พจนีย์ ธนวรานิช หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและแผนการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ เธอพูดถึงการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจและภาษีอากร การประกันภัยพืชผล และการปฏิรูประบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ในการสร้างประเทศไทยที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพรักทุก ๆ ท่าน ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุก ๆ ท่าน ที่ท่านได้กรุณาทุ่มเทเวลา เสียสละ ทั้งเหนื่อยกาย เหนื่อยใจทุกด้าน ให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งดิฉันคิดว่าในร่างชุดนี้ถือว่าเป็นชุดที่ดีอย่างยิ่ง ดิฉันยอมรับว่าหลังจากที่เราได้มี การอภิปรายกันไปหลายวันนั้นเหตุผลดี ๆ หรือข้อเสนอแนะดี ๆ หลังจากที่ทางท่าน ได้ประมวลรวมกับความเห็นจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือคณะรัฐมนตรี รวมทั้ง คสช. และประชาชนจากทั่วราชอาณาจักร เราคงจะมีรัฐธรรมนูญที่ดียิ่งซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับปฏิรูปซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยของเรา ขอท่านได้โปรดกรุณาช่วยรับ อยากจะบอกว่ากำลังใจ แล้วก็ความเห็นใจ ดิฉันทราบดีว่าพวกท่านต้องอดทนและสับสน เป็นอย่างยิ่ง เพราะความคิดหลากหลายเหลือเกินไม่ทราบจะทำอย่างไร สังเคราะห์ให้ทุกคน จะออกมาในแนวเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะขออนุญาตกราบคุณพระประทานพลังกาย พลังใจและพลังปัญญาให้กับทุก ๆ ท่าน ให้มีสุขภาพกาย สุขจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี เพื่อที่จะ ทำหน้าที่ที่สำคัญของประเทศไทยเราให้สำเร็จลุล่วงอย่างดี
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอกล่าวถึงหรือขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ภาค ๔ หมวด ๒ เป็นเรื่องของการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมซึ่งเป็น หมวดที่ดีมาก เชื่อว่าประชาชนจะมีความสุขต่อร่างรัฐธรรมนูญในหมวดนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยขออนุญาตกล่าวถึงเรื่องของการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ เพราะดิฉันเองนั้นเป็นสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติในด้านเศรษฐกิจ ในมาตรา ๒๘๓ ให้มีการปฏิรูปด้านการเงิน การคลัง และภาษีอากร ซึ่งมี ๔ อนุมาตรา ดิฉันคิดว่าได้ครอบคลุมเรื่องสำคัญ ๆ ทั้งเรื่องของ การจัดระบบภาษีที่มีประสิทธิภาพอย่างเป็นธรรม เราได้แยกภาษีระดับชาติและระดับ ท้องถิ่นออกจากกัน ซึ่งตรงนี้จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งกับทางด้านท้องถิ่นที่สามารถนำภาษี ทางตรงไปพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม โดยจะมีคณะกรรมการปฏิรูปการเงิน การคลัง ภาษีอากรที่เป็นอิสระที่จะช่วยเสนอปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะเรื่องของการจัดระบบบำนาญแห่งชาติ ดิฉันชอบมาก เพราะเหตุว่ามันจะช่วยครอบคลุมกลุ่มประชากรที่ยังไม่ได้รับระบบบำนาญ อย่างดิฉันเองเป็นข้าราชการบำนาญและหลาย ๆ ท่านที่ทำงานบริษัทเอกชนท่านก็จะได้รับ พวกโพรวิเดนท์ ฟันด์ (Provident fund) หรืออะไรก็ตามแต่ เพราะฉะนั้นก็จะช่วยให้คนที่ ยังไม่อยู่ในระบบได้สามารถดำรงชีพได้อย่างเพียงพอและยั่งยืน ช่วยให้เขาได้รู้จักรักการออม ช่วยให้เขามีการบริหารการเงินเพื่อจะได้ไม่มีความกังวลต่อการที่จะเลี้ยงชีพในวัยชรา หรือในยามที่เขาไม่มีรายได้
สำหรับมาตรา ๒๙๒ ให้มีการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจมหภาค ทั้ง ๖ อนุมาตรา เป็นหัวใจที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ โดยส่งเสริมการค้าให้มี การแข่งขันอย่างเสรี ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้าปัจจุบัน โดยจะต้องให้มีการเสรีไม่มีการแทรกแซงทางการเมือง คำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งตรงนั้น ก็จะสร้างความเป็นธรรม แล้วก็มีการบริหารรัฐวิสาหกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส แยกหน่วยงานที่หลายท่าน ได้กล่าวไปแล้วในเชิงของผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำกับดูแล ผู้ดำเนินการและผู้เป็นเจ้าของ ออกจากกันอย่างชัดเจน การที่เราจะทำให้ประชาชนมีโอกาสเท่าเทียมกัน มีความรู้พื้นฐาน ทางการเงินเพียงพอ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดียิ่ง และโดยเฉพาะเราจะจัดสรรงบประมาณพิเศษ เพื่อที่จะไปพัฒนาพื้นที่ยากจนให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งอันนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง อีกทั้ง เรายังจะส่งเสริมระบบสหกรณ์ทั้ง ๗ ประเภท โดยจะยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน ของสหกรณ์ออมทรัพย์ให้เป็นสถาบันการเงินที่มีความมั่นคงและมีธรรมาภิบาล ส่งเสริม การรวมตัวและความเข้มแข็งของสหกรณ์ประเภทอื่น ๆ โดยยึดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เราได้มีการเชิญสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งเกือบจะเรียกว่าเป็นตัวแทน ทั่วราชอาณาจักรรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือซึ่งทุกท่านส่วนใหญ่ก็จะเห็นด้วย ว่า ควรจะแยกหน่วยงานกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ออกมาเป็นให้องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ ส่งเสริมพัฒนาและกำกับให้สหกรณ์ออมทรัพย์มีความเข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ สมาชิกมากยิ่งขึ้น ป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ตามที่เราได้เห็นแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องเตรียมการ ร่างกฎหมายเพื่อที่จะดำเนินการให้มีองค์กรอิสระขึ้น รวมทั้งอาจจะมีการปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติเกี่ยวกับสหกรณ์ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นด้วย
สำหรับมาตรา ๒๙๓ รัฐต้องดำเนินการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจรายภาคซึ่งขณะนี้ มี ๙ อนุมาตรานะคะ ที่จะปฏิรูปด้านเกษตร การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ระบบการขนส่งทุกรูปแบบและการพัฒนาส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและการลงทุนหลายด้าน แต่ก็ยังขาดด้านอุตสาหกรรมซึ่งได้มีท่านสมาชิกโดยเฉพาะท่านประทวนก็ได้นำเสนอไปแล้ว ดิฉันขออนุญาตที่จะขอกล่าวถึง (๔) ซึ่งดิฉันชอบมาก ก็คือการสร้างระบบประกันความเสี่ยง แก่เกษตรกรซึ่งเกิดความเสี่ยงทางการผลิตหรือการตลาด ท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติ ที่เคารพคะ ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่ามนุษย์เรานั้นเผชิญความเสี่ยงภัยรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ภัยทางธรรมชาติท่านก็เห็นแล้วนะคะว่าพายุ น้ำฝน น้ำท่วม สึนามิเป็นเรื่องที่เรานึกไม่ถึง แล้วก็ควบคุมไม่ได้ ภัยจากมนุษย์ มนุษย์นั้นมีนานาประเภท ทั้งที่ชอบไปลักขโมย ไปเผาบ้านเผาเมือง รวมทั้งก่อการจลาจล หรือภัยจากเศรษฐกิจเงินเฟ้อ เงินฝืด หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลก ในขณะนี้ ซึ่งความเสี่ยงภัยจะมากหรือจะน้อยนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสภาวะภัย ไม่ว่าจะเป็นทาง กายภาพอย่างที่เราทราบดีถ้าฝนตกถนนลื่นโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุในระหว่างขับรถย่อมมีสูง ทางศีลธรรมก็เช่นเดียวกันหากมนุษย์มีจิตใจที่ไม่ค่อยดีโอกาสที่จะไปทำร้ายทรัพย์สิน หรือชีวิตมนุษย์คนอื่นก็ย่อมมีเกิดขึ้นมาก หรือภาวะอุปนิสัยซึ่งตรงนี้ก็อยู่ที่ว่า เช่นถ้าเป็นคน ประมาทเลินเล่อ หรือขออนุญาตขอโทษ บางท่านที่สูบบุหรี่แล้วเผอเรอไปสูบบุหรี่ในห้องนอน แล้วก็หลับไป โอกาสที่จะเกิดไฟไหม้ย่อมเกิดขึ้นแน่ เพราะฉะนั้นทุกคนไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคล หรือในระดับองค์กรจึงต้องมีวิธีการบริหารความเสี่ยงภัยเพื่อที่จะลดความกังวล ทำให้เกิดการ ประหยัด เป็นพลเมืองที่ดีและมีความรับผิดชอบโดยที่เราจะต้องรู้จักที่จะประเมินความเสี่ยงว่า เรามีความเสี่ยงเรื่องอะไรบ้าง แล้วในความเสี่ยงเหล่านั้นมันจะเกิดความเสียหายแก่ตัวเรา คือบุคคล หรือแก่ทรัพย์สิน หรือความเสี่ยงที่เราอาจจะต้องมีความรับผิดชอบอย่างที่ ทุกท่านทราบดีในสถานสาธารณะหรือเช่นยกตัวอย่างง่าย ๆ สวนเด็กใช่ไหมคะ หากเด็กไป เล่นอุปกรณ์บางอย่างแล้วเกิดอุบัติเหตุ แน่นอนเจ้าของสถานที่เหล่านั้นก็มีความรับผิด ทางกฎหมายที่จะต้องดูแลชดเชยความสูญเสียตรงนั้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าหลักของการ บริหารความเสี่ยงภัยจริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้มีความ เสียหายที่เกิดแก่บุคคล ทรัพย์สิน หรือความเสี่ยงที่เราต้องรับผิดชอบเพื่อต้องการ ที่จะหาทางป้องกัน หรือควบคุมในเรื่องการเสี่ยงภัยไม่ให้มันเกิดบ่อยครั้ง หรือไม่ให้เกิด ความสูญเสียที่รุนแรง ที่เราเรียกว่าในเชิงของฟรีเควนซี ออฟ ลอส (Frequency of loss) ที่จะเกิด ฉะนั้นเราต้องรู้จักในการที่จะทำอย่างไร หลีกเลี่ยงได้ไหม หลีกเลี่ยงอาจจะไม่ได้ หรือป้องกันได้ไหม หรือเราอาจจะมีมาตรการต่าง ๆ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพคะ เกษตรกรก็เช่นเดียวกัน เกษตรกรของเราจะต้องเผชิญภัยต่าง ๆ ทั้งภัยธรรมชาติและไม่ธรรมชาติ ซึ่งยอมรับว่าภัยเหล่านั้นก็เหนือการควบคุม โดยเฉพาะ ภัยธรรมชาติ จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรได้รายงานไว้ว่า เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วที่ผ่านไป มีครอบครัวเกษตรกรต่อปีไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ราย หรือ ๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนที่ได้รับ ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และโดยเฉพาะในปี ๒๕๔๗ มีถึง ๒,๐๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน ซึ่งตรงนี้ล่ะค่ะที่ทำให้งบประมาณหรือภาระในการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบ ภัยธรรมชาติ ในปี ๒๕๔๗-๒๕๕๗ นั้น เฉลี่ยถึงปีละ ๗,๘๓๘ ล้านบาท โดยปี ๒๕๕๔ นั้น มีภาระงบประมาณสูงสุดค่ะ ถึง ๓๑,๒๒๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นภัยที่เกิดจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ทั้งอุทกภัย ฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง วาตภัย ภัยหนาว ศัตรูพืช พายุลูกเห็บ อัคคีภัย แล้วก็ช้างป่า ที่มาทำลาย พวกเรายังพูดถึงเฉพาะภัยที่เกิดจากมนุษย์ แต่ภัยที่เกิดจากช้าง จากสัตว์ที่ไม่รู้เรื่อง ก็ย่อมทำให้เกิดได้ และทุกท่านตระหนักดีว่าแนวโน้มความแปรปรวนของสภาพอากาศ โกลบอล วอร์มมิง (Global warming) หรือไคลเมท เชนจ์นั้นจะมีรุนแรงมากยิ่งขึ้น ภาระงบประมาณ ก็ย่อมจะสูงขึ้นและไม่สามารถคาดคะเนได้ ดิฉันจึงคิดว่าในการที่จะบริหารความเสี่ยงตรงนี้ใน (๔) ที่ควรจะมีระบบการประกันภัยความเสี่ยงภัยให้เกษตรกรนั้น ในเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง ก็คือโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนโดยการประกันภัยพืชผล ซึ่งจะเป็น เครื่องมือหนึ่งที่ช่วยบรรเทาการบริหารความเสี่ยงทางการเงินให้กับเกษตรกรของเรา ประเทศไทยได้มีการศึกษาและทดลองทำประกันพืชผลมาแล้วกว่า ๔๐ ปี แต่ว่าก็ไม่ค่อยจะ ประสบความสำเร็จ มีการทิ้งช่วง จากการศึกษาของธนาคารโลก การประกันภัยพืชผล เป็นเครื่องมือดูแลความเสี่ยงภัยธรรมชาติให้กับเกษตรกรที่แพร่หลายในประเทศทั้งที่พัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนา โดยรูปแบบของกรมธรรม์พืชผลมีหลายรูปแบบตามประเภทการจ่าย สินไหมทดแทนของเขตพื้นที่ ทั้งนี้รัฐมีบทบาทสนับสนุนให้มี เอาจากปัจจุบัน ขอกราบเรียนว่า เมื่อครู่ประเภทจ่ายสินไหมทดแทนที่จ่ายตามความเสียหายของพื้นที่บางครั้งมันจะมี ค่าใช้จ่ายในการที่จะต้องไปสำรวจความเสียหายที่แท้จริงซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร จัดการค่อนข้างสูง ปัจจุบันจะหันมานิยมเรื่องการจ่ายตามดัชนีปริมาณน้ำฝนหรือการจ่าย วัดค่าดัชนีผลผลิตของพื้นที่ ซึ่งจะช่วยประหยัดเรื่องของบริหารจัดการมากกว่า แล้วก็ไม่มี มอราล ฮาซาร์ด (Moral hazard) เกิดขึ้น รัฐก็จะต้องมีบทบาทที่จะสนับสนุนให้มีกลไก การประกันภัยของเอกชนเป็นเครื่องมือในการดูแลความเสี่ยงภัยธรรมชาติให้กับเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยหรือการช่วยเหลือด้านประกันภัยต่อ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนข้อมูล อย่างเช่นประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน โปรตุเกส อิตาลี และฝรั่งเศสนั้นล้วนแต่ให้ความสนับสนุน คือพรีเมียม ซับซิดี (Premium subsidy) ให้กับในเรื่องของการทำประกันภัยพืชผล แล้วยังช่วยสนับสนุน เรื่องของค่าบริหารจัดการ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งยังช่วยเป็นผู้รับประกันภัยต่อ โดยภาครัฐ ซึ่งจะมีในหลายประเทศ แม้กระทั่งประเทศที่กำลังพัฒนาที่ได้มีการดำเนินการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ฟิลิปปินส์ จีน บราซิล เม็กซิโก ชิลี โคลัมเบีย หรือเกาหลีใต้ หรือตุรกีก็ตาม เช่นเดียวกันค่ะภาครัฐจะต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนในเรื่องของตัวเบี้ยประกันภัยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าในเรื่องของการประกันพืชผลจึงจะสามารถเข้ามาเติมเต็มในเรื่องของ การบริหารความเสี่ยงภัยให้กับเกษตรกรของเราซึ่งจะช่วยลดความกดดันเรื่องงบประมาณ ในระยะยาว เพราะเราสามารถบริหารงบประมาณได้ว่า แต่ละปีควรจะมีเบี้ยประกันภัย สักเท่าไร สิ่งนี้ก็คงจะเป็นการที่จะช่วยดำเนินการ เราอาจจะเริ่มจากพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ของประเทศไทยเรา อาจจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา เป็นต้น นอกจากนั้นดิฉัน ยังได้ทราบว่า ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังจะเตรียมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติรายได้และสวัสดิการการเกษตร ซึ่งตรงนี้ก็มีเจตนาที่จะช่วยเหลือ เกษตรกรอย่างแท้จริง แม้ว่าปัจจุบันนั้นกฎหมายว่าด้วยการเกษตรมีผลบังคับใช้ในปัจจุบันจำนวนมาก แต่ก็มุ่งเน้น ให้ความช่วยเหลือคุ้มครองเกษตรกรเรื่องของการจัดสรรที่ดินทำกิน เรื่องของแหล่งทุน เพื่อการประกอบอาชีพต่าง ๆ แต่ยังไม่มีกฎหมายฉบับใดที่มุ่งให้ความช่วยเหลือ ให้ความ คุ้มครองในเรื่องของรายได้และสวัสดิการเกี่ยวกับเกษตรกรเช่นเดียวกับที่คนไทยในภาครัฐ หรือภาคแรงงานมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม หรือการบำเหน็จบำนาญ ทำให้คนไทยในภาคเกษตรกรรมขาดความมั่นคงในอาชีพ คนไทยในภาครัฐและภาคแรงงาน รวมทั้งที่มีคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกับบรรดาข้าราชการเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วก็ผู้ใช้แรงงาน อย่างมาก เพราะฉะนั้นในยามใดที่เกษตรกรประสบภัยจากราคาสินค้าเกษตร มีความผันผวน ทางรายได้ก็จะทำให้เกิดมีปัญหาก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อที่จะดูแล ในเรื่องของโครงการช่วยเหลือด้านรายได้และสวัสดิการให้แก่เกษตรในช่วง ๕ ปีข้างหน้านี้
ท่านประธานที่เคารพ สำหรับในเรื่องของมาตรา ๒๙๓ ที่ดิฉันกล่าวไปแล้วนั้น จริง ๆ แล้วก็ยังมี (๗) เกี่ยวกับเรื่องของการปฏิรูประบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ปฏิรูประบบการขนส่งซึ่งดิฉันถือว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเทศไทยของเรามีความ ได้เปรียบทางภูมิภาค จึงควรอย่างยิ่งที่จะนำประเด็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานระบบ โลจิสติกส์นั้นไปรวมไว้ในเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ อาจจะไปเพิ่มในมาตรา ๘๘ ก็ได้ นอกจากนั้นในมาตรานี้ตามที่เราทราบดีว่าขาดในเรื่องของอุตสาหกรรมเราก็คงสามารถ จะเพิ่มเติม
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันคิดว่าแนวทางปฏิรูปทุกด้านที่สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ใน ๑๘ คณะได้นำเสนอไว้นั้น จำเป็นต้องให้มีการเกิดขึ้นหรือมีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป เพื่อประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้กรุณาคำนึงถึงโดยบัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๗๙ ให้มีสถาบันขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แต่ถึงแม้ดิฉันเองจะได้ฟังจากท่านคำนูณ สิทธิสมาน ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะคะ ท่านสมาชิกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พูด อย่างชัดเจนชวนฟังอย่างยิ่งแล้วถึงเจตนาที่ดีแล้วก็ตาม ดิฉันคิดว่าเรามีความเสี่ยงต่อการ ที่จะถูกครหาการเอื้อประโยชน์กับพวกพ้อง หรือตามที่หลายท่านพูดถึงเรื่องของการทอด อำนาจ จึงขอความกรุณาที่เราจะต้องทบทวนมาตรานี้ใหม่นะคะ โดยอาจไม่จำเป็นที่จะต้อง มีมาตราในประเด็นเรื่องของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งดิฉันคิดว่าเราอาจจะ ต้องดูว่าสามารถที่จะไปรวมกับใน (๒) ซึ่งเราบัญญัติเอาไว้แล้วเกี่ยวกับเรื่องของจะให้มี คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ เราอาจจะต้องมีการทบทวนชื่อ ใช้ชื่อใหม่เป็นกรรมการ แล้วก็อาจจะมีทบทวนเรื่องของจำนวนและองค์ประกอบ รวมทั้งคุณสมบัติต่าง ๆ ให้เหมาะสม ซึ่งดิฉันคิดว่าตรงนี้ก็อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา จริงอยู่ ดิฉันได้ฟังท่าน ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ท่านเบญจวรรณ สร่างนิทร ได้กล่าวถึงว่าคณะกรรมการปฏิรูป ระบบราชการหรือ ก.พ.ร. ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ดิฉันคิดว่าในตรงนั้นก็อาจจะเป็น เรื่องของระบบราชการ ระบบองค์กรมากกว่าในเรื่องของการจะขับเคลื่อน แต่อย่างไรก็ตามมาตรา ๒๗๗ ที่ท่านได้มีบัญญัติเอาไว้เป็นอันหนึ่งที่เราเห็นแล้วว่าเป็นการบัญญัติให้เกิดความรับผิดชอบที่ เกิดแก่รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานและพลเมือง ทบวง กรม ต่าง ๆ จัดให้มีการปฏิรูปและสร้างความปรองดองตามหลักการและระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญนี้ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพคะ โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดิฉันยอมรับค่ะว่าข้อนี้ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่จะทำให้ท่านลำบากใจว่าจะใช้อย่างไรดี แต่ดิฉันคิดว่า เพื่อหลักของธรรมาภิบาล เราอย่าไประบุดีกว่าว่าจะให้ประกอบด้วยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ แม้ท่านจะให้ความเชื่อถือ มั่นใจ ในความรู้ความสามารถก็ตาม แต่มองแล้วอาจจะไม่สวย หลายท่านได้กล่าวไปแล้วว่าเราอาจจะกำหนดคุณสมบัติอะไรบางอย่าง ซึ่งแน่นอนดิฉัน เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในสถานที่แห่งนี้ หรืออาจจะไม่ปรากฏในขณะนี้ แต่คือสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีความรู้ความสามารถที่จะเสนอแนะ หรือดำเนินการเรื่อง มาตรการต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ดิฉันคิดว่าทางกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ โดยเฉพาะ รัฐบาลในปัจจุบันนี้ก็ได้มีการคิดที่จะปฏิรูปในแนวทางเดียวกัน เพราะเหตุว่าเราได้มีการเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมปรึกษาหารือเพื่อที่จะได้หาข้อยุติที่ดีที่จะเกิดประโยชน์สูงสุด กับประเทศไทยของเรา ฉะนั้นหากเรามีสภาขึ้นมา แน่นอนค่ะ งบประมาณรายจ่ายจะสูงขึ้น จากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราก็เห็นแล้วนะคะว่าล้วนแล้วแต่การที่เราใช้งบประมาณในการ ช่วยเหลือหลาย ๆ เรื่อง รวมทั้งมีองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เราจึงต้องตระหนักว่าทำอย่างไร เราจึงจะมีรายได้ของแผ่นดินเข้ามาให้พร้อมต่อการที่จะไปช่วยเหลือในแต่ละเรื่องเหล่านั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม แล้วทำอย่างไรที่จะให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง กับประเทศของเรา และยั่งยืนด้วยเป็นสิ่งที่สำคัญ เชื่อว่าพวกเรามีจิตแน่วแน่ทุก ๆ ท่าน ในการที่จะช่วยกันทำอย่างไรให้ประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีการพัฒนา ประชาชน มีความเป็นอยู่ที่ดี และมีความสงบสุขถาวรตลอดไปค่ะ ขออนุญาตกราบขอบพระคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ