สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

เกียรติคุณปรีชา เถาทอง พูดถึงศิลปวัฒนธรรมของชาติและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านยังหารือเรื่องความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมไทย และการบูรณาการกับกฎหมายและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญที่มีคุณค่าและเอกลักษณ์ของประเทศไทย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง

ไม่ได้ ๘ นาทีแล้วหรือท่านประธาน ไม่เป็นอะไรครับ ๗ นาที กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ สปช. ทุกท่าน ผม ปรีชา เถาทอง สปช. ๑๓๘ ครับ ก็คงคิดว่าโดยส่วนตัววันนี้ ก็อยากจะมีของขวัญมาให้ท่าน สปช. ทุกท่าน มีวิดีโอ (Video) เรื่องศิลปวัฒนธรรม มาให้ดูกันเล่น ๆ เป็นการพักผ่อน ผมไม่ได้ว่าการประชุมครั้งนี้ ไม่ได้เครียดเลยนะครับ แต่อยากจะเอามาให้ดูกันเล่น ๆ เรียกว่ามาสอนศิลปวิจักษณ์กันนิดหน่อยครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสบางตอนไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ กับบัณฑิตใหม่ มหาวิทยาลัยศิลปากร ความว่า อิฐเก่า ๆ เพียงก้อนมีค่าบ่งบอกถึงค่านิยม อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมของชาตินั้น ๆ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ นะครับ และใน พ.ศ. ๒๕๒๕ ก็ทรง มีพระราชดำรัสตรัสถามเหล่าศิลปิน นักวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรมสาขาต่าง ๆ ที่มา ร่วมประชุมสัมมนา ความว่า คำว่า ค่านิยม อัตลักษณ์ วัฒนธรรมของคนไทย และศิลปินไทย ในรัชกาลที่ ๙ ของฉันจะเป็นอย่างไร ๒ คำถามที่พระองค์ตรัสถาม มันบอกถึงเรื่องของ ความเป็นอัตลักษณ์ ค่านิยม วัฒนธรรม ทั้งอดีตและปัจจุบันมันอยู่บนเส้นระนาบเดียวกัน มันเป็นรากทางวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นค่านิยม อัตลักษณ์ วัฒนธรรม คือฐานรากของคน ของประชาชน หรือของพลเมืองในประเทศนั้น ๆ อันนี้ คือสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นฐานรากที่ว่านี้ผมจะขออนุญาตในช่วงต่อไปกราบเรียนขออนุญาตท่านประธาน และท่านกรรมาธิการทุกท่าน กระผมมีเวลา ๗ นาทีก็โอเคครับ ให้ท่านดูหนังสัก ๓ นาที ดูหนังด้วยกัน แล้วท่านจะได้คำตอบว่าคำว่า อัตลักษณ์ ค่านิยม วัฒนธรรม ที่เป็นราก ของประชาคม วัฒนธรรม เขาประกอบด้วยองค์ความรู้อะไรบ้าง เรียนเชิญครับ ไม่ทราบว่า ฝ่ายสื่อได้เตรียมพร้อมหรือยัง

(เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดพรีเซนเทชัน)

อยากให้ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ลองถามในใจดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้น อันนี้คือ ๔,๖๐๐ ล้านกว่าปี แต่มนุษย์พวกเราคือชนเผ่าโฮโม เซเปียนส์ (Homo sapiens) ที่เขาถือว่าเดินตัวตรงอยู่ตั้งฉากกับพื้นโลก แล้วเริ่มมีสำนึกรู้ องค์ความรู้แรกที่เกิดกับมนุษย์คือองค์ความรู้อะไร ถามว่าเขาทำอะไร ลองถามเล่น ๆ นะครับ แล้วสิ่งที่เขาทำเขาทำไปทำไม แล้วเขาทำไปเพื่ออะไร และทำอย่างไร และให้ได้ผลลัพธ์ เป็นอะไร คำถามที่ท่านถามในใจนี้มันคือคำตอบทางวิชาการ มันคือสิ่งที่เกิดเป็นภูมิปัญญา เกิดเป็นองค์ความรู้ เขาเริ่มแล้วครับ เมื่อ ๔,๐๐๐ กว่าปี ภาษาพูด ภาษาเขียนยังไม่เกิด แต่ภาษาด้านศิลปวัฒนธรรมเกิดแล้วครับ คือภาษาภาพ ภาษานี้เกิดแล้ว อันนี้อาจจะเป็น ตัวละครที่เขาสร้างขึ้นมาจำลอง เขาใช้ความคิดอะไร จินตนาการอะไร เขาใช้มีเดีย (Media) วิธีการเช่นนี้สร้างสัญลักษณ์ขึ้นมาเพื่ออธิบายภาพเป็นภาษาพูดเพื่อสื่อสารกันระหว่างมนุษย์ นั่นก็คือองค์ความรู้แรกที่เกิดขึ้นมา แล้วก็ถูกวิวัฒนาการเป็นงานวิจัย เป็นงานนวัตกรรมต่าง ๆ เขาทำทำไม เอาหินมาตั้ง ๆ เอาไว้ทำไม อันนี้เขาทำทำไมครับ บนเขาสูงขนาดนี้เขาทำไปทำไม เขาทำไปเพื่ออะไร เหตุผลการทำเพราะอะไร คือคำตอบของการกระทำก็คือเป็นหลักการ หลักคิด เหตุผล เหตุปัจจัยของการสร้าง ปัจจุบันคำตอบยังไม่มีเลย เขาบอกว่ามนุษย์ต่างดาว มาสร้างหรือเปล่า พีระมิด (Pyramid) นี่ องค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เรียกว่า วิจัย นวัตกรรม ทางวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมา มันเกิดจากการเรียนรู้และพัฒนาของการดิ้นรน เพื่อความอยู่รอดของเขาแต่ละวัน เพราะฉะนั้นบ้านหลังแรกของคนคือโลก สิ่งแวดล้อม ที่เขาอาศัยอยู่ อยู่ในถ้ำ จากในถ้ำก็ออกมาเป็นบ้านช่องห้องหอ บ้านช่องห้องหอก็สร้างเป็นอาคาร ศาสนสถานเพื่อประโยชน์ใช้สอยอื่นใด อันนี้ครับ เขามาเต้นมารำทำไม รำเพื่ออะไร ทำไม อย่างไร เพราะฉะนั้นมนุษย์เรามันคงไม่ใช่ต้องการเพื่อบริโภค สิ่งที่เป็นอาหารทางกายอย่างเดียว ปัจจัย ๔ หรืออาหาร ๔ หมู่ แต่อาหารทางใจก็สำคัญ เพราะฉะนั้นสมอง ๒ ซีกจึงสำคัญ สำหรับมนุษย์ทุกคน ภาพที่งามที่สุดในโลกงามเพราะอะไร ใครเป็นผู้ตัดสินว่างาม เป็นค่านิยมที่มนุษย์ทั้งโลกตัดสิน คำว่า สุนทรียะ หรือ เอกภาพ มันเกิดจากการยอมรับของคน องค์รวมของมนุษย์ที่ร่วมกันตัดสิน ก็คงเป็นวิชาการเล่น ๆ คลายเครียด อย่าไปคิดอะไรมาก เพราะว่าผมก็ไม่มีเรื่องอะไรจะวิจารณ์รัฐธรรมนูญในด้านค่านิยม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ผมว่าตั้งแต่เกิดประเทศนี้มาผมว่าเรามีมาตราทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่ชัดเจนในสายเรา แต่อาจจะด้านเรื่องกฎหมาย เรื่องอื่น ๆ ผมคิดว่าคงคุยกันได้ เพื่อจะหาทางออกในการที่จะ ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญประวัติศาสตร์ของแผ่นดินนี้ อันนี้เป็นงานล่าสุด ที่เกิดที่เวนิส เบียนนาเล่ ถือเป็นงานที่เรียกว่า โมเดิร์น (Modern) ที่สุด สมัยใหม่ที่สุด เหมือนอย่างที่ในหลวงท่านถามทุกคนว่าศิลปะรัชกาลที่ ๙ วัฒนธรรมรัชกาลที่ ๙ เป็นอย่างไร อันนี้คงไม่ต้องดูกัน เพราะว่ามันคงมองไม่ค่อยรู้เรื่องเป็นโครงสร้าง ขอสต็อป (Stop) แค่นี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เหลือต่อไปก็คงจะคิดว่าถ้าท่านได้เห็นงานทั้งหมดทั้งสิ้นที่เกิดมาบนโลกใบนี้ เมื่อ ๔,๐๐๐ กว่าปีถึงปัจจุบัน ถือว่าปัจจุบันที่สุดเลย งานที่เห็นบนจอที่เป็นเวนิส เบียนนาเล่ มีศิลปินไทยตั้งหลายคนได้รับเชิญไปร่วมแสดง ก็แสดงว่างานศิลปวัฒนธรรมของเรา โกอินเตอร์ (Go International) ใช่ไหมครับ คือสามารถเรียกว่า ควอลิไฟ (Qualify) เพราะฉะนั้นองค์ความรู้เหล่านั้นมันมีหลักคิดว่าเขาคิดอะไร เขามีเหตุผลในการคิดอย่างไร มีความสำคัญที่จะคิด ทำอย่างนั้นเพราะอะไร มีการตีความสัญลักษณ์ในการประกอบสร้าง เป็นงาน ทั้งงานทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ ศิลปะการแสดง ออกแบบ แฟชัน ดีไซน์ (Fashion design) อะไรต่าง ๆ อย่างนั้นเพราะอะไร สุดท้ายงานเหล่านั้นมาให้ผลเอฟเฟค (Effect) อะไรทางจิต ทางความรู้สึก หรือทางกายทางใจ อะไรกับมนุษย์ ก็เรียนด้วยความเคารพว่านั่นคือสิ่งที่เอามาดูฆ่าเวลากัน ๗ นาที โดยส่วนตัว ก็คิดว่าสำหรับผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นเรื่องของค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ผมย้ำอีกทีว่าค่านิยม อัตลักษณ์ที่เกิดขึ้นมามันก็เกิดจากด้านวัฒนธรรม วัฒนธรรมประกอบด้วยร่มใหญ่ซึ่งมีศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตเป็นองค์รวม แล้วก็ มีสิ่งแวดล้อมอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องไปโค (Co) กับเรื่องการศึกษา เรื่องสิ่งแวดล้อมอีกหลายอย่างที่ต้องบูรณาการกัน ต้องทำกฎหมายลูกหลายตัวที่จะต้องมา ทำให้เดินไปข้างหน้าด้วยกัน ผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมืองนี้ ในซีกทางด้านกฎหมาย หรืออื่นใดผมคิดว่าลองค่อย ๆ คุยกันดีไหม หาตรงกลางให้เจอมันน่าจะเป็นทางออกที่ดี สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของประเทศนี้ ขอบคุณครับ