เตือนใจ สินธุวณิก แสดงความคารวะต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการ โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของเลข 112 ในการแจ้งเหตุภัยและไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมพูดถึงการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยปฏิบัติในการฉุกเฉิน และหารือเรื่องระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน 112 ที่จะทำให้ประชาชนสามารถแจ้งเตือนได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน คือท่านแพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ และท่าน นายแพทย์ชูศิลป์ด้วย พร้อมทั้งคณะกรรมาธิการทุกท่าน ดิฉันอยากจะขอถือโอกาสนี้ แสดงความคารวะด้วยใจจริงค่ะที่ท่านได้กรุณาศึกษาในเรื่องนี้ เท่าที่ฟังการอภิปรายมานั้น ดิฉันพอจะสรุปได้ถึงข้อดีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้จะสามารถสร้างสิ่งดี ๆ ขึ้นให้กับ ประเทศชาติของเราได้ประมาณ ๖ ประการด้วยกันค่ะ
ประการแรก ก็คือเรื่องของการจดจำง่าย หมายเลข ๑๑๒ นั้นท่านได้อภิปราย ให้เราทราบแล้วว่าเป็นหมายเลขที่เป็นอินเตอร์เนชันแนล (International) จริง ๆ เป็นไอทียู เขามีหมายเลขนี้ ในยุโรปก็ใช้ ดังนั้นดิฉันคิดว่าหมายเลขนี้นั้นการจะรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องประชาชนรับทราบว่าเรามีหมายเลข ๑๑๒ ในการที่จะแจ้งเหตุภัยร้ายทั้งหลายนั้น เป็นเรื่องไม่ยากเลย
ประโยชน์ต่อไปที่ดิฉันคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน แล้วเห็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายค่ะ ท่านได้อภิปรายมาดิฉันได้เห็นข้อดี ที่ว่าไม่ว่าเราจะมีโทรศัพท์ในค่ายไหนก็ตาม หรือแม้แต่ไม่มีซิมการ์ด หรือชาวต่างประเทศ ที่เข้ามาในบ้านเรานั้น ถ้าเขามีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้นกับเขาสามารถกดหมายเลข ๑๑๒ ได้ทันทีเลย โดยทุกท่านไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งอันนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนแล้วก็ต่างชาติที่จะเข้ามาในบ้านเรา อันนี้ก็ทำให้ ประเทศไทยเราได้ยกระดับขึ้นไป เรียกว่าสู่มาตรฐานสากล เป็นอินเตอร์เนชันแนล ซึ่ง ประเทศหรือประชาชน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวบ้านเรานั้นก็จะเห็นว่าประเทศไทยนั้นเรา ไม่ได้เตรียมต้อนรับอาเซียน (ASEAN) ปลายปีนี้เท่านั้น แต่เราต้อนรับชาวโลกทั้งโลก เพราะว่าเราจะเป็นฮับ (Hub) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประการที่ ๓ ที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนในที่นี้แล้วก็ขอชื่นชมท่าน ก็คือหมายเลข ๑๑๒ ที่ท่านได้เตรียมการไว้นั้น นอกจากจะมีความพร้อมของบุคลากร ด้านกฎหมายอะไรต่าง ๆ อย่างที่ท่านได้ชี้แจงมาแล้ว ก็คือทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ได้มีการศึกษามาก่อนล่วงหน้านี้แล้ว แล้วก็รู้ด้วยว่ากฎหมายจะสามารถดำเนินการได้ในทันที ที่น่าดีใจก็คือเรื่องของการสามารถระบุตำแหน่งพิกัดในการโทรแจ้งได้ แล้วนอกจากนั้น ดิฉันฟังท่านอภิปรายมาสามารถส่งทั้งภาพและเสียงได้ด้วย ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่เป็นคนแก่ คนชรา เด็ก หรือผู้พิการต่าง ๆ ทุพพลภาพ หรือแม้แต่ คนที่ต้องการการแพทย์ที่รักษาอย่างฉุกเฉินในทันควัน ดิฉันคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทีเดียว เรากำลังร่วมใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนั้นให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนชาวไทย อย่างแท้จริงค่ะ
ประการถัดไปที่ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นการดีอย่างยิ่ง ก็คือเรื่องของการที่มี การบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน หรือดับเพลิง กู้ภัย หรือแม้แต่ตำรวจ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลย ในการแจ้งนั้น ก็ทราบจากการรายงานของท่านว่าสามารถที่จะแจ้งตรงกับพื้นที่รับผิดชอบในจุดที่เกิดเหตุ ได้อีกด้วย ซึ่งอันนี้อย่างที่ภาพยนตร์ที่เราได้ชมเป็นตัวอย่างเลยว่าสามารถช่วยได้ ทันเหตุการณ์ ทันเวลา แล้วก็สามารถทำให้สิ่งที่ชั่วร้ายนั้นไม่เกิดขึ้นกับชีวิตของ พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปได้เป็นอย่างดี ดังตัวอย่างที่ท่านเสนอไปแล้ว
อีกประการหนึ่ง ที่ดิฉันเห็นว่าดีมาก ๆ ก็คือเรื่องของการที่ระบบนี้จะแจ้งด้วย หมายเลขเดียว แล้วก็ทำให้ไทยเรานั้นเข้าระบบอินเตอร์เนชันแนลอย่างที่ได้พูดไปแล้ว ที่ดีที่สุดและดิฉันคิดว่าเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนก็คือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทั้ง ๗๗ จังหวัดตามรายงานของท่านสามารถใช้หมายเลข ๑๑๒ นี้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่เสีย ค่าใช้จ่าย อันนี้ดิฉันคิดว่าเป็นการตรงกับคอนเซ็พท์ (Concept) หรือความคิดของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ของเราที่จะลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้กับทุกชีวิตของคนไทย ดังนั้น ดิฉัน คิดว่าไม่มีเหตุผลใดเลยที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจะไม่สนับสนุนข้อเสนอซึ่งเป็นควิกวิน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขเกี่ยวกับเรื่องของการที่เราจะใช้หมายเลข ฉุกเฉิน ๑๑๒ เพียงหมายเลขเดียว อยากให้เราสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ