วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการปฏิรูปหน่วยบริการของรัฐ โดยเรียกร้องให้แยกหน่วยบริการออกจากข้าราชการ และให้เอกชนหรือท้องถิ่นจัดการบริการแทน เพื่อให้บริการมีคุณภาพและประชาชนสามารถเลือกบริการได้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เมื่อเช้าผมเสนอไปแล้วนะครับท่านประธานว่าเราต้องใจแข็งแยก ระบบเรกกูเลเตอร์และโอเปอเรเตอร์ออกจากกันอย่างเด็ดขาด ส่วนกลางทําได้แค่เรกกูเลเตอร์ โอเปอเรเตอร์คือหน่วยให้บริการทั้งหลายต้องให้เอกชนหรือท้องถิ่นทําโดยให้จ่ายเป็นรายหัว เปอร์เฮดครับ แล้วผมก็บอกเลยทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน อะไรพวกนี้ที่เกี่ยวข้องกับบริการ พม. ทั้งหลาย ส่วนกลางเข้ามาเป็นเรกกูเลเตอร์ให้หมดครับ ท่านประธาน แล้วก็โรงพยาบาล โรงเรียน การให้บริการจัดหางาน การช่วยคนพิการ อะไรพวกนี้ เป็นบริการให้หมด เป็นหน่วยบริการ แล้วก็ให้เอกชนกับท้องถิ่นทําโดย ให้ค่าตอบแทนเป็นรายหัวนะครับ แล้วถามว่าทําได้ไหมครับ ทําได้ครับท่านประธาน ของคนพิการ ผมก็เริ่มแล้วเริ่มมีผลปีนี้นะครับ เราส่งเสริมให้เอกชนเป็นศูนย์บริการคนพิการ แล้วก็เอารายหัว แล้วก็ไปจัดบริการให้ แล้วคนพิการก็มีสิทธิเลือกว่าจะใช้บริการที่ไหน แล้วหัวใจสําคัญ ในการปฏิรูปครับท่านประธาน หน่วยบริการต้องไม่มีข้าราชการ หน่วยบริการมันไม่มีเหตุผล ที่จะมีข้าราชการ เพราะว่าเมื่อคุณให้บริการไม่มีคุณภาพเรกกูเลเตอร์เขาประเมินแล้วไม่มี คุณภาพเขาก็ปิด ให้คนอื่นที่มีคุณภาพทํานะครับ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นข้าราชการไม่ได้ แล้วเห็นไหมท่านประธานครับกระทรวงศึกษาธิการประเมินตัวเลขห่วยทุกปี ๆ ทําอะไรไม่ได้ เพราะทําไม เพราะครูเป็นข้าราชการ โรงเรียนขนาดเล็กกี่หมื่นโรงคุณก็ทําอะไรไม่ได้ เพราะเป็นข้าราชการ จะยุบ ยุบคุณก็ต้องเอาข้าราชการไปไว้ที่โน้นที่นี่ แล้ว ผอ. ละ แล้วระบบ ข้าราชการมันไม่เข้ากับระบบให้บริการครับท่านประธาน เป็น ผอ. มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน จับโยกไปที่โน่นไปที่นี่ ผมนี่ปวดเศียรที่สุดเลยครับท่านประธาน เป็น ผอ. แย่ที่อื่นไม่รู้จะไปไหน มายัดให้โรงเรียนคนพิการ มันไม่ไหวครับ ก็คือไปมีปัญหาหาที่ลงไม่ได้กูยัดไป ไม่โรงเรียนคนพิการก็ ๓ จังหวัดภาคใต้ อย่างนี้มันไหว ที่ไหนท่านประธาน ก็บริการไม่ดีก็ปิด แล้วก็ให้เขาคุมของเขาไปเลยแล้วประชาชนก็จะเข้ามา ควบคุมใช่ไหมท่านประธาน โรงเรียน กรรมการโรงเรียนก็จะมีอํานาจจริง ๆ เพราะว่าเมื่อคุณ เป็นหน่วยบริการ กรรมการโรงเรียนก็ต้องดูแลเอาใจใส่ ไม่ดียุบให้คนอื่นทํา โรงพยาบาล ก็เหมือนกันก็ต้องบริการให้ดี เรากลัวว่าจะขาดแคลนหมอครับ ท่านประธานครับ ไม่ยากเลย ครับ เปลี่ยนโรงพยาบาลศูนย์ทั้งหลายที่มีอยู่มากมายให้เป็นโรงเรียนแพทย์ให้หมดครับ เมืองไทยจะเป็นแหล่งผลิตหมอไปรักษาทั่วอาเซียนเลยนะครับ เพราะศูนย์แพทย์ทั้งหลาย ทุกวันนี้ก็ดูแลเรื่องเรสซิเดนท์ (Resident) อยู่แล้ว ศูนย์แพทย์ทั้งหลายนี่ไม่ว่าพระปกเกล้า ที่จันทบุรี น้องชายผมอยู่เป็นอาจารย์หมออยู่ที่นั่นก็เป็นศูนย์แพทย์ก็ตั้งให้เป็นโรงเรียนแพทย์ ก็จบแล้วครับ โคราช ศูนย์ใหญ่ ๆ นี่ท่านตั้งเป็นโรงเรียนแพทย์ให้มันเป็นกอบเป็นกําไม่ต้อง เป็นแค่ที่ฝึกงาน เราก็สามารถผลิตแพทย์เยอะแยะเข้ามาช่วยงาน ไม่มีคุณภาพก็เปลี่ยนครับ เพราะฉะนั้นหน่วยบริการมันไม่มีเหตุผลที่จะเป็นข้าราชการ เป็นพนักงานราชการโอเค ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ถ้าเป็นของเอกชนคุณก็ไปอยู่ในระบบเอกชน ถ้าเราทําได้แบบนี้ บริการจะมีคุณภาพเพราะทําไมครับ เพราะว่ามีคนคอยประเมินคือเรกกูเลเตอร์ไม่ได้ มาตรฐานก็ปิดให้คนอื่นเขาทําที่มีมาตรฐาน แล้วก็มีเปอร์ เฮดให้อยู่แล้ว ท้องถิ่นก็รับหน้าที่ ไปให้บริการ มีปัญหาก็สั่งปิดได้เหมือนกันเพื่อให้คนอื่นที่เขาสามารถทําได้ดีก็ขยายสาขา ถ้าเราทําแบบนี้เราจะมีโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เราจะมีโรงพยาบาลอย่างที่ปราจีนบุรีนะครับ งอกงามถ้วนหน้า โรงเรียนดัง ๆ ของเราก็จะเติบโต เพราะฉะนั้นผมว่าอันนี้จะเป็นการพัฒนา ระบบบริหารงานบุคคลที่ดีโดยให้ประชาชนเป็นคนเลือก แล้วเรกกูเลเตอร์เป็นคนคอยกํากับ เรกกูเลเตอร์เท่านั้นที่มีสิทธิเป็นข้าราชการได้ ด้วยวิธีนี้นะท่านประธาน ข้าราชการจะหายไป อย่างมากมาย แล้วบุคลากรจะเหลือไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องมาเรียกร้องว่าบุคลากร ๙๐ กี่สิบ มันจะหายไปเองครับ เพราะมันเหลือแต่เรกกูเลเตอร์ครับ เซอร์วิส โพรไวเดอร์ ไม่ถือ เป็นข้าราชการแล้วก็มีแต่ค่าบริการไปก็จบ มีปัญญาก็ไปเรชวัน (Raceone) เอง ท้องถิ่นมี ปัญญาก็เสริมเข้าไป สําหรับหน่วยบริการในท้องถิ่นของตัวเอง ผมจึงบอก ๓ พลังครับ ส่วนกลาง เอกชน ท้องถิ่นช่วยกันครับ แล้วจะมีคุณภาพ ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุขครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ