ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องโซเชียลมีเดียและข่าวสารที่แชร์ผิดพลาด นำเสนอข้อความที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม และเรียกร้องให้มีกลไกในการจัดการกับข่าวสารที่ไม่จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศทุกท่านนะครับ ผม ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในครั้งนี้ผมอ่านในเรื่องเกี่ยวกับสื่อแล้วก็จริง ๆ โดยส่วนตัวเอง ก็เคยทำงานเกี่ยวกับสื่อมาตลอดนะครับ เป็นคอลัมนิสต์ (Columnist) มา ๒๐ ปี ทำออกทีวี ทำรายการทีวี ทำรายการวิทยุมาก็ค่อนข้างนานมากนะครับ ผมเห็นด้วยกับเรื่องในหลาย ประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอมา กับประเด็นหนึ่งที่ตอนหลัง ๆ นี้ ผมเข้ามามีส่วน เกี่ยวข้องเยอะ แล้วก็ได้เจอกับตัวเองค่อนข้างเยอะนะครับ ก็คือในเรื่องของโซเชียล มีเดีย สื่อต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้มันอาจจะเป็นการจุดที่พลิกผันไปเรียบร้อยแล้ว เดิมทีนี้เราก็จะมี หนังสือพิมพ์ เราจะมีทีวีอะไรเป็นหลัก แต่ปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าข่าวแชร์กันในเน็ต (Net) ในไลน์ (Line) นี้ กลับมีอิทธิพลมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยนะครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างปัจจุบันหลายเดือนที่ผ่านมา ถ้าเกิดอยากให้เป็นข่าวนี้ ผมโพสต์ (Post) ลงเฟซ (Face) ส่วนตัว สักเรื่องหนึ่ง รอให้มันถูกประเด็น แป๊บเดียวก็จะมีนักข่าวโทรมา อย่างวันนี้โพสต์ เรื่องรูปปลาฉลามก็มีนักข่าวโทรมา ๒-๓ รายแล้ว นั่นก็คือจุดหนึ่งที่อยากเรียน ท่านกรรมาธิการว่า นอกจากจะไปดูองค์กรเรื่องต่าง ๆ สื่อที่มันมีอิทธิพลจริง ๆ ก็คือโซเชียล มีเดีย ซึ่งใครก็โพสต์ได้ ใครก็ทำให้เกิดการแชร์ต่อเนื่องได้ และมันมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ การแชร์แต่ละเรื่องก็มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในรอบประมาณสัก ๒-๓ อาทิตย์ หลังจาก เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลขึ้นมา สิ่งที่ผมทำอยู่แทบทุกวันจนแทบจะไม่มีเวลาทำอย่างอื่นก็คือตามแก้ข่าว เมื่อเช้านี้เองขออภัย ที่เอ่ยนามท่านบวรศักดิ์เองก็มาถามผมว่าภูเขาไฟที่อยู่ในอ่าวไทยมันเรื่องจริงหรือเปล่าแชร์ กันเต็มไปหมดจะระเบิดจริงหรือเปล่า นั่นก็คือสิ่งที่เราต้องพยายามหาแนวทางสักทางหนึ่งไป จัดการกับเหตุการณ์พวกนั้น ข่าวบางข่าวแชร์กันในเน็ตหายไปแล้ว ๒ ปีก็กลับขึ้นมาใหม่ผุด ขึ้นมาทุกครั้งที่จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่เกี่ยวข้อง อย่างตอนนี้ภัยพิบัติกำลังฮิต (Hit) ก็จะมีเรื่องต่าง ๆ บางเรื่อง ๒ ปีแล้ว ๓ ปีแล้วหายเงียบไปแล้วกลับมาใหม่เสร็จแล้วก็ทำให้ เขาวนกันอยู่ในเน็ตเราก็ทนไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายคนก็ทนไม่ได้ก็ต้องไป พยายามแก้ข่าว แก้ข่าวเสร็จแล้วก็หายไปอีก ๖ เดือนก็กลับมาใหม่อีก ตรงนั้นมันเป็น ประเด็นที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกส่งผลกระทบต่อสังคมแน่นอน เพราะว่าผู้ประกอบการ ท่องเที่ยวก็โทรกันมามากมายบอกว่าไม่มีใครกล้าไปทะเลแล้วจะเกิดสึนามิ จะเกิดโน่น นี่ นั่น ตรงนั้นผมยังไม่เห็นกลไกหรือเห็นรูปแบบใด ๆ ที่อาจจะใช้ในรูปแบบว่าบางอันที่มันแชร์ ๆ กันนั้นมันชัวร์ (Sure) ว่าไม่ใช่เป็นความจริงแน่ มันจะปล่อยให้มันฝังอยู่ในระบบโซเชียล ให้มันโผล่ขึ้นมาสร้างความสับสนกับประชาชนอยู่เรื่อย ๆ มันต้องมีกลไกในการจัดการพวก สิ่งเหล่านั้นให้มันหายไป ที่มั่นใจว่ามันไม่จริงแน่ ๆ อย่างภูเขาไฟในอ่าวไทยมันไม่จริงแน่ ๆ มันก็ควรจะจบไปได้แล้วไม่ใช่วนกลับมา วนกลับมา หรือเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นความเชื่อ เพื่อนผม อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ วันหนึ่งไม่รู้กี่ข่าวต่อกี่ข่าวทำไปหมด แก้ไปทีละเรื่อง ปลาแซลมอนเรื่องโน่นเรื่องนี้เต็มไปหมด ถ้าเกิดเราไม่มีกลไกที่จะทำให้ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการและภาคอื่น ๆ เข้ามามีกลไกในการแก้ไขกับข่าวที่แชร์กัน ไลน์ ที่แชร์กัน ฟังหูไว้หูก็เขาว่าอย่างนั้น โดยที่เราหลงลืมความที่สำคัญที่สุดก็คือข้อเท็จจริง คนไทยอาจจะอ่านแค่ ๗ บรรทัดแล้วก็ไม่พิจารณาแชร์ต่อไป นั่นมันอาจจะเป็นนิสัยของเรา หรือเป็นอะไรก็ตาม เพียงแต่ว่าถ้าเกิดเราจะปฏิรูปนี่คือจุดสำคัญ นี่คือสิ่งที่ทำให้สังคมตื่น ตระหนกทุกวี่ทุกวันไม่ว่าจะเข้าใจผิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องนั้น เรื่องนี้ เรื่องโน้น มันเป็นสิ่งที่เกิด ขึ้นอยู่ทุกวันและมันจะเกิดขึ้นมาก ขึ้นมาก ขึ้นมากขึ้น ถ้าเกิดเราไม่มีกลไกใด ๆ ก็ตามไป จัดการกับการแชร์ข่าวแพร่ข่าวพวกนี้มันไม่ใช่เป็นของสื่อมวลชน สื่อมวลชนบางคนอาจจะ ไม่ใช่คนแพร่ อาจจะเป็นแค่คนใดสักคนหนึ่งที่นึกตลกอยากทำให้สังคมสับสน เท่ห์ดีหรืออื่น ๆ อีกมากแต่มันก็ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคม เกิดทำให้สังคม ที่เราควรจะเป็นวิทยาศาสตร์เราก็ไปเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ไปเชื่อเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่องนั้น นั่นก็คือหัวใจ สำคัญผมคิดว่ามันต้องมีกลไก กลไกอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ให้คนที่ทนไม่ได้ บอกมันเบื่อแล้วมันผิด แล้วเขาต้องมานั่งแก้ มานั่งตอบคำถามมานั่งแก้กันทุกวี่ทุกวัน กลไกเหล่านั้นเป็นสิ่งที่มีความ จำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเกิดเราต้องการจะปฏิรูปสื่อก็คือความเชื่อ ความตระหนก ความเข้าใจของ คนในสังคม ผมเน้นย้ำกลไกเหล่านั้นว่ามันมีความสำคัญอย่างยิ่ง และอยากฝากความหวังไว้ อย่างยิ่งว่ามันจะมีกลไกสักกลไกที่จะช่วยให้สังคมไทยตัดสินด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง พิจารณา วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและกำจัดริ้นไรที่อยู่ในการแชร์กันในโซเชียลนี้ออกไปให้สิ้นซากครับ ขอบคุณครับ