เดชา ปุญญบาล เสนอการปฏิรูปการทำงาน 7 ประเด็น โดยเน้นย้ำความเป็นธรรมและเสมอภาคระหว่างแรงงานและนายจ้าง และเสนอการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อเป็นกองทุนการเงินของผู้ใช้แรงงาน
เรียนท่านประธานที่เคารพและผู้เข้าร่วมประชุม ทุกท่าน ผม พลโท เดชา ปุญญบาล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๘๑ และเป็น ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน ขออนุญาตนำเสนอในภาค ๒ เกี่ยวกับเรื่อง การปฏิรูปทางด้านแรงงาน สำหรับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานนั้นได้เสนอ สาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปด้านแรงงานไว้ทั้งหมดสำคัญ ๆ อยู่ ๗ ประเด็น
ประเด็นแรก ก็คือในเรื่องสิทธิการจะไม่ถูกบังคับให้ทำงาน
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องแรงงานที่มีสิทธิเข้าถึงงานที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการพัฒนาทักษะฝีมือในทุกสาขาอาชีพ และการเข้าถึงข้อมูลในเรื่อง ตลาดแรงงาน
ประเด็นที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองสภาพการจ้างงาน รวมถึงเรื่อง ความปลอดภัยในการทำงาน ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ไม่ถูกเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ให้แรงงานคุ้มครองทั้งด้านสตรีมีภาระครอบครัว แรงงานพิการ แรงงานสูงวัย แรงงานเด็ก แรงงานผู้ป่วยเป็นโรคสำคัญ เช่น โรคเอดส์ รวมทั้งกลุ่มแรงงานเปราะบางอื่น ๆ ของสังคม
ประเด็นที่ ๔ นายจ้างและลูกจ้างมีเสรีในการจัดตั้งและเข้าร่วมองค์การ ของตนเอง ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายของไทยเราบัญญัติไว้
ประเด็นที่ ๕ มีระบบประกันสังคมที่คุ้มครอง คุ้มครองแรงงานที่ขาดรายได้ และส่งเสริมการออมในหมู่ผู้ใช้แรงงานไทย
ประเด็นที่ ๖ แรงงานได้รับการพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่เพื่อเสริมรายได้ ส่งเสริมอาชีพอิสระ อาชีพเกษตรกร คุ้มครองอาชีพที่ควรสงวนให้กับคนไทยท้องถิ่น และส่งเสริมให้มีการจัดตั้งธนาคารแรงงาน ให้บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการ บริหารจัดการด้านแรงงาน และ
ประเด็นสุดท้ายการกำหนดนโยบายหรือมาตรการใด ๆ ทางด้านแรงงาน รัฐต้องคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ เป็นสำคัญ
สำหรับในวันนี้กระผมขออนุญาตนำเสนอในเรื่องภาค ๔ การปฏิรูปและการสร้าง ความปรองดอง หมวด ๒ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ในส่วนที่ ๒ ในเรื่องการปฏิรูปมาตรา ๒๘๙ (๑) ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณา ให้ความสำคัญและกำหนดไว้ มีข้อความคือ ตามกฎหมายและกำหนดกลไกเพื่อรองรับ เสรีภาพของผู้ใช้แรงงานในการสมาคม การรวมตัวกันและการร่วมเจรจาต่อรองให้สอดคล้อง กับสภาพมาตรฐานระหว่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานได้มีความเห็นร่วมกัน ควรเพิ่มเติมข้อความเพื่อให้ครอบคลุมและให้มีการเสมอภาค เพราะเราจะเน้นเฉพาะ ให้ความสำคัญในเรื่องแรงงานหรือภาคลูกจ้างนั้น เราควรจะให้ความสำคัญในเรื่องนายจ้างด้วย เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมเกี่ยวกับเรื่องแรงงานนั้นได้เข้ามาช่วยกันพัฒนาปรับปรุง ระบบแรงงานของประเทศเพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเรา ร่วมกัน ฉะนั้นเราจึงมีความเห็นร่วมกันที่จะต้องขอเพิ่มเติมข้อความในเรื่องเกี่ยวกับนายจ้าง ให้มีสิทธิเท่าเทียมกับภาคแรงงาน และในสภาพการและสถานการณ์การจ้างงานของประเทศ แก้ไขคำว่า ระหว่างประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งโดยสรุปแล้วในเนื้อหา ที่สมบูรณ์ที่เราขอเพิ่มเติมในมาตรา ๒๘๙ (๑) ประกอบด้วย ตรากฎหมายและกำหนดกลไก เพื่อรองรับเสรีภาพของผู้ใช้แรงงานและนายจ้างในการสมาคม การรวมตัวกันและการร่วม เจรจาต่อรองให้สอดคล้องกับสภาพการณ์และสถานการณ์การจ้างงานของประเทศ และมาตรฐานสากล ซึ่งตามจอภาพนั้นจะเป็นข้อความที่เพิ่มเติมในสีชมพูหรือว่าสีแดง
เหตุผลเสริมที่สำคัญ ประการแรก เพื่อให้นายจ้างมีเสรีภาพเท่าเทียม และเสมอภาคกับผู้ใช้แรงงานและเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายเดิมตามพระราชบัญญัติ แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งเดิมได้บัญญัติให้มีเสรีภาพเท่าเทียมกัน ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้ขาดหายไป จึงขอเพิ่มเติม พร้อมทั้งเสรีภาพในการสมาคมตามมาตรฐานแรงงาน ระหว่างประเทศ โดยหลักการของอนุสัญญา ฉบับที่ ๘๗ กำหนดให้เสรีภาพในการสมาคม ของลูกจ้างในการจัดตั้งสหภาพแรงงานไว้ ๔ ประเภท ได้แก่ สหภาพแรงงานประเภทโรงงาน สหภาพแรงงานประเภทอุตสาหกรรม สหภาพแรงงานประเภทวิชาชีพ และประเภทที่ ๔ คือสหภาพแรงงานทั่วไป แต่ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ กำหนดให้ผู้ใช้แรงงานหรือลูกจ้างจัดตั้ง สหภาพแรงงานได้ ๒ ประเภท คือสหภาพแรงงานประเภทโรงงานและประเภทอุตสาหกรรม สำหรับในส่วนของกลุ่มแรงงานนอกระบบหรือกลุ่มแรงงานรับจ้างอิสระ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการแรงงานในครั้งนี้เราได้ให้ความสำคัญครอบคลุมถึง หรือกลุ่มวิชาชีพเฉพาะต่าง ๆ เช่น แพทย์ วิศวกร นักบัญชีและกลุ่มผู้ใช้แรงงานทั่วไป ซึ่งมีเสรีภาพในการจัดตั้งองค์กร คุ้มครองสิทธิประโยชน์ การประกอบอาชีพของตนเองในรูปของสหภาพแรงงานประเภทวิชาชีพ และสหภาพแรงงานทั่วไปยังไม่มีเสรีภาพดังกล่าว จึงควรให้มีการกำหนดแนวทางอย่างกว้าง ๆ ไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ส่วนกรณีที่จะดำเนินการให้การรับรองถึงขั้น ให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ หรือไม่ ก็ให้ขึ้นอยู่กับความต้องการของทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภาคีเหล่านี้จะต้องรวมถึง ทั้งภาครัฐ องค์กรนายจ้าง ลูกจ้างและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีส่วนร่วมในการพิจารณา และตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งร่วมกัน ซึ่งจะเป็นรายละเอียดที่จะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนกันต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องการให้สอดคล้องกับสภาพการณ์และสถานการณ์การจ้างงานของประเทศ ในแต่ละสภาพนั้น ๆ ในแต่ละห้วงเวลา ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติและให้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากล จึงได้นำมาให้พิจารณาเพื่อจะบรรจุเข้าไว้ในร่างรัฐธรรมนูญต่อไป
สำหรับมาตรา ๒๘๙ ใน (๒) คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานก็มี ข้อคิดเห็นร่วมกันเพื่อให้บรรจุข้อความที่สมบูรณ์ที่เราได้เสนอไว้แล้วทั้ง ๗ ประการ ให้ครบถ้วนเพิ่มเติม ซึ่งในข้อมูลเดิมที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ ในร่างนั้นปรากฏเป็นข้อความ คือสนับสนุนการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อเป็นกองทุนการเงิน ของผู้ใช้แรงงานในการส่งเสริมการออม และพัฒนาตนเองอันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งอันนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานก็ขอขอบคุณมากที่ท่านได้กรุณาให้ความสำคัญ เพราะว่าในเรื่องการจัดตั้งธนาคารแรงงานนั้นถือว่าเป็นหัวข้อสำคัญที่สุดหัวข้อหนึ่งของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานที่นำเสนอเข้าสู่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แต่เราต้องการที่จะเสนอให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เพราะในข้อความที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณากำหนดไว้นั้น ดูแล้วเหมือนจะมุ่งเน้นไปในเรื่องเงิน เรื่องกองทุน สำหรับผู้ที่ใช้แรงงาน ซึ่งก็ตรงกับเป้าวัตถุประสงค์ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน อย่างแท้จริง แต่เราต้องการที่จะให้มีขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น คือในธนาคารแรงงาน ในความหมายของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานนั้นจะต้องประกอบไปด้วยความหมาย รวมถึงข้อมูลทั้งด้านคน ด้านงานและด้านเงิน ซึ่งในเรื่องการเงินนั้นคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีมติให้คงบัญญัติไว้ด้วยธนาคารแรงงานเอาไว้เพื่อเป็นกองทุนการเงิน ของผู้ใช้แรงงานในการส่งเสริมการออม โดยเราต้องการเน้นให้ชัดเจน คือธนาคารแรงงาน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่ายและยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ของกลุ่มลูกจ้างผู้ใช้แรงงาน ถ้าการจัดตั้งแรงงานในรูปแบบของธนาคารอาจจะเป็นรูปแบบ ที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาและยาก เราก็ขอเสนอเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางด้านการเงินที่จะช่วยในภาคแรงงานโดยแท้จริง ก็คือ อาจจะให้พิจารณาจัดตั้งเป็นลักษณะกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานก่อน โดยจะจัดตั้งขึ้นในรูปแบบ ขององค์กรมหาชน และค่อย ๆ พัฒนาเข้าไปเป็นระบบธนาคารแรงงานอย่างสมบูรณ์ ในโอกาสต่อไป และอีก ๒ ด้าน คือการดำเนินการให้มีการจัดตั้งในเรื่องอำนวยผลประโยชน์ เกี่ยวกับเรื่องคนก็คือธนาคารกำลังแรงคน ซึ่งก็จะเป็นข้อมูลดาตาเบส เซ็นเตอร์ (Database center) ที่อยู่ในธนาคารแรงงาน ก็คือเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องคน คนซึ่งก็จะ ประกอบไปด้วยกำลังแรงทั่วไป ส่วนผู้ที่มีงานทำ ผู้ที่ว่างงาน ผู้ที่มีกำลังแรงงานตามประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ภาคบริการและภาคอื่น ๆ สำหรับทางด้านงานนั้น ก็เป็นข้อมูลในเรื่องตำแหน่งของงาน ประเภทงานอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า ธุรกิจบริการ และงานทางด้านอื่น ๆ รวมทั้งการพัฒนาฝีมือแรงงานให้กับคนไทย โดยใช้เงินกองทุนที่อยู่ ในธนาคารแรงงานของเรา สำหรับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน ขออนุญาตนำเสนอ เพิ่มเติมข้อมูลในมาตรา ๒๘๙ เพื่อให้เกิดข้อความที่สมบูรณ์ โดยสรุปในข้อความที่สมบูรณ์ ที่เราเสนอนั้นคือ (๒) สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลด้านแรงงาน และเป็นกองทุนการเงินของผู้ใช้แรงงานในการส่งเสริมการออม และการพัฒนาตนเอง อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอบคุณมากครับ