ทิวา การกระสัง หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมของกู้ชีพตำบลและระบบ 112 โดยกลัวว่าจะเกิดปัญหาเมื่อมีการแจ้งเหตุการณ์ที่มีหลายช่องทาง และเรียกร้องให้ศึกษาและแก้ปัญหานี้ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการใช้ 112 โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา การกระสัง สมาชิกหมายเลข ๐๙๒ มีประเด็นสั้น ๆ แล้วก็ขอให้ท่านกรรมาธิการไม่ต้องตอบก็ได้ครับ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการเรื่องการเตรียมความพร้อม
ประเด็นที่ ๑ อันนั้นท่านชูชาติพูดไปเยอะแล้ว ในสภาพปัจจุบันเรื่องการกู้ชีพ เราก็ทราบอยู่แล้วว่าโรงพยาบาลไม่มีปัญญาที่จะไปรับคนเจ็บได้ทุกแห่งโดยเฉพาะในชนบท ถ้าเกิดมีการแจ้งเหตุในเวลากลางคืนท่านทราบไหมว่าคนอยู่ตรงไหน เอารถจากโรงพยาบาล ไปไม่ถูกแน่นอน จึงมีกู้ชีพตำบล ท้องถิ่นเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการที่จะส่งรับแจ้งเหตุ ไปสู่สถานที่ เช่นโรงพยาบาลต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียก ๑ ตำบล ๑ กู้ชีพ มีอยู่ทุกแห่ง ทั่วประเทศ บุคลากรตรงนี้ต้องเตรียมความพร้อม ๑๑๒ ผมเห็นด้วย ผมเคยเจอปัญหา ท่านบอกว่าสามารถที่จะแจ้งเหตุได้ทั้งทางโทรศัพท์ ทั้งทางอินเทอร์เน็ต ปัญหาที่เกิดขึ้น ในระบบสื่อสารของไทยก็คือเมื่อมีการใช้เยอะ ๆ มันเข้าไม่ได้ ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร มันมีตัวอย่างในเว็บหนึ่ง ชื่อเว็บไทยแลนด์สู้ ๆ เว็บตัวนี้ หรือเว็บบักกาบู (Web Bugaboo) ที่เขาถ่ายทอดฟุตบอล พูดแล้วก็จะยกตัวอย่าง เมื่อทีมฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดไปเตะ ยังต่างประเทศ ไม่มีการถ่ายทอดทีวี คนก็จะเข้าไปดูในเว็บตัวนี้ ปรากฏว่ามันเข้าไม่ได้ เพราะคนดูทั้งประเทศเป็นล้านคน เข้าไม่ได้ นี่คือระบบเบอร์เดียว ระบบช่องทางเดิน ช่องทางเดียวครับ พอมันเข้าไม่ได้ หรือเข้าไปได้ก็จะกระตุก มันก็จะล้ม มันจะตัดของมันเอง เพราะมันแย่งกันเข้า เหมือนรถติด นี่มีระบบแก้ไขอย่างไร
๒. การใช้แจ้งทางโทรศัพท์ โทรศัพท์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าไปอยู่ในพื้นที่เยอะ ๆ เราเคยทดลองในพื้นที่ ในขณะที่มีคนเข้าไปดูฟุตบอล ๒๕,๐๐๐ กว่าคน หรือ ๓๒,๐๐๐ คน โทรศัพท์ใช้ไม่ได้เลย ไลน์ (Line) ก็ใช้ไม่ได้ อินเทอร์เน็ตก็ใช้ไม่ได้ ระบบนี้มันเกิดปัญหา อันนี้ท่านไม่ต้องตอบ ท่านไปหาวิธีการแก้ไขเอง
ระบบที่ ๒ อันนี้ผมกลัวว่าปัญหานี้พอมันจะเกิด เมื่อมี ๑๑๒ หมายเลขเดียว มีการแจ้งกันทั่วประเทศ แล้วท่านบอกใช้ระบบส่งต่อ ระบบเซิร์ฟเวอร์ตัวนี้มันจะก่อให้เกิด ปัญหาหรือเปล่า ระบบที่ ๑ ก็คือการส่งรถไปรับกับข้างล่างส่งมา มันมีทั้งระบบส่งต่อ แล้วก็ ระบบส่งเข้า เช่นมีคนเจ็บ ถ้ามีกู้ชีพในตำบล กู้ชีพในตำบลจะส่งไปโรงพยาบาลเขาต้องแจ้ง ไปก่อนว่ามีคนเจ็บ ถ้าต้องแจ้งมา ๑๑๒ แล้ว ๑๑๒ แจ้งไปโรงพยาบาลเพื่อเตรียมรับคนเจ็บ ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุหรืออุบัติภัย คนเจ็บเป็นพันเป็นหมื่นคน แผ่นดินไหวขึ้นมา โทษครับถ้าเกิดคิด ไม่อยากจะคิดนะ คนเจ็บเป็น ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน แล้วแจ้งมาพร้อม ๆ กัน ตัวนี้ช่องทางนี้ มันจะเข้าได้หรือเปล่า อันนี้ท่านต้องเตรียมไว้ว่าต้องใช้กี่ช่องทางเพราะมีเลขเดียว แต่ทุกวันนี้ ใช้ระบบหลายช่องทางใช่ไหมครับ อย่างเช่นอุบลราชธานีช่องทางสาธารณภัยช่องทางหนึ่ง ตำรวจช่องทางหนึ่ง พอกดหมายเลขไป มันจะรู้ว่าอันนี้คือไฟไหม้ อันนี้คือคนยิงกัน อันนี้ คือรถคว่ำ แต่ใช้ ๑๑๒ อย่างเดียว พอแจ้งเข้าไปปุ๊บไม่บอก เราจะไม่รู้เลย ต้องบอกมาก่อน ว่าอันนี้คือไฟไหม้จะได้เตรียมรถดับเพลิงไป อันนี้ท่านต้องศึกษาและแก้ปัญหา
อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความพร้อม ท่านบอกสามารถจะใช้ ๑๑๒ ได้ ในเดือนเมษายนปีหน้า แต่คนที่จะรับ ๑๑๒ พร้อมหรือไม่ เพราะมันใช้กับคนทั้งประเทศ ไม่ได้ใช้เฉพาะในศูนย์ใหญ่ที่มีคนใช้อย่างเดียว เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมของคน ทั้งประเทศว่าระบบการแจ้งเหตุ ๑๑๒ ต้องทำอย่างไร เปลี่ยนเบอร์ข้างรถทั้งหมดของ ป่อเต็กตึ๊งของอะไรทั้งหมดเป็น ๑๑๒ ทั้งหมดเลย ถ้ามองแล้วมันง่าย แต่ระบบการปฏิบัติ มันอาจจะยากในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล ขนาดผมเคยขับรถในกรุงเทพฯ กับลูกชาย ใช้จีพีเอส (GPS) หรือใช้ระบบที่ทันสมัยจับดูว่าสถานที่ตรงนี้อยู่ตรงนี้ สถานที่อยู่ตรงนี้ เรายังไปไม่ค่อยจะถูกเลย ถ้าระบบตัวนั้นต้องใช้ดาวเทียมแบบพอแจ้งกลับมาปุ๊บจะต้อง เห็นหน้าคนแจ้ง รู้เลยว่าสถานที่อยู่ตรงนี้ บริเวณตรงนี้ ศูนย์ก็เห็นแล้วส่งต่อให้คนรับว่า สถานที่อยู่ตรงนี้ แต่ระหว่างทางเราเห็นหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องเตรียมความพร้อม ผมว่ามันช้า ช้าแล้วมีประสิทธิภาพดีกว่าทำเร็วแล้วไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหลักสำคัญที่สุดคือ ท่านต้องเตรียมความพร้อมเพราะว่ากู้ชีพทั้งประเทศมีหลายแสนคน ทั้งหนึ่งตำบลอย่างน้อย มีอยู่ประมาณ ๑๐-๑๕ คน ผมตั้งข้อสังเกตไว้แค่นั้น ท่านไม่ต้องตอบแล้วไปศึกษา แล้วแก้ปัญหาเอง ขอบพระคุณครับ