สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

เตือนใจ สินธุวณิก หารือเรื่องการจัดตั้งกองทุนทุนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ และเสนอแนวทางในการบริหารจัดการวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาคุณค่าและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม

นางเตือนใจ สินธุวณิก

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน ดิฉันขออนุญาต ที่จะพูดถึงภาค ๔ ส่วนที่ ๒ เป็นเรื่องของการปฏิรูปด้านต่าง ๆ โดยขออนุญาตที่จะเรียนเน้น เกี่ยวกับเรื่องของมาตรา ๒๙๐ โดยเป็นเรื่องของการจัดตั้งกองทุนทุนทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นกองทุนภาคประชาสังคมเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การร่างรัฐธรรมนูญของประเทศไทย ซึ่งอันนี้ก็ตรงกับเจตนารมณ์ที่ได้บรรจุไว้ใน ร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาที่จะร่างไว้แล้วในมาตรา ๙๔ ที่เน้นย้ําว่ารัฐต้องส่งเสริมวัฒนธรรมและศิลปะโดยคํานึงถึงวัฒนธรรมในทุกมิติเพื่อให้เป็น รากฐานเอกลักษณ์ของชาติและท้องถิ่น บริหารจัดการวัฒนธรรม ขอเน้นย้ําขีดเส้นใต้ตรงนี้ว่า เพื่อพัฒนาคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม อันนี้ดิฉันอยากจะขอเรียนว่า จะพูดเน้นย้ําเกี่ยวกับเรื่องของการบริหารจัดการวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาคุณค่าและเพิ่มมูลค่า ทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งท่านอาจารย์คุณหมอชูชัยซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้กรุณาพูดเกริ่นไว้แล้วนะคะ อยากจะขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและกราบเรียน ผ่านไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกท่าน รวมทั้งพี่น้องสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทุกท่านให้ช่วยกันสนับสนุนสิ่งที่เราจะสร้างประวัติศาสตร์ไว้ในประเทศไทยที่จะส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ขอเรียนว่าคณะกรรมาธิการของเราคือคณะกรรมาธิการปฏิรูป ค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนาโดยการนําของท่านศิลปินแห่งชาติ ท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นั้นได้มีการคิดกันอย่างรอบคอบแล้ว แล้วก็ สนองนโยบายของรัฐบาลด้วยคือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าจะมีวิธีทําอย่างไรที่จะได้กองทุนส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรมมา ในข้อจํากัดที่ว่ารัฐบาลขาดแคลนงบประมาณในการที่จะนํามาบริหาร ประเทศหรือว่าอยู่ในขณะนี้นะคะ ดังนั้นเราจึงได้คิดค้นเสนอแนวทางซึ่งขอเรียกว่า เป็นโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศขอความกรุณาเมตตา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่จะทําเป็นภาคบังคับ ซึ่งการทําเช่นนี้ขอเรียนถามว่ามีที่อื่นเขาทํากันบ้างไหม ขอกราบเรียนว่า ประเทศในสหภาพยุโรปและเชงเก็นในยุโรปดําเนินการอยู่ ในสหรัฐอเมริกาดําเนินการอยู่ แล้วก็ในเอเชียเรา ขออนุญาตท่านประธานนะคะ เพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง ในเอเชียเราก็จะมี ประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือการประกันภัยนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศโดยจะขอเริ่มที่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาทางอากาศก่อนซึ่งจากสถิติแล้วนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ทางอากาศยานนั้นปีหนึ่งประมาณ ๑๗ ล้านคน เราจะขอให้มีการทําประกันภัยนักท่องเที่ยว ภาคบังคับโดยจะเก็บเงินนักท่องเที่ยวโดยให้แอบซอร์บ (Absorb) เข้ามาในตั๋วเดินทางนะคะ เพียงประมาณ ๒๐-๒๕ เหรียญ หรือประมาณ ๗๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง โดยเงินจํานวนนี้นั้น ได้มีกฎระเบียบที่เราได้ศึกษาแล้วจากทางคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ได้เรียนเชิญทั้ง สํานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง แล้วที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั่นก็คือคณะกรรมการ คปภ. หรือคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีกฎระเบียบทําได้ หมดเลยค่ะ ขออย่างเดียวว่าขอให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและสภานี้ได้สนับสนุน กราบขอว่า ขอให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กรุณาใช้ มาตรา ๔๔ ค่ะ ทําสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ แก่ประเทศชาติอย่างยิ่ง ด้วยการสั่งการให้เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ในการที่จะมีส่วนทําให้ กองทุนทุนส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชาตินี้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ได้ค่ะ แล้วก็ข้อดีนั้นก็คือเป็นการ ประกันภัยนักท่องเที่ยวนี้จะยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของไทย ทําให้มีการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวของไทย ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในบ้านเรา ก็มีความอุ่นใจที่จะท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและที่สําคัญที่สุดนะคะ เราจะได้คัดกรอง นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างจริงจังที่จะมาเที่ยวบ้านเราโดยใช้ศิลปวัฒนธรรมที่มีอยู่ ทั่วทุกภูมิภาคของเรานั้นเป็นเหมือนสิ่งที่จะเพิ่มคุณค่าและมูลค่าค่ะ สิ่งนี้จะทําให้องคาพยพ ของศิลปวัฒนธรรมทั่วประเทศไทยเกิดความตื่นตัว ฟื้นคืนชีพขึ้นมา ลงไปถึงระดับที่จะเป็น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ศิลปะพื้นบ้านทั่วประเทศ จะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมในภาพรวม อยากจะขอกราบขอโอกาสนี้ให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่าน รวมทั้งพี่น้องสมาชิกทุกท่านได้ร่วมกันสนับสนุนค่ะ ดิฉันเชื่อมั่นอย่างยิ่ง อย่างเต็มหัวใจว่าถ้าหาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กรุณาสนับสนุนโดยใช้การบริหารงาน ใช้มาตรา ๔๔ ดําเนินการสั่งการให้เป็นภาคบังคับอย่างที่ส่วนอื่นเขาทํากัน ประเทศอื่น เขาทํากันนั้นจะมีแต่ผลดี คือมีงบประมาณเข้าประเทศประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาททั้งปีค่ะ เพื่อดําเนินการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ก็ขอกราบฝากไว้เพื่อว่าเราจะได้ร่วมกันสร้าง ประวัติศาสตร์ให้กับวงการศิลปวัฒนธรรมของบ้านเรา ดิฉันก็ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูง เป็นการฝากไว้ในชาตินี้โดยเป็นเกียรติประวัติของสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะ คสช. ทุกท่านค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ