สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๓ · ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ทัศนีย์ ดุสิตสุทธิรัตน์ เสนอการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นบทบาทภารกิจของภาครัฐในการกําหนดนโยบายและบริหารจัดการ รวมทั้งการกํากับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย และส่งเสริมสนับสนุนบริการสาธารณะ นอกจากนี้ยังเสนอกรอบแนวทางสำหรับบทบาทของรัฐในการปฏิบัติภารกิจสาธารณะ โดยเน้นย้ำบทบาทของราชการบริหารส่วนกลางในการกําหนดยุทธศาสตร์ พัฒนา และกํากับดูแล และเสนอแนวทางในการจัดความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคประชาสังคมในการดำเนินการตามภารกิจของภาครัฐ

นางสาวทัศนีย์ ดุสิตสุทธิรัตน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกสภาทุกท่านค่ะ ในส่วนของดิฉันจะขออนุญาตอย่างที่ทางท่านประธาน ได้นําเรียนไว้จะเสนอใน ๓ ประเด็น คือประเด็นเรื่องการจัดโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการจัดโครงสร้างอํานาจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น แล้วก็เลยไปจนถึงเรื่องการปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งทั้ง ๓ เรื่องเป็นเรื่องที่ต้อง ดําเนินการจัดทําไปพร้อม ๆ กันค่ะ

ในประเด็นแรกเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ประเด็นนี้ก็มองถึงว่าในการดําเนินการดังกล่าวนั้นต้องมีการดําเนินการใน ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกัน

เรื่องแรก ก็คือว่าต้องมีการกําหนดบทบาทภารกิจของภาครัฐให้ชัดเจน แล้วก็มีการจัดรูปแบบองค์กรภาครัฐต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มีหลากหลายมาก ทั้งในรูปของ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ หรือว่าองค์กรอิสระในรูปแบบอื่นนะคะ ซึ่งในส่วนนี้ล้วนแต่ เป็นส่วนที่มีความสําคัญต่อการดําเนินตามภารกิจของรัฐทั้งสิ้น ก็ควรจะต้องมีการกําหนด ให้เหมาะสมกับภารกิจที่หลากหลายด้วยนะคะ

อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน นั่นก็คือว่าจะต้องมีการกําหนดอํานาจหน้าที่ความสัมพันธ์ระหว่างภาคราชการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานรูปแบบอื่นให้ชัดเจนด้วย ในประเด็นนี้ขออนุญาตกราบเรียนว่าทางคณะกรรมาธิการได้มองถึงว่าในการที่จะกําหนด บทบาทภารกิจของภาครัฐนั้น ภาครัฐนี้ควรจะต้องเน้นบทบาทในเรื่องของการดําเนินการ เฉพาะในส่วนที่เรียกว่าเป็นเรื่องของการกําหนดนโยบายนะคะ แล้วก็มีการบริหาร มีการจัดทํายุทธศาสตร์ของชาติขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา แล้วก็ในการกําหนด ทิศทางของประเทศที่จะเดินต่อไป

นอกจากนี้บทบาทอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสําคัญก็คือว่าจะต้องเน้นในเรื่อง ของการกํากับดูแลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด มีการส่งเสริมสนับสนุนและอํานวย ความสะดวกเพื่อให้บริการสาธารณะนั้นถึงภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมากที่สุด แล้วก็รวมทั้ง การทํางานร่วมกับเครือข่ายต่าง ๆ

และในประเด็นสุดท้ายก็คือว่ากรณีที่มีความจําเป็นในเรื่องของการปฏิบัติ ภารกิจที่เป็นบริการสาธารณะก็ควรจะต้องดําเนินการในภารกิจที่ไม่อาจมอบให้ภาคเอกชน หรือว่าภาคส่วนอื่น ๆ ไปดําเนินการได้ ตัวนี้คือกรอบ บทบาทใหญ่ที่ควรต้องดําเนินการ ภายใต้กรอบดังกล่าวนั้นในภาคราชการเราจะมี ๓ ส่วนด้วยกัน คือราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ในส่วนนี้ก็เห็นว่ากรณีของราชการบริหารส่วนกลางนั้นก็จะเน้น บทบาทในเรื่องของการเป็นผู้กําหนดยุทธศาสตร์และการกําหนดเป้าหมายในการพัฒนา ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งต้องมีการกํากับ ติดตาม ประเมินผล ให้เป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ ให้เป็นไปตามแนวทางที่รัฐกําหนดไว้ด้วย กรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ กฎ ระเบียบ มาตรฐาน มาตรการทั้งหลายต่าง ๆ นั้นก็ควรจะต้องเป็นบทบาทของราชการ บริหารส่วนกลาง เพื่อจะได้กําหนดเป็นแนวทางให้กับทุกหน่วยไปดําเนินการสานต่อต่อไป แล้วก็รวมทั้งต้องกํากับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายหลักเกณฑ์ที่กําหนดด้วย

ในประเด็นที่ ๓ ที่ราชการบริหารส่วนกลางควรต้องดําเนินการก็คือว่า กรณีที่เป็นเรื่องของการปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้ปฏิบัติงาน แล้วก็ควรจะดําเนินการเฉพาะ ในสิ่งที่เป็นบริการสาธารณะระดับชาติ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องการป้องกันประเทศ เรื่องความมั่นคง เรื่องการต่างประเทศ เรื่องการยุติธรรม การเงิน การคลัง เรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งทําหน้าที่ในเรื่องของการสนับสนุนช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถ ที่จะดําเนินการต่อไปได้นะคะ แล้วก็มีการพัฒนาบุคลากรที่ขาดแคลน ทั้งหมดนี้คือ กรอบแนวทางที่ราชการบริหารส่วนกลางต้องดําเนินการ สิ่งที่ต้องเน้นย้ําในเรื่องของบทบาท ของราชการบริหารส่วนกลาง ก็คือว่ากรณีที่เป็นบทบาทภารกิจที่ภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท้องถิ่นดําเนินการได้นั้น กรณีเช่นนี้ราชการบริหารส่วนกลางไม่ควรต้องดําเนินการ ควรไปให้ เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดําเนินการค่ะ

ในกรณีที่เป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาค บทบาทที่ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทั้งในระดับจังหวัดและอําเภอ ก็คือว่าทําหน้าที่เป็นตัวแทนของราชการบริหารส่วนกลาง ในการที่จะนํายุทธศาสตร์นั้นไปสู่การขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ที่กําหนดได้นะคะ ขณะเดียวกันก็ต้องมีการเชื่อมโยงแผนพัฒนาระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ มีการทํางานที่ประสานเชื่อมโยงสนับสนุนกับองค์กรทุกภาคส่วนในพื้นที่ แล้วกรณีที่เป็น งานปฏิบัติการนั้นก็จะเน้นในเรื่องของความมั่นคงภายใน ความเป็นธรรม การแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งบริหารราชการตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นหน้าที่ ของจังหวัดและอําเภอ มีหน้าที่ในเรื่องของการกํากับ ติดตามประเมินผลการดําเนินการ ของท้องถิ่น และกรณีที่เป็นงานปฏิบัติการนั้นก็ต้องเป็นงานปฏิบัติการที่ท้องถิ่นไม่สามารถ ที่จะดําเนินการได้ สําหรับราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนั้นก็เห็นว่าควรจะต้องกําหนด ให้ชัดเจนไปเลยว่าเป็นหน่วยที่ดําเนินภารกิจพื้นฐานที่ต้องทําตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด แล้วก็เป็นหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับเรื่องการจัดบริการสาธารณะแก่ประชาชนตามที่ กฎหมายกําหนด แล้วก็รวมทั้งขณะเดียวกันก็ต้องมีการดําเนินการทั้งในส่วนที่ได้ มีการผลักดันในเรื่องของบริการสาธารณะที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งที่พร้อมจะรับโอนต่อไปด้วยค่ะ

สําหรับภารกิจนอกจากนี้ก็อาจจะเป็นภารกิจส่วนอื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นว่าตัวเองมีความพร้อมที่จะดําเนินการได้เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ด้วย อันนี้ก็คือบทบาทของราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ควรจะต้องดําเนินการ ขณะเดียวกัน ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวนั้น ก็ไม่ได้กําหนดแต่เพียงเรื่องความสัมพันธ์ ของราชการ ๓ ส่วนเท่านั้นเอง แต่ควรจะต้องมีการกําหนดบทบาทและความสัมพันธ์ ของหน่วยงานภาครัฐรูปแบบอื่นด้วย ซึ่งได้แก่ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานอิสระ ทั้งหลาย รวมไปถึงภาคเอกชนและองค์กรชุมชน สไลด์ (Slide) อยู่ในเอกสารหน้า ๑๐ ค่ะ ซึ่งในส่วนนี้เห็นควรที่จะกําหนดว่ากรณีของการที่จะดําเนินการดังกล่าวนั้น เมื่อได้มี การกําหนดบทบาทภารกิจดังกล่าวให้ชัดเจนแล้วก็ควรจะต้องมีการถ่ายโอนงานหรือไม่ ก็กระจายอํานาจไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานรูปแบบอื่น โดยในกรณีของรัฐวิสาหกิจนั้นก็จะเป็นงานบริการสาธารณะที่รัฐลงทุนและสามารถหารายได้ ได้บางส่วน กรณีขององค์การมหาชนจะเป็นงานบริการสาธารณะที่ไม่แสวงหากําไร กรณีของ หน่วยงานอิสระภายใต้มูลนิธินั้นก็จะเป็นบริการสาธารณะ เศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ในภาคเศรษฐกิจและการลงทุน ขณะเดียวกันบรรดาบริษัทมหาชนนั้นก็สามารถที่จะมารับมอบ แปรรูปในเรื่องดังกล่าวได้ ก็คือเป็นงานบริการสาธารณะที่สามารถระดมทุนแล้วก็หากําไรได้ นอกจากนี้ในการดําเนินการก็ควรจะต้องให้ความสําคัญกับภาคเอกชนด้วย ซึ่งในการให้ ความสําคัญดังกล่าวนี้อาจจะกําหนดแนวทางได้ว่าสามารถที่จะดําเนินการในบทบาทภารกิจ ของภาครัฐ ทั้งในรูปแบบของการจ้างเหมา การให้สัมปทานหรือการมามีส่วนร่วมในการ ดําเนินการแทนรัฐ ทั้งหมดนี้คือองค์กรรูปแบบที่ได้มีการกําหนดไว้อย่างเป็นทางการ แต่ขณะเดียวกันเราก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งสามารถที่จะเอามาดําเนินการแทน ร่วมกับภาครัฐได้ นั่นก็คือชุมชนหรือคณะกรรมการตามกฎหมายปกครองท้องที่ เช่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน รวมทั้งภาคประชาชน ซึ่งอาจจะออกมาในรูปแบบของ สมัชชาพลเมือง องค์กรชุมชนหรือภาคประชาสังคมต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มดังกล่าวนั้นก็เป็นกลุ่มหนึ่ง ที่สามารถที่จะเข้ามาดําเนินการร่วมกับภาครัฐได้ด้วยค่ะ ทั้งหมดนี้ที่นําเสนอเป็นรูปแบบของ แนวทางในเรื่องของการจัดความสัมพันธ์ระหว่างราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและองค์กรรูปแบบอื่น แต่ขณะเดียวกันประเด็นเกี่ยวกับเรื่องรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็น ประเด็นที่ได้มีการพูดกันมากว่า ขณะนี้รูปของรัฐวิสาหกิจก็อาจจะไม่เป็นไปตามแนวทาง ที่กําหนดไว้ตามกรอบข้างต้น ซึ่งในส่วนนี้ก็จําเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ให้สอดคล้องต่อไปด้วย ในประเด็นของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจนั้นเนื่องจากมีคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังได้พิจารณาไว้แล้ว ก็เห็นควรที่จะดําเนินการตามกรอบ แนวทางที่คณะกรรมาธิการได้กําหนดไว้ค่ะ

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างอํานาจราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น กรอบแนวความคิดในเรื่องนี้ก็คือมองว่าในบทบาทเกี่ยวกับ เรื่องการใช้อํานาจของราชการทั้ง ๓ ส่วนนั้น ก็ควรต้องยึดโยงอยู่กับกรอบตามที่กฎหมาย กําหนดไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องมองถึงในเรื่องของหลักการการกระจายอํานาจและต้อง พิจารณาในเรื่องของการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องของการปฏิบัติ ภารกิจหรือการบริหารราชการร่วมกับภาครัฐ ฉะนั้นการบริหารราชการในระบบเปิด เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ และควรจะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นในเรื่องของการดําเนินการ ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในประเด็นนี้ก็เห็นควรที่จะต้องมีประเด็นในเรื่องของการปฏิรูป ในหลายเรื่องด้วยกัน

ประเด็นแรก ก็คือว่าเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าวนั้น ก็ควรจะต้องมี การทบทวนบทบาทภารกิจของภาครัฐทั้งหลายที่มีอยู่ว่าเป็นไปตามสอดคล้องกับแนวทาง ที่ได้เสนอไว้ในประเด็นที่ ๑ หรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ก็ควรจะต้องมีการพิจารณาทบทวน ให้ชัดเจนว่าเรื่องใดควรจะต้องเป็นเรื่องที่ใครหรือผู้ใดเป็นผู้ดําเนินการ ถ้าไม่จําเป็นก็ควร จะต้องมีการยุบเลิกเมื่อหมดความจําเป็นไปด้วย

และนอกจากนี้ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณาทบทวนบทบาทภารกิจนั้น จะสัมพันธ์กับเรื่องของการที่จะมองว่างานใดควรต้องถ่ายโอนให้ใคร ในประเด็นนี้ก็ควร จะต้องมีการผลักดันเรื่องการถ่ายโอนงานลงไปเพื่อจะทําให้โครงสร้างอํานาจเป็นไปตาม ภารกิจที่กําหนดไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเรื่องของการถ่ายโอนให้ท้องถิ่น ควรจะต้องเร่งรัดผลักดันการถ่ายโอนให้แก่ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันเพื่อให้งานดังกล่าวนั้นท้องถิ่นสามารถที่จะดําเนินการได้ก็ต้องมีการถ่ายโอน ทั้งบุคลากรและงบประมาณลงไปด้วย และเมื่อท้องถิ่นได้มีการรับโอนงาน รับโอนคนและเงิน ลงไปแล้วท้องถิ่นก็ควรจะต้องมีการไปจัดโครงสร้างและระบบการบริหารให้เหมาะสมต่อไปด้วย

นอกจากนี้ในเรื่องของประเด็นการปฏิรูปในเรื่องนี้อย่างที่ได้นํากราบเรียนไว้ว่า ควรจะต้องดําเนินการเน้นในเรื่องของการทํางานที่มีความสัมพันธ์กับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นในการดําเนินการต้องกําหนดให้มีการบริหารงานหรือรูปแบบวิธีการทํางานร่วมกัน ระหว่างภาคราชการทั้ง ๓ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะต้องพยายามสร้างให้เกิดการบูรณาการและความร่วมมือกัน โดยในกรอบตรงนี้เห็นควร ที่จะต้องมีแผนพัฒนาเป็นตัวหลักในเรื่องของการกําหนดทิศทางที่จะดําเนินการและ แผนพัฒนาดังกล่าวนั้นต้องผ่านกระบวนการที่ร่วมคิดร่วมทําระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

นอกจากนี้ในแผนดังกล่าวนั้นก็ควรจะต้องมีการกําหนดผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน เพื่อเกิดความโปร่งใสแล้วก็เกิดภาระในการทํางานต่อไปด้วย และในขณะเดียวกันก็ต้อง มีการสร้างเครื่องมือหรือว่ากลไกในการบูรณาการ เช่น การจัดทําข้อตกลงความร่วมมือ การกําหนดตัวชี้วัดร่วม เพื่อจะได้ใช้ประกอบในการติดตามประเมินผลว่าภารกิจที่แต่ละส่วน รับผิดชอบนั้นมีผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร และขณะเดียวกันต้องให้ความสําคัญกับเรื่อง การตรวจสอบและประเมินผลด้วย

ในอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าในเรื่องของการดําเนินการดังกล่าวนั้นจะต้องมี การพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับบทบาทภารกิจที่แต่ละส่วน ดําเนินการด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นนั้นควรจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์และเป้าหมายร่วมกัน ให้ความสําคัญกับการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ตามแผนพัฒนาที่ได้ผ่านการร่วมคิดร่วมทํา กันมา

นอกจากนี้กรณีที่จะลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกส่วนราชการจะต้อง มีการกําหนดวงเงินงบประมาณที่ดําเนินการในจังหวัดให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้เห็นภาพ ได้ชัดเจนว่าปัจจุบันงบประมาณได้ลงไปพัฒนาในพื้นที่ส่วนไหน เท่าไร

นอกจากนี้ก็ต้องส่งเสริมรัฐบาลที่เปิดศูนย์พลเมืองโดยจัดช่องทางการสื่อสาร กับประชาชนในรูปแบบที่หลากหลายและรับฟังความคิดเห็นตอบกลับมาด้วยเพื่อสามารถ ที่จะนําเรื่องดังกล่าวนั้นมาพิจารณาและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ต่อไปได้ การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมในการดําเนินภารกิจของรัฐเพื่อเป็นเครือข่าย และเป็นพันธมิตรในการทํางานร่วมกัน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรชุมชน เข้ามาแข่งขันในการจัดบริการสาธารณะแทนรัฐด้วย ทั้งนี้มองเห็นว่า การดําเนินการดังกล่าวนั้นจะทําให้ประชาชนได้รับการบริการที่รวดเร็วและขณะเดียวกัน ก็สามารถที่จะทําให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพต่อไปได้ด้วย

อีกประเด็นหนึ่งที่มองถึงในประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างอํานาจตรงนี้ก็คือว่า จะต้องมีการสร้างเอกภาพในการบริหารงานตามอํานาจหน้าที่ในระดับพื้นที่ให้เกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับจังหวัดต้องมีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการมอบอํานาจให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งมีการปรับปรุงบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการจังหวัด ให้เหมาะสมเพื่อจะได้ทําหน้าที่สนับสนุนการทํางานของจังหวัดต่อไปได้ด้วย แล้วก็เสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองท้องที่ทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งกลุ่มดังกล่าวนั้นเป็นกลุ่มที่มาจากตัวแทนประชาชนทั้งหลายให้มามีส่วนร่วมในการทํา หน้าที่ช่วยเหลือสนับสนุนภาครัฐและแก้ไขในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพต่อไป ส่วนนี้จะเป็นเรื่อง ของการที่หากได้มีการดําเนินการแล้วก็สามารถที่จะทําให้ในเรื่องของโครงสร้างอํานาจนั้น เป็นไปตามขอบเขตที่เหมาะสมต่อไปด้วย และเมื่อได้มีการปฏิรูปทั้งในเรื่องของการกําหนด ขอบเขตความสัมพันธ์การบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปในเรื่องของโครงสร้างอํานาจ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสัมพันธ์กับเรื่องระบบการทํางานด้วย ก็จะต้องโยงไปในเรื่องของการจัด โครงสร้างส่วนราชการ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ทางคณะกรรมาธิการก็เห็นควรว่า ควรจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม ควบคู่ไปด้วย ซึ่งในกรอบของ การปฏิรูปโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม นั้น ก็เห็นควรว่าควรจะต้องมีการทบทวนบทบาท ภารกิจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างมาก สําหรับแนวทางก็ได้มีการนําเรียนไว้ใน ๒ ประเด็นแรกแล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสําคัญ กับภารกิจที่เป็นบริการสาธารณะเป็นลําดับแรกที่ยังอยู่ในการดําเนินการของภาครัฐเอง และมอบให้ภาคส่วนอื่น ๆ ไป โดยในส่วนนี้บทบาทของภาครัฐต้องมาเน้นในเรื่องของ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการบริการที่ส่งมอบด้วย แล้วก็มีการทบทวนการจัด โครงสร้างส่วนราชการให้เหมาะสมกับบทบาทภารกิจที่กําหนดไว้ และขณะเดียวกัน ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่จะได้มีการกําหนดต่อไปด้วย

และประเด็นที่สําคัญก็คือว่าในปัจจุบันได้มีหน่วยงานส่วนกลางไปปฏิบัติงาน อยู่ในภูมิภาคเป็นจํานวนมาก แล้วก็เป็นประเด็นที่มีการพูดกันอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องของ อํานาจในการบังคับบัญชา ในการบริหารสั่งการ แล้วก็ขณะเดียวกันมีผลทําให้โครงสร้างส่วนราชการ มีจํานวนมากมาย ในส่วนนี้คณะกรรมาธิการก็เห็นควรว่าควรจะต้องมีการทบทวนและ ปรับปรุงหน่วยงานส่วนกลางที่ไปปฏิบัติงานในภูมิภาคให้เป็นไปตามกรอบโครงสร้างที่ได้ นําเสนอข้างต้น และควรจะต้องกําหนดหลักการและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเลยว่าจะต้อง มีการยุบเลิกหรือปรับลดหน่วยงานของราชการส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาคให้เหลือ เฉพาะเท่าที่จําเป็นจริง ๆ ต่อการปฏิบัติภารกิจ ซึ่งไม่อาจมอบให้ภูมิภาคดําเนินการแทน หรือไม่สามารถถ่ายโอนให้ท้องถิ่นรับไปดําเนินการได้ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ก็ไม่ใช่ว่าตั้งแล้วตั้งเลย กรณีเช่นนี้เห็นควรว่าการจัดตั้งนั้นต้องมีความคุ้มค่าด้วย ฉะนั้นในส่วนนี้ควรจะต้องมี การประเมินความคุ้มค่าแห่งผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นประจําทุกปีด้วย

แล้วก็นอกจากนี้ในเรื่องของการจัดส่วนราชการประจําจังหวัด ขณะนี้เรามี ส่วนราชการประจําจังหวัดอยู่มากมาย กระทรวงหนึ่งก็จะมีหลายส่วนราชการที่ลงไปอยู่ใน จังหวัดต่าง ๆ ในส่วนนี้ก็ควรจะต้องมีการออกแบบการจัดส่วนราชการประจําจังหวัดที่เป็น ตัวแทนของกระทรวงที่แท้จริงในราชการบริหารส่วนภูมิภาคด้วย และสิ่งที่ต้องดําเนินการ ควบคู่ไปกับเรื่องการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ก็คือต้องเร่งรัดการกระจายอํานาจ ถ่ายโอนงาน ถ่ายโอนคน แล้วก็ขณะเดียวกันก็ต้องสัมพันธ์กับเรื่องการมอบอํานาจให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ทั้งหมดนี้คือกรอบแนวทางในการปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่องโครงสร้าง การบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปโครงสร้างอํานาจและการบริหารส่วนกลางและ การปฏิรูปโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม สําหรับประเด็นเรื่องการปฏิรูปการบริหาร ทรัพยากรบุคคล ขอกราบเรียนเชิญท่านสุชาติค่ะ