นิรันดร์ พันทรกิจ หารือเรื่องความเห็นต่างในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการให้สมาชิกทุกคนมีความเห็นที่ดีต่อประเทศชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแปรญัตติรัฐธรรมนูญและขอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแปรญัตติให้สมาชิกสภาได้รับทราบก่อนวันที่ 6 สิงหาคม เพื่อให้สมาชิกสภาสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๑๕ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นที่ผมจะได้ตั้งคําถามกับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ กระผมอยากจะนําเรียนอย่างนี้ครับว่าจากคําแถลง สรุปทุกท่าน ในความเห็นของกระผม กระผมมีความเห็นว่าการทํางานหนักของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรยกย่องอย่างยิ่งนะครับ แต่ว่า ในขณะเดียวกันเราก็ต้องยอมรับว่าสมาชิกอาจจะมีความเห็นต่างกันบ้าง ความเห็นต่างนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นศัตรูกัน เจอหน้ากันก็ไม่ทักทายกัน แต่ว่าเป็นความเห็นที่ต่าง เพราะทุกคนในฝ่ายที่มีการอภิปรายนี่ก็อาจจะมีความเห็นที่แตกต่างไปจากคณะกรรมาธิการ แต่ทุกคนก็มีเจตนาดีต่อประเทศชาติเช่นเดียวกัน นั่นประการที่ ๑
ในประการที่ ๒ กระผมมีความเห็นว่าในการนําเสนอของคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญบางความเห็น บางท่านอาจจะมีคณะกรรมาธิการของสมาชิกสภาปฏิรูป ด้วยเหมือนกันว่ามีความเห็นในลักษณะที่ค่อนข้างมองนักการเมืองเป็นภาพลบ แล้วก็ มีการอภิปรายกันในที่ประชุมแห่งนี้ค่อนข้างหลายครั้งรู้สึกว่ามีลักษณะเป็นอคติ วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะมาชี้แจงทําความเข้าใจในข้อที่เขาเห็นต่างในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นที่มาของเรื่องการเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งหรือ การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา วิธีการเลือกตั้งโอเพน ลิสต์ (Open list) อะไรทั้งหลายที่มีการ วิพากษ์วิจารณ์กันในสื่อนี่เขาไม่มีโอกาสที่จะมาชี้แจงในเวทีแห่งนี้ อาจจะมีโอกาสได้ชี้แจง ในเวทีของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ว่าในเวทีสาธารณะแบบที่ถ่ายทอด อย่างนี้นี่เขาไม่มีโอกาส อันนั้นก็ต้องให้ความเห็นใจเขาเหมือนกันครับ
ประการที่ ๓ ในการแสดงความคิดเห็นนั้นท่านประธานครับ แต่ละคนก็มี บุคลิก มีลักษณะ มีการใช้ภาษาที่แตกต่างกันนะครับ ผมนี่อาจจะใช้ถ้อยคําที่รุนแรงบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นถ้อยคําที่รุนแรงเพื่อดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลน และทุกคนที่เป็นคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญทุกคน กระผมก็ให้ความรัก ความเคารพอย่างยิ่งเสมือนเป็นเหมือน ครูบาอาจารย์ของผมทุกคนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็เลยได้ให้เข้าใจในเบื้องต้นว่าผมไม่ได้มี เจตนาที่จะไปดูถูกดูแคลน แต่ว่าเราเห็นต่างกันถือว่าเป็นของปกติธรรมดานะครับ แล้วก็ท่าน จะได้เอาแนวความคิดความเห็นต่าง ๆ ที่เห็นต่างกันของสมาชิกทั้งหลายร้อยกว่าท่านไป ปรับปรุงแก้ไขต่อไป เพื่อที่จะได้รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ที่สุด ได้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ เหมือนกับที่มีบางท่านบอกว่าทุกคําพูดในรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอนาคต เมื่อเป็นอนาคตทุกคน ก็ต้องมีความรับผิดชอบในการที่จะต้องเห็นต่างบ้าง เห็นด้วยบ้างธรรมดา ประเด็นสําคัญอย่างนี้ที่เป็นคําถามที่จริงผมคอยฟังว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะตอบหรือไม่ ไม่ใช่เป็นคําถามใหม่เป็นคําถามเก่า คําถามของท่านอธิการเปรื่อง จันดา คําถามก็คือว่าในช่วงของการแปรญัตติหลังจากนี้เราก็จะเสนอเอกสารแปรญัตติ ท่านคณะกรรมาธิการท่านบอกว่าเราจะยื่นในวันที่ ๒๗ ไปถึงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม แล้วก็ มีการเชิญบุคคลต่าง ๆ มาชี้แจง เชิญพวกเราไปในการทําความเข้าใจ ชี้แจงกันว่าทําไมเราแปรญัตติ อย่างนี้ ๆ จะได้มีการถกแถลงกัน ปัญหาก็คือว่าในช่วงที่ก่อนจะถึงวันโหวตก็คือวันที่ ๖ สิงหาคม เราจะมีโอกาสได้รับรู้ รับทราบ เราไปชี้แจงแล้วท่านเอาตามไหม หรือไม่เอาตาม หรือเห็นต่างอย่างไร รูปแบบมันจะออกมาอย่างไรก่อนวันที่ ๖ สิงหาคม คือในความเห็นของ พวกเรามีความกลัวว่า กลัวจะได้เอกสารฉบับเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนสัก ๒-๓ วันมันไม่มี ประโยชน์อะไร เพราะเราจะได้มีโอกาสว่าในช่วงที่พวกเราทําแปรญัตติไปคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญเอาหรือไม่เอาเพราะเอกสิทธิ์มันอยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็อยากจะทราบว่าเอาหรือไม่เอา เพราะจะได้ตัดสินใจในวาระ สุดท้ายวันที่ ๖ สิงหาคมว่าจะรับหรือไม่รับ เราก็ต้องพิจารณาดูเพราะว่าการตัดสินใจตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๑๘ เป็นเอกสารสิทธิ์ โดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นเอกสิทธิ์เราก็ต้องใช้ความรอบคอบในการพิจารณา เพราะเราต้องไปตอบกับสังคมภายนอก ครูบาอาจารย์ก็ต้องไปตอบกับลูกศิษย์ สมาชิกจาก ต่างจังหวัด ๗๗ จังหวัดก็ต้องไปตอบกับชาวบ้านว่าที่เราเห็นด้วย เห็นดี เห็นงามไปกับนี่ เพราะอะไร ข้อนี้ประชาชนเห็นอย่างนี้ แต่ว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วย เมื่อไม่เห็นด้วยเราจะตอบชาวบ้านอย่างไร อันนี้ก็ควรจะต้องรู้ก่อน ก่อนวันที่ ๖ สิงหาคม พวกเราควรจะต้องรู้ก่อนว่ารายละเอียดการแปรญัตติแล้วท่านรับหรือไม่รับ มีอยู่ เปลี่ยนแปลง เห็นชอบอย่างไร เผื่อจะได้เป็นโอกาสในการตัดสินใจด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะถามคําถามนี้ ว่าเราน่าจะได้รู้สุดท้ายแล้วในฉบับที่ท่านแก้ไข ปรับปรุง สักวันที่เท่าไร อย่าให้มันถึงจนกระทั่ง วันที่ ๕ แล้วมาให้ข้อมูล อย่างนี้มันน่าจะไม่ยุติธรรมกับพวกเราในการที่ไปปรึกษาหารือกัน ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน