เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น รัฐธรรมนูญ และความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปท้องถิ่นให้เข้มแข็งและสามารถแก้ปัญหาท้องถิ่นได้ด้วยตนเอง และขอกระจกสะท้อนความรู้เพื่อปรับแก้รัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ เพื่อน ๆ สังเกตไหมครับว่าประธานวันนี้น่ารักมาก ท่านกรรมาธิการ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย คนที่ ๒๙ ของประเทศไทย
ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้อภิปรายไปหลายเรื่อง เรื่องเกี่ยวกับ ท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากโดยเฉพาะมาตรา ๒๑๕ ที่ให้ประชาชนตรวจสอบ ถอดถอน ยื่นข้อบัญญัติ ตรงนี้อย่าบอกว่าลอกมาจากปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ในเมื่อปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ มันไม่ดี ท่านอย่าลอกเลยครับ แล้วประชาชน ความหมาย ณ ปัจจุบันมันแตกต่าง จากพลเมือง แล้วบอกว่าพวกเราเป็นพลเมือง นัยประชาชนนั้นหมายถึงคนที่อยู่ในประเทศไทย แล้วก็ในวรรคสี่ของมาตรา ๒๑๕ ผมอยากให้ตัดออก
แล้วมาตรา ๒๑๖ (๑) (๒) เขามี ก กลาง ก จังหวัดควบคุมทุกองค์กรแล้ว ยังมี (๓) เข้าไปอีกผมอยากให้ตัดออก ผมย้ำเฉย ๆ ครับ
ท่านประธานครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกิดมา ตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ เราไม่มีความขัดแย้งกับราชการประจำ ทุกองค์กรมีชุมชนอยู่แล้วโดยการ เลือกตั้ง เราเลือกตั้งกันเข้ามา ชุมชนแต่ละชุมชนเลือกตั้งเข้ามามาบริหารเทศบาลด้วยกัน ท่านยังจะเอาสภาพลเมืองมาซ้ำซ้อนอีก ผมงงครับ แล้วสภาพลเมืองนัยของท่านนั้น มันเหมือนกับเป็นองค์กรใหม่ตั้งขึ้นมา แล้วสามารถถอดถอน ตรวจสอบแล้วเสนอข้อบัญญัติได้ ท่านครับ มันจะเกิดอะไรขึ้นเกิดว่าสภาพลเมืองมาแต่งตั้ง ถอดถอน มาเสนอข้อบัญญัติ มันก็มาค้านกับสภาท้องถิ่นสิครับ ท่านดูดี ๆ นะครับ ท่านจะเอาสภาพลเมืองไปใช้ ในระดับประเทศ ผมไม่ขัดข้อง เพราะการเมืองที่ผ่านมามันสร้างความวุ่นวาย ส.ส. ไม่เป็นระเบียบ เราเคยจำลองพรรคการเมืองใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา เดโมแครท (Democrat) รีพับลิกัน (Republican) นั่นเขาเข้มแข็ง เขามีวิสัยทัศน์ เขามีความเป็นระเบียบ แต่นักการเมืองไทยสิครับ ที่ผมพูดบ่อย ๆ มันแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ มันจึงเกิด รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมพยายามพูดสะท้อนให้หลาย ๆ พรรคเห็นว่ารอฟัง รอรับ แล้วทำตาม ไม่เสียหายครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้ละครับ เราจะเกิดสภาขับเคลื่อนหน่อยหนึ่ง เพื่อติดตามรัฐธรรมนูญว่าพวกคุณเคยเอารัฐธรรมนูญไปใช้บ้างไหม ขัดกับรัฐธรรมนูญบ้างไหม ก็ออกมาตีโพยตีพายหาว่า สปช. หรือรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ผมว่าพวกเขาล่ะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดตรงนี้ท่านกลับไปดูท้องถิ่นนี่ละครับ เป็นตัวขับเคลื่อน โดยเฉพาะท้องถิ่นรูปแบบเทศบาลที่มี ๒,๔๔๐ แห่ง เราทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เราต้องการให้ ประชาชนผืนแผ่นดินเรานั้นมีความสุข งบประมาณต่างหากที่เราบาดเจ็บมาโดยตลอด ผมอยากให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปดูงบประมาณของท้องถิ่น ท่านมองภาพว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่จริงครับ ตัวเลขนะใช่ มาถึงท้องถิ่นจริง ๆ ไม่ถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปดูครับ เป็นเงินฟรี แฮนด์ (Free hand) ที่เรามาจ่ายเงินเดือนประจำ ค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรืออะไรต่าง ๆ แล้วเงินแค่นี้เราจะไปสร้างคุณภาพชีวิต ไปสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน บริการสาธารณะได้อย่างไร ล่าสุดสำนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการว่าจ้างจากสำนักนายกรัฐมนตรีตรวจสอบว่าท้องถิ่นมันทุจริตขนาดไหน ท่านไปดูได้ครับ ผมมีข้อมูลประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ผมถามว่า ๒ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ พวกผมต้องตกเป็นจำเลย ของสังคมหรือ ท่านครับ ท่านยอมรับไหมว่าทุกองค์กรมีการทุจริตคอร์รัปชัน ในเมื่อท่านยอมรับเรามีเพียง นิดหน่อย ท่านอย่ามากล่าวหาแล้วท่านอย่ามาทำลายเลยครับ มันทำให้พวกเรานั้นท้อ ในบางครั้ง ท่านกำลังจะสร้างสภาพลเมืองขึ้นมาใช้กับท้องถิ่นในรูปแบบของเสื้อเหลือง เสื้อแดง มันจะเกิดความวุ่นวายขึ้น ผมบอกให้ ปัจจุบันมันดีอยู่แล้ว เมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บางมาตรา ปี ๒๕๕๐ บางมาตรา มันไม่ดีอย่าเอามาใช้ครับ ผมเชื่อมั่นในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคน เชื่อมั่นว่าความรู้ความสามารถของท่านทุกคนนั้นเก่ง ที่จะนำพาประเทศเดินไปได้ ผมต้องการให้ประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคนนั้นที่รอคอยรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ ใช้รัฐธรรมนูญ อย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ ประหยัด ยุติธรรม มั่งคั่งนั้นค่อนข้างยากครับ ท่านประธานครับ ผมนำเรียน ด้วยความเคารพว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นถ้าเกิดขึ้น ถ้าเป็นอย่างนี้ สิ่งที่ท่านต้องการอยากจะเห็น ประชาชนมั่งคั่ง มันเป็นไปไม่ได้ ผมพูดอยู่ตลอดเวลา การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ให้ท้องถิ่น เข้มแข็งสิครับ ให้เขาพร้อมทั้งด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ ให้ความรู้ความเข้าใจกับเขา หลาย ๆ เรื่องที่เกิดขึ้น และในกรรมาธิการปฏิรูปท้องถิ่นเรายกฐานะ อบต. ขึ้นเป็นเทศบาล แล้ว เราต้องมาปฏิรูปร่วมกันว่าวุฒิภาวะของ อบต. กับเทศบาลนั้นมันเท่าเทียมกันไหม เราทำอย่างไรที่จะเดินไปข้างหน้า หาทางแก้ครับ ไม่ใช่ท่านจะปฏิรูปแบบสุดโต่ง ไม่ใช่อย่างนั้นครับ เรามี ๗,๘๕๓ แห่งก็จริง อาจจะมากเกินไป ท่านอาจจะปฏิรูปบางอย่าง ปฏิรูปด้านโครงสร้าง พื้นฐานให้มันเล็กลงสักนิดหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องเหลือสัก ๒,๐๐๐ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ท่านกลับไปนั่งคิด
สุดท้ายครับ ผมอยากฝากท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ผม คลางแคลงใจที่สุด เรื่องสมัชชาพลเมือง เรื่องพลเมืองกับประชาชน เมื่อวานนี้ผมฟัง กรรมาธิการบางท่านอภิปรายมันตรงข้ามกับประธาน เรื่องสภาพลเมือง ผมฟังกรรมาธิการบางท่าน อภิปรายตรงข้ามกับประธานอภิปรายให้ฟัง ผมเลยสับสน แล้วประชาชนทางบ้านล่ะครับ เขาจะสับสนไหม เพราะฉะนั้นผมอยากให้เราทำอะไรต่าง ๆ ที่ให้ประชาชนเข้าใจง่าย รู้ง่าย เห็นง่าย เข้าใจง่าย แล้วเห็นใจเรา ผมเห็นใจกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ทำงานกัน หามรุ่งหามค่ำ แต่ทุกคนที่ชี้แจงมาหลายวันหลายคืนอยู่กับท่านนี้ ทุกคนมีเหตุมีผล เพราะฉะนั้น เอาพวกเราเป็นกระจกครับ ส่องสะท้อน เอาความรู้พวกเราไปปรับแก้ ตรงไหนที่สามารถแก้ได้ ผมมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเอาพวกเราไปปรับแก้ด้วยหน้าตาจะออกมาสวยงาม หน้าตา จะออกมาแล้วสามารถบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อประโยชน์สุขของปวงประชาทั้ง ๖๕ ล้านคนได้ ขอบคุณครับ