วัลลภ พริ้งพงษ์ อภิปรายและตั้งข้อสังเกตต่อร่างรัฐธรรมนูญหมวด ๗ การกระจายอำนาจ

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

วัลลภ พริ้งพงษ์ อภิปรายและตั้งข้อสังเกตต่อร่างรัฐธรรมนูญหมวด ๗ การกระจายอำนาจ โดยเห็นด้วยกับหลักการแต่เสนอให้ปรับปรุงรายละเอียดเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการบริหารท้องถิ่น พร้อมทั้งหารือโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งรูปแบบปกติและพิเศษ และนำเสนอประเด็นข้อห่วงใย ๓ ประเด็นต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

นายวัลลภ พริ้งพงษ์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม นายวัลลภ พริ้งพงษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๘๑ เมื่อวานนี้กระผม ได้อภิปราย แล้วก็ตั้งข้อสังเกตการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในภาค ๒ หมวด ๗ การกระจายอำนาจ และการบริหารท้องถิ่น มาตรา ๒๑๑ ถึงมาตรา ๒๑๖ ซึ่งในหลักการก็เห็นด้วยกับ การกระจายอำนาจที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้เสนอมา ซึ่งที่เสนอมาทั้งหมด ๖ มาตรา ก็ได้แสดงถึงการพัฒนาการต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล เรื่องของการกำหนดประเภทรายได้ขององค์กร ท้องถิ่น ขอบเขตอำนาจของท้องถิ่นเพื่อสนองตอบในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนเพิ่มขึ้น

สำหรับในวันนี้ที่ผมจะขออนุญาตต่อท่านประธานในเรื่องของการอภิปราย ก็คือในภาค ๔ หมวด ๒ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ส่วนที่ ๒ การปฏิรูปด้านต่าง ๆ กระผมมีประเด็นที่เป็นข้อสังเกตในมาตรา ๒๘๕ การปฏิรูปด้านการ บริหารท้องถิ่น ที่อยากนำเรียนท่านประธานก็คือว่าในส่วนของมาตรา ๒๘๕ ใน (๑) ได้พูดไว้ว่า มีการตรากฎหมาย และจัดให้มีกลไกที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่น เต็มพื้นที่จังหวัดให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน ๑ ปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และดำเนินการจัดตั้งองค์กรบริหารท้องถิ่นดังกล่าวขึ้นในพื้นที่ที่มีความพร้อมและเหมาะสม โดยเร็ว คือกระผมเองก็ได้ไปเปิดอ่านในตัวเจตนารมณ์ก็ไม่พบในเจตนารมณ์ว่า ในเรื่องของ องค์กรท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัด ในสาระสำคัญ หรือว่าเจตนารมณ์ได้พูดไว้อย่างไร ก็มีความเป็นห่วง แล้วก็อยากจะตั้งเป็นคำถามไปยังท่านคณะกรรมาธิการ ก็คือเมื่อวานนี้ในมาตรา ๒๑๑ เราได้พูดถึงเรื่องของรูปแบบขององค์กรท้องถิ่นที่มีหลากหลาย ซึ่งในส่วนของคณะ อนุกรรมาธิการจัดระบบ โครงสร้าง และอำนาจหน้าที่ของการปกครองท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นก็ได้มีการพูดคุยกันแล้วว่าในภาพรวมของรูปแบบก็จะแบ่งเป็น ๒ รูปแบบใหญ่ ๆ ในขณะนี้ ในเบื้องต้น ก็คือรูปแบบทั่วไป ในรูปแบบทั่วไปก็จะแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือองค์กรท้องถิ่นที่มีระดับขนาดใหญ่ ก็คือระดับจังหวัด ในส่วนของจังหวัดขณะนี้ที่เราได้มีการพูดคุยกันก็คือในเรื่องขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งในประเด็นย่อยก็อาจจะต้องมาคุยกันว่าต่อไปในอนาคตจะต้องมีการดูในเรื่องของขอบเขต อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เกิดความชัดเจน อันนี้ก็คือ อบจ. ในปัจจุบัน ก็คือมีพื้นที่ในการดูแลเต็มพื้นที่จังหวัดอยู่แล้ว

อีกส่วนหนึ่งที่มีการพูดกันในส่วนขององค์กรท้องถิ่นระดับจังหวัด ก็คือ ท้องถิ่นที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัด แต่ประเด็นนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของพื้นที่ รูปแบบ อันนี้ก็คือในส่วนขององค์กรท้องถิ่นระดับจังหวัด

อีกส่วนหนึ่งก็คือองค์กรท้องถิ่นที่ต่ำกว่าระดับจังหวัด ในความหมายในส่วนนี้ ก็อาจจะแบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน คือส่วนหนึ่งที่เป็นพื้นที่โดยปกติทั่วไป ก็คือพื้นที่ของ เทศบาล พื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเราก็มีแนวโน้มว่าอาจจะมีการยุบรวมหรือว่า ควบรวมให้มีจำนวนน้อยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารงาน

อีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นรูปแบบพิเศษ ในส่วนของรูปแบบพิเศษอาจจะแบ่งเป็น ๒ ส่วนย่อย ๆ ก็คือในส่วนหนึ่งเป็นรูปแบบพิเศษตามพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ก็อาจจะยกตัวอย่างได้ คือ กรุงเทพมหานครและพัทยา

อีกส่วนหนึ่งก็เป็นรูปแบบพิเศษตามภารกิจอำนาจหน้าที่ ซึ่งในส่วนนี้ในอดีต ที่ผ่านมาก็เคยได้มีการจัดตั้งองค์กรท้องถิ่นรูปแบบพิเศษต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว เช่น เทศบาล ตำบลมาบตาพุด เทศบาลตำบลแหลมฉบัง อันนี้ก็เป็นการจัดตั้งองค์กรท้องถิ่นขึ้นมา เพื่อรองรับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

ทั้งหมดก็จะเป็นรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในขณะนี้ แต่ที่ กระผมเป็นห่วงก็คือว่า ในส่วนขององค์กรท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัด เนื่องจากว่ายังไม่มี รายละเอียด คงจะฝากเป็นประเด็นอยู่ ๓ ประเด็นไปยังท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือ

ประเด็นที่ ๑ องค์กรบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๕ มีโครงสร้างในการบริหาร และขอบเขตอำนาจแตกต่างไปจาก อบจ. หรือไม่ เนื่องจากว่า มีพื้นที่เต็มจังหวัดทั้ง ๒ รูปแบบ

ประเด็นที่ ๒ ในกรณีที่มีการบริหารรูปแบบเต็มพื้นที่จังหวัดตามมาตรา ๒๘๕ ยังคงมีการบริหารราชการในรูปแบบภูมิภาคหรือไม่ หากมีความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคก็คือ จังหวัดกับองค์กรท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดเป็นอย่างไร โครงสร้างบริหารราชการภูมิภาค ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านยังคงมีครบตามโครงสร้างปกติอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ และความสัมพันธ์ในส่วนของ ๒ อันนี้ได้กำหนดไว้อย่างไร

ในประเด็นสุดท้าย คือประเด็นที่ ๓ ในกรณีที่มีการกำหนดรูปแบบองค์กร บริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดตามมาตรา ๒๘๕ จะมีองค์กรบริหารท้องถิ่นในระดับต่ำกว่า จังหวัด ก็คือชั้นที่ ๒ เทศบาล แล้วก็องค์การบริหารส่วนตำบลหรือไม่ ถ้ามีจะกำหนด ความสัมพันธ์ไว้อย่างไร ตลอดจนหากกำหนดให้มีภูมิภาคด้วย จะกำหนดการบริหารราชการ ในโครงสร้างในส่วนนี้ไว้อย่างไร การกำกับดูแลดำเนินการอย่างไร เนื่องจากว่า ถ้าในความเห็นของผมก็คือว่าในส่วนขององค์กรท้องถิ่นเต็มรูปแบบอาจจะมีผลกระทบกับ ในส่วนของภูมิภาคในส่วนหนึ่ง แล้วประเด็นที่ ๒ ก็อาจจะมีส่วนกระทบกับองค์กรท้องถิ่น ในชั้นที่ ๒ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ของการร่าง ซึ่งในส่วนนี้เองกระผมเองก็คงจะฝาก เป็นประเด็นไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะว่าในส่วนนี้ถ้าเกิดความชัดเจน ขึ้นมาก็จะทำให้ในเรื่องของการร่างกฎหมายเฉพาะในส่วนของมาตรา ๒๘๕ เป็นไปโดยที่ทุกฝ่าย ก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนร่วมกัน ในส่วนของผมเองก็คงมีประเด็นที่จะนำเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ