ายเราเลยนะคะ
ประการถัดไปนั้นการประกันสุขภาพภาคบังคับสําหรับชาวต่างชาติ ดิฉันคิดว่า ขณะนี้ถือเป็นสิ่งจําเป็นที่ขาดไม่ได้แล้วค่ะ ทั้งนี้เพื่ออะไรคะ เพื่อที่จะรักษาชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรา แล้วก็ทําให้นักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บหรือว่าเจ็บป่วย หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวบางท่านซึ่งเราเห็นตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์หรือข่าวทางทีวีว่า โดนทําร้ายโดนต่าง ๆ จะไม่ขอพูดในที่นี้นะคะ นักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะได้รับการรักษา อย่างทันท่วงที โดยที่ไม่เป็นภาระด้านการเงินของงบประมาณแผ่นดินในส่วนอื่น ๆ อย่างที่ เราต้องเสียมาเป็นประจําค่ะ
ขอเรียนว่าสําหรับเรื่องของการทําประกันภัยชาวต่างชาติที่เข้ามาในบ้านเรานั้น ที่ทางคณะกรรมาธิการของเราได้นําเสนอต่อท่านประธานและที่ประชุมนั้น ถามว่าประเทศอื่น มีการทํากันไหม อยากกราบเรียนค่ะว่าประเทศที่ทําประกันภัยชาวต่างชาติในภาคบังคับ ปัจจุบันนะคะ ทางยุโรปทั้งหมดทําประกันภัย ยกตัวอย่างมาให้ท่านดูนะคะ สหราชอาณาจักรอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี สเปน นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก โปร์แลนด์ กรีซ ยูเครน สหพันธรัฐรัสเซีย โรมาเนีย ออสเตรีย เบลเยียม โปรตุเกส โมนาโค แล้วก็ประเทศอีกมากมาย ท่านดูจากเปเปอร์ (Paper) ที่เราได้มอบให้ ก็จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นบอสเนีย ลิกเตนสไตน์ ลิทูเนีย เฮอร์เซโกวีนา บัลแกเรีย โครเอเชีย เอสโตเนีย ลัตเวีย ล้วนแต่เป็นประเทศ ที่ทําประกันภัยทั้งสิ้น