ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและความเป็นอยู่ของคนไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย และตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญและบัตรประชาชน โดยมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับสายกลางที่มีโอกาสแก้ไขหรือต่อเติมได้
กราบสวัสดีท่านประธาน แล้วก็ถึงท่านประธาน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย พร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านที่เราได้ร่วมกัน ทำงานในครั้งนี้เป็นประวัติศาสตร์มาก เพราะว่าทำไมผมพูดคำนี้ ขอสักครั้งหนึ่งนะครับ ขออ้างชื่อท่านอาจารย์ดุสิต ท่านพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีโอกาสที่เราจะต้องมียืดหยุ่นกันได้ แล้วผมก็เลยมานั่งคิดว่าถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มียืดหยุ่นกันได้แล้วนั้นเราก็ขอตั้งเสียว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับสายกลาง เรายังมียืดหยุ่นกันได้ ทั้ง ๆ ที่มีตั้ง ๓๑๕ มาตรา แล้วเราก็ยังมีโอกาสได้ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี้ท่านก็เหนื่อย ท่านก็บอกแล้วว่า มีโอกาสที่เราจะแก้ก็ได้ หรือว่าจะต่อเติมอะไรก็ได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่น่าดู ผมไม่เคยเห็นเลย ในสภาของเรานี้จะมีความเรียบร้อย แล้วก็น่าชมแบบนี้ ไม่ว่าประเทศไหน แล้วก็ในประเทศไทย เสียด้วย อันนี้เป็นประวัติศาสตร์มากเลยที่มีสภาในครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ซึ่งก็อายุ พอสมควรแล้ว ก็คงจะเห็นบรรยากาศแบบนี้ดี แล้วก็คงจะดีต่อไป แล้วก็ประเทศของเรา เท่าที่ทราบ ๆ กันอยู่ ณ เวลานี้ว่าเมืองไทยเราเหมือนกับคนป่วย เราก็มาได้คณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งเหมือนเป็นหมอในการรักษา แต่ต้องกำหนดด้วย กำหนดเสียด้วยว่าต้องรักษาให้หาย ภายในกำหนดวันนั้นวันนี้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ยากมากพอสมควรที่หมอจะปฏิบัติได้อย่างนั้น ก็ไม่ใช่เป็นหมอเทวดาที่จะต้องเป่าได้แล้วก็หายครับ ทีนี้ผมจะไม่อ้างถึงเรื่องมาตราอะไรมากนัก เพราะว่าภาค ๔ หมวด ๒ มันก็จะมีตรงที่ว่ารัฐธรรมนูญของเรามันเป็นทางสายกลางแล้ว อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน เพราะว่าทำไมผมพูดคำนี้ เพราะว่าผู้ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญอันนี้ก็ยอมรับสภาพในการที่ว่า สมาชิกของเราเวลาอภิปรายอะไรขึ้นมาแล้วนี่ยอมรับทุกเรื่อง จะมีบางเรื่องบางตอน ที่มันอาจจะต้องเอาไว้คิดก่อน ผมคาดว่าในบรรยากาศแบบนี้ของเรานี่หายากมากในโลกนี้ ผมคาดว่าในครั้งนี้ประเทศไทยของเราจะเป็นแบบตัวอย่างที่ดี แล้วด้วยความประพฤติของสมาชิก ของเราก็ดี แล้วก็ท่านประธานก็ดี ท่านกรรมาธิการก็ดี เราต่างเป็นคนไทยทั้งนั้น ผมคาดว่า ในครั้งนี้เราคงจะได้รัฐธรรมนูญซึ่งพูดกันง่าย ๆ ออกมาสวย แล้วก็ดี แต่ก็อีกล่ะครับต่อไป ในภายภาคหน้าก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง กาลเวลาย่อมเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เท่าที่ผมเข้ามานั่งฟังอยู่ในนี้ ๗ เดือนแล้ว มอง ๆ ดูลักษณะท่าทาง ไม่ว่าเป็นท่านประธานก็ดี ท่านรองประธานก็ดี ท่านคณะกรรมาธิการผู้ยกร่างก็ดี ท่านสมาชิกของพวกเราก็ดี ทุก ๆ ท่าน เป็นมิตรกันหมด ไม่เคยเห็นเลยว่า ผมเองติดตามในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญนี้มาก็หลายฉบับ ฉบับนี้ก็คงจะเป็นฉบับที่คิดว่าไม่มีอะไรที่จะยอดกว่านี้แล้ว ผมคงไม่กล่าวอะไรมากซึ่งจะ ไปกินเวลาเพราะผมเป็นคนที่ไม่เคยพูด เป็นครั้งแรกในชีวิตผมที่เข้ามาในสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ ผมก็จะขอเพียงแต่ว่าสังเกตการณ์มากกว่า จะไม่ขอเป็นผู้อภิปราย
ทีนี้จะขอให้ข้อสังเกตสักนิดหนึ่งท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งหลาย ของที่ดี ๆ มันมีอยู่แล้วไม่ว่าด้านกฎหมาย ที่ดีอยู่แล้วคิดว่าก็คงจะทำไปเถอะครับ หรือจะ ตกแต่งให้มันสวยงามขึ้น ให้มันเข้ากับหลักของสากลว่าเมืองของเราก็เป็นเมืองที่เราต้องตาม อยู่เรื่อย แต่ผมขอสงวนนะครับประเทศไทยเราไม่เคยเป็นทาสหรือเป็นเมืองขึ้นของประเทศใด เราสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ซึ่งเป็นแบบไทย ๆ เรา ไม่ต้องตามใจใคร คือเราทำอะไรที่มันถูกต้อง แล้วทำอย่างไรก็ได้ให้เราอยู่ดี กินดี มีสุข ซึ่งจากภาคประชาชนเดี๋ยวนี้มาเป็นภาคพลเมือง ผมก็ยังต้องทำตัวอยู่หน่อย ทำใจว่าเราจะพูดอย่างไร บัตรประชาชนผมจะต้องเปลี่ยนไหม อย่างนี้มันเป็นเรื่องซึ่งถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องทำอย่างนั้น ทีนี้ผมก็จะพูดถึงเรื่อง ความเป็นอยู่ของผมตั้งแต่ ๖๐ ปี ๗๐ ปีที่ผ่านมา เราจะไม่เห็นอีกแล้ว ร้านโชห่วยก็จะไม่เห็นเลย ต่อไปนี้ จะเห็นเป็นร้านที่มันหรูกว่า แล้วก็ง่ายต่อการที่จะสะดวกซื้ออะไร คนไทยเราก็จะ ไม่ค่อยได้เห็น แม้กระทั่งกาแฟก็ได้ ท่านจะเห็นนะว่ามันหรูขนาดไหน แล้วถึงเวลาที่เรา ต้องเจริญไปถึงขั้นนั้น แต่เราก็ยังอยากเห็นประเพณีและวัฒนธรรมของเรา อย่างท่านอาจารย์ ขอโทษครับที่เอ่ยชื่อท่านเนาวรัตน์นิดหนึ่ง อาจารย์เนาวรัตน์ท่านก็ยังรักษาขนบธรรมเนียม และประเพณีที่ดีอยู่เสมอ ท่านเป็นผู้หนึ่งเหมือนกับเป็นหิ่งห้อยตัวเล็ก ๆ ท่านพยายามต้านทาน อยู่เรื่อยว่าอย่าให้ลืมนะ ประเพณีอันดีงาม ศิลปะของไทยเราน่ารัก น่าดูและอ่อนช้อยดี พวกเราเดี๋ยวนี้ชักจะลืมกันหมด ผมเองบางทีไปฟังเพลงอะไร ฟังแล้วฟังไม่เป็น ฟังไม่ถูก ผมยังเคยได้ยินท่านประธานท่านร้องเพลง ผมยังซึ้งใจอยู่ พูดจากใจลึก ๆ นะครับ ผมซึ้งว่า ท่านยังร้องเพลงได้เพราะ ไม่น่าเลยที่จะเป็นประธาน ท่านร้องเพลงได้เพราะอย่างกับเป็นนักร้อง สุเทพสู้ไม่ได้นะครับ ผมขอชม ก็เป็นอันว่าผมเองคงจะพูดอะไรมากกว่านี้มันก็คงจะไม่เข้าหูใคร เท่าไร เพราะผมไม่ใช่เป็นนักพูด ก็ขอเอาเวลาของผมตรงนี้ไปบวกให้คนอื่นถ้าได้มันก็จะดี ขอขอบพระคุณนะครับ ขอบคุณครับ