สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

ประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ อภิปรายการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม โดยเฉพาะการกำกับดูแลระบบสุขภาพและการให้บริการสุขภาพในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่เป็นธรรม และเสนอแก้ไขมาตรา ๒๙๔ (๔) ของรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ตัดประโยคที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมราคายาและค่าบริการทางการแพทย์ เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความครอบคลุมและไม่เจาะจงมากเกินไป

นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายแพทย์ประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านสาธารณสุข หมายเลข ๑๓๖ ขออนุญาตอภิปรายมาตรา ๒๙๔ หมวด ๒ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรม ในมาตรา ๒๙๔ (๔) ที่ว่า ให้มีการพัฒนากลไกการกำกับดูแล ระบบสุขภาพและการให้บริการสุขภาพในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่เป็นธรรม กำกับ ควบคุมราคายาและค่าบริการทางการแพทย์ให้มีราคาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและเป็นธรรม ต่อผู้รับบริการ ก่อนอื่นขอเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่าผมเป็นข้าราชการต่ออายุราชการ ๕ ปี ในคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ต้องกล่าว มหาวิทยาลัยมหิดล เพราะว่าเวลาถามกันว่าคุณเป็นหมอที่ไหน มักจะตอบว่าโรงพยาบาล รามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬา โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งโรงพยาบาลจุฬา โรงพยาบาลขอนแก่นมันจบเรียบร้อยแล้วว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่สำหรับโรงพยาบาลรามาธิบดีกับโรงพยาบาลศิริราชนั้นไม่ได้ระบุ ว่าเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล จึงขออนุญาตกล่าวมหาวิทยาลัยมหิดล ผมทำงานในด้านการสอนนักศึกษาแพทย์และดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นงานหลักมาตลอดชีวิต นอกเวลาราชการก็รับปรึกษาดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นงานส่วนน้อยของชีวิตการทำงาน ที่ต้องกล่าวถึงเรื่องราวแบบนี้เพราะต้องการแสดง ให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงเกี่ยวกับประเด็นที่จะอภิปรายต่อไป โดยที่ไม่มีการแอบแฝง ซ่อนเร้นเจตนาที่ผิด ๆ หรือบิดเบี้ยวแต่อย่างใด

ในมาตรา ๒๙๔ (๔) ที่กล่าวว่า ให้มีการพัฒนากลไกกำกับดูแลระบบสุขภาพ และการให้บริการสุขภาพในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่เป็นธรรม กำกับควบคุมราคายา และค่าบริการทางการแพทย์ให้มีราคาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้รับบริการนั้น ผมเสนอท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้ตัดประโยคตอนท้าย ตั้งแต่คำที่ว่า กำกับควบคุมราคายาและค่าบริการทางการแพทย์ให้มีราคาและค่าใช้จ่าย ที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้รับบริการ ในประโยคหลักตั้งแต่ต้นจนจบ ที่ ตลาดที่เป็นธรรม ไม่ต้องมีประโยคท้ายที่ตามมาน่าจะสมบูรณ์ในความหมายอยู่แล้ว ซึ่งรัฐธรรมนูญควรจะเป็น แบบครอบคลุมกว้าง ๆ ไม่ควรเจาะลงรายละเอียดมากจนเกินไปจะทำให้การขยับตัวเป็นไป อย่างลำบาก ประโยคต่อท้ายที่ว่านั้นน่าจะเป็นข้อย่อยของคำว่า ตลาดที่เป็นธรรม ซึ่งอาจจะ มีอีกมากมายหลายเรื่องที่จะทำให้เกิดตลาดที่เป็นธรรมได้ แต่กลับเขียนเน้นลงไป และใช่หรือไม่ว่า ทำแค่ที่เขียนไปแล้ว พอแล้ว เสร็จภารกิจแล้ว ตลาดเป็นธรรมแล้วใช่ไหมครับ จึงเห็นสมควร ให้ตัดออก ผมเองมองว่าการรักษาพยาบาลของภาคเอกชนเป็นทางเลือกของประชาชน เท่าที่ฟังหลายท่านพูดถึงโรงพยาบาลเอกชนมักจะเอนเอียงไปในทางที่ไม่ดี ท่านทราบไหมว่า การบริการสาธารณสุขประมาณ ๒๕-๓๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศอยู่ในส่วนการรักษาพยาบาล ของภาคเอกชน ถ้าไม่มีภาคเอกชนอะไรจะเกิดขึ้น การบริการสาธารณสุขของภาครัฐ จะรับมือไหวหรือไม่ ประชาชนส่วนหนึ่งหันไปรับการรักษาพยาบาลจากภาคเอกชนด้วย เขาเหล่านั้นสามารถจะจ่ายได้โดยไม่มีการบังคับ ขณะเดียวกันทำให้ภาครัฐมีช่องว่างในการ ดูแลประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถไปภาคเอกชนได้ เป็นการเกื้อกูลกันมากกว่า คำว่า ตลาดที่เป็นธรรม ย่อมต้องเป็นธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจึงจะใช้คำว่า เป็นธรรม ได้อย่างเหมาะสมที่จะบรรจุในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ การควบคุมใด ๆ เพื่อความเป็นธรรมจึงต้องเป็นเพื่อความเป็นธรรมของทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ไม่ใช่เพื่อผู้บริการอย่างเดียว ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือราคาน้ำมันรถยนต์ที่มีทั้งขึ้นราคา และลดราคาลง เพื่อความเหมาะสมทั้งของผู้ให้บริการโดยการขึ้นราคาและเพื่อผู้รับบริการ โดยการลดราคาเป็นต้น ประโยคท้ายสุดที่ระบุว่าเป็นธรรมต่อผู้รับบริการจึงไม่เหมาะสม ที่จะมีคำว่า ผู้รับบริการ ต่อท้าย แต่ถึงแม้ว่าจะเอา ผู้รับบริการ ออก ก็ยังไม่เพียงพอ จึงขอเสนอให้ตัดออกในประโยคที่ต่อท้ายจาก แบบตลาดที่เป็นธรรม ผมอ่านหนังสือพิมพ์ เห็นว่าประชาชนส่วนหนึ่งต้องการที่จะลงรายชื่อเพื่อเสนอรัฐกำกับราคายาและค่ารักษาพยาบาล ของภาคเอกชน ท่านแน่ใจหรือครับว่าท่านมาถูกทางแล้ว ถ้าภาคเอกชนถูกควบคุมมาก ๆ แล้วมีอันเป็นไปต้องล้มเลิกกิจการ ประชาชนที่ลงรายชื่อนั่นล่ะครับจะเดือดร้อนเอง และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็จะลำบากด้วย เนื่องจากต้องไปแย่งกันเข้ารับบริการ รักษาพยาบาลจากภาครัฐ ซึ่งทุกวันนี้ก็แทบจะรับดูแลไม่ไหวอยู่แล้ว กลไกตลาดที่เป็นธรรม และเสรีจะควบคุมดูแลกันเองอยู่แล้ว เรามามุ่งให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพและมีเพียงพอ ในการดูแลรักษาพยาบาลประชาชนให้เป็นทางเลือกที่ดีกว่าภาคเอกชน ภาคเอกชนก็จะ ปรับตัวเองจะไม่ดีกว่าหรือครับ เมื่อต้องการที่จะกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรม ในประเด็นใดก็ตามก็จะสามารถออกกฎหมายหรือกฎมาบังคับใช้ในภายหลัง สอดคล้องกับ ประโยคหลักของรัฐธรรมนูญได้ การกำกับควบคุมราคายาและค่าบริการทางการแพทย์ ให้มีราคาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้รับบริการจึงใช่ประเด็นที่ถูกต้องแล้ว หรือไม่ที่ควรจะทำจึงบรรจุในรัฐธรรมนูญ

ประเด็นปฏิรูปที่บรรจุในรัฐธรรมนูญ ท่านกลับไปดูส่วนใหญ่เป็นลักษณะของ นามธรรมเพื่อเปิดโอกาสให้กรรมาธิการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ไปคิด ไปศึกษา ไปหาข้อมูล โดยละเอียด สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จริงเพื่อหาปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ กว่าจะได้ ประเด็นการปฏิรูปอย่างแท้จริงจึงจะมาทำการปฏิรูป ถามกลับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าท่านไปทำเช่นที่ว่านี้หรือไม่ คือไปหาข้อมูลโดยละเอียด สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จริงเพื่อหาปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ เพื่อจะได้ประเด็นเหล่านี้มา ท่านจึงเอามาลงในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ กรณีศึกษาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ต้องยอมรับว่ามีหลายประเด็น ที่ทำไปแล้วกลับไม่ใช่ประเด็นปฏิรูปอย่างแท้จริง ซึ่งจะเห็นได้จากช่วงเวลาต้น ๆ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราที่ต้องมีการสัมมนาและจัดกระบวนทัพใหม่เพื่อให้ได้ประเด็น ปฏิรูปจริง ๆ ท่านประธานครับ ท่านแน่ใจแล้วหรือครับว่ากำกับควบคุมราคายา และค่าบริการทางการแพทย์ให้มีราคาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้รับบริการ เป็นประเด็นที่ถูกต้องที่สำคัญอย่างยิ่งยวดจนต้องมาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่แน่ใจ ท่านเอาออกไปเถอะครับ แต่อาจจะไปเป็นประเด็นปฏิรูปในอนาคตก็เป็นได้ ก็สามารถ กระทำได้โดยไม่ต้องนำมาใส่ในรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้สรุปว่าค่ารักษาพยาบาลและค่ายาไม่แพง แต่ทั้งหมดนี้เป็นกลไกตลาดเสรี ชาวต่างประเทศจำนวนมาก หลายประเทศในโลกมารับ การรักษาพยาบาลในภาคเอกชนของประเทศเรามากมาย ที่เป็นเช่นนี้เพราะปัจจัยหลักที่ว่า การรักษาพยาบาลของประเทศไทยเรานั้นมีมาตรฐานสากลและมีราคาค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม หรือถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านในมาตรฐานคุณภาพสากลเช่นกัน การเปิดประเทศไปสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเป็นกลไกตลาดเสรีอีกทางหนึ่ง การควบคุมกำกับบางอย่าง อาจจะไม่ชัดเจนและไม่ใช่เรื่องที่ควรทำอย่างเร่งด่วนจนต้องบรรจุลงในรัฐธรรมนูญ ผมจึงขอเสนอท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าในมาตรา ๒๙๔ (๔) ในประโยคที่ว่า ให้มีการพัฒนากลไกกำกับดูแลระบบสุขภาพและการให้บริการสุขภาพ ในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่เป็นธรรม กำกับควบคุมราคายาและค่าบริการทางการแพทย์ ให้มีราคาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้รับบริการ ให้ตัดประโยค กำกับควบคุม ราคายาและค่าบริการทางการแพทย์ให้มีราคาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและเป็นธรรม ต่อผู้รับบริการ ออก โดยที่มิได้หมายความว่าราคายาและค่าบริการทางการแพทย์มีราคาแพง หรือไม่แพง แต่อยากให้เป็นประเด็นทางเลือกปฏิรูปมากกว่าจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการบังคับ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ผมทราบดีว่าสิ่งที่ผมได้อภิปรายไปนั้นอาจผิด กับความรู้สึกของบางท่าน แต่เชื่อเถอะครับ ผมอยากให้ท่านเหล่านั้นได้มองกระจกหลายด้าน อย่ามองด้านเดียวเสมอไป ลองฟังคนอื่น คิดแบบอื่น ๆ บ้าง ทำใจให้เป็นธรรม อีกด้านหนึ่งของผม ก็เป็นประชาชนเหมือนกัน เป็นพลเมืองเช่นเดียวกัน ขอให้ชัดเจนนะครับว่าผมไม่ได้ว่า ราคายาและค่าบริการทางการแพทย์แพงหรือไม่แพง รัฐธรรมนูญนี้มี ๑๓๐ หน้า ๓๑๕ มาตรา มากกว่า ๔๐๐ อนุมาตรา มีกี่คำ กี่ประโยค กี่วรรค ไม่สามารถนับได้ มาตรา ๒๙๔ (๔) ใช่หรือไม่ที่จำเป็นต้องบรรจุในรัฐธรรมนูญในประเด็นปฏิรูป ทั้ง ๆ ที่กรรมาธิการปฏิรูป ด้านสาธารณสุขยังไม่ได้มีการพิจารณากันเลย ปฏิรูปด้านอื่น ๆ ท่านมีแต่ตกแต่หล่น แต่ด้านนี้ ท่านทำเกินครับ ขอบคุณครับ