ดุสิต เครืองาม หารือเรื่องการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง โดยเฉพาะมาตรา 277 และ 102 ของรัฐธรรมนูญที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งและความโกลาหลหากไม่ได้รับการปฏิบัติตาม และเสนอให้คงไว้การมีสภาขับเคลื่อนและการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม ดุสิต เครืองาม สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีเวลาเพียง ๔ นาทีครับ ก็จะขออภิปราย ภาค ๔ การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ในภาค ๔ ว่าด้วยเรื่องการปฏิรูป ผมได้อ่าน ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้งก็พบว่าประการแรกในมาตรา ๒๗๘ ซึ่งกำหนดให้ อายุการทำงานของการปฏิรูปมีอยู่แค่ ๕ ปี ซึ่งตรงนี้กระผมขอเรียนเสนอว่าควรจะตัดมาตรานี้ ออก ซึ่งได้มีสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว สำหรับเหตุผลของกระผมก็คือถ้าเปิดดู ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๕ เขาได้เขียนเอาไว้บอกว่าใน (๑๐) นี้ให้มีกลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสำคัญต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ต่อไป ย้ำว่า ให้สมบูรณ์ต่อไป ไม่ได้บอกว่าให้ปฏิรูปแบบกึ่งสมบูรณ์ เพราะฉะนั้น ผมไม่เชื่อว่า ๕ ปีจะสามารถปฏิรูปได้สมบูรณ์ แล้วก็ไม่ต้องไปหวังพึ่งว่าจะต้องครบ ๕ ปี แล้วให้ไปทำประชามติ วุ่นวายเปล่า ๆ ครับ แล้วก็ไม่ต้องมี ให้มันมีการปฏิรูปแบบต่อเนื่องนี่ล่ะ ต่อไป ส่วนศัพท์คำว่า กลไก คืออะไร ผมก็ไปเปิดพจนานุกรมเขาก็เขียนว่า กลไก หมายถึง ตัวจักรก็ได้ บุคคลก็ได้ องค์กรก็ได้ ระบบก็ได้ กระบวนการก็ได้ ตรงนี้ล่ะครับเป็นหน้าที่ ของรัฐธรรมนูญที่จะต้องมายกร่างให้มีกลไก และกลไกนี้มันก็ปรากฏอยู่ในมาตรา ๒๗๙ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือมีสภาขับเคลื่อนและมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งก็อยากจะให้คงไว้ แต่ว่าที่มานั้นก็คงขอให้ปรับใหม่ว่า กระผมส่วนตัวก็คงไม่จำเป็นหรอกครับ ว่าจะต้องมาจาก สปช. ก็ดี หรือว่า สนช. ก็ดี
ต่อไปข้อเป็นห่วงของกระผมก็คือพอเปิดไปดูส่วนที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูป ในมาตรา ๒๘๑ บรรทัดที่ ๑ ขออนุญาตอ่านครับท่านประธาน ให้ดำเนินการตามแผน และขั้นตอนการปฏิรูป การตรากฎหมาย และการปฏิบัติเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบไว้ ผมก็เลยวางหนังสือนี้ลงเลย ผมก็มานั่งคิดว่า ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบไว้ มันคืออะไร เห็นชอบไว้ที่ไหน เห็นชอบไว้เมื่อไร นี่เป็นสิ่งสาระสำคัญมากที่จะต้องตีความ และจะต้องเขียนในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน ถ้าไปดู ในบทเฉพาะกาลเข้าใจได้ว่าอายุการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติจะอยู่ไปจนแม้กระทั่ง มีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วให้อยู่ไปจนกระทั่งถึงมีรัฐสภาชุดใหม่ คือชุดจริงเข้ามาดำเนินการ เพราะฉะนั้นจากนี้ไปยังมีเวลาอีกเยอะครับ หลายเดือนที่สภาปฏิรูปแห่งชาติยังมีโอกาส ยังมีเวลาที่จะต้องมาถกเถียงกันในเรื่องของการปฏิรูป และผมเชื่อว่าลำพังมาตรา ๒๘๒ ถึงมาตรา ๒๙๖ ไม่สามารถครอบคลุมเจตนารมณ์ของ สปช. ได้ทั้งหมด ผมจึงขอเสนอไว้ว่า เพื่อที่จะให้ได้ครอบคลุมการทำงานและเจตนารมณ์ของ สปช. ให้มากยิ่งขึ้น เขียนไว้ชัดเจนเลยว่า ในบรรทัดที่ ๒ ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบไว้ และได้เผยแพร่ประกาศลงใน ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตรงนี้สำคัญมากครับ ผมจำได้ว่าตอนนี้ สปช. เรากำลังทำบลูพรินต์ (Blueprint) กำลังทำเอกสารในการปฏิรูปรายละเอียดมากมาย มีถึง ๓๖ หัวข้อ ๑๐๐ กว่าประเด็น ยังมีเวลาอีกหลายเดือน เพราะฉะนั้นทุก ๆ ประเด็นที่เราจะต้องเสนอการปฏิรูปให้ไปตีพิมพ์ ในราชกิจจานุเบกษาเสีย และเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นข้อความใดก็ตาม ที่มันตกหล่นหรือมันขาดหายไปก็จะไปปรากฏอยู่ในราชกิจจานุเบกษาฉบับข้อเสนอ การปฏิรูปนั่นล่ะ ก็จะทำให้การปฏิรูปของเรานี้ไม่ตกหล่น เมื่อครู่ที่ผมได้ฟังมาก็จับประเด็น ได้ว่าประเด็นการปฏิรูปในมาตรา ๒๘๒ ถึงมาตรา ๒๙๖ นั้น บ้างก็เสนอมาจาก สปช. บ้างก็เสนอมาจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวบ้างก็จะมีโผล่มาจาก ครม. หรือว่า คสช. ก็ไม่ทราบได้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความรอบคอบและสามารถเปิดโอกาส ให้มีกลไกที่จะสามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปได้สมบูรณ์และครบถ้วนยิ่งขึ้น นั่นล่ะครับ คือช่องทางที่ไปตีพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษา เป็นข้อเสนอแนะ ไม่ใช่เป็นพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็น พ.ร.บ. ครับ แต่ว่าเหมือนกับเป็นการประกาศเผยแพร่ข้อเสนอ จากสภาปฏิรูปแห่งชาติของเรา
อย่างไรก็ตาม ผมขอทิ้งไว้เป็นประเด็นสุดท้ายครับ ขอเวลาอีกนิดหนึ่งครับ มีหลายข้อความหลายมาตราที่ผมเป็นห่วงว่าฝ่ายบริหารก็ดี หรือแม้แต่รัฐสภาด้วยกันก็ดี อาจจะปฏิบัติไม่ได้ตามสิ่งที่เราเสนอไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือจะไปประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้วยเรื่องเนื้อหาก็ดี เรื่องวิธีการก็ดี หรือว่าเรื่องเวลาก็ดี ในมาตรา ๒๗๗ เขียนไว้เข้มข้นมาก ต้องจัดให้มีการปฏิรูปและสร้างความปรองดองตามหลักการและระยะเวลา ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ แล้วถ้ารัฐธรรมนูญนี้กำหนด และบอกไปเชื่อมโยงกับการปฏิรูป ไปเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่จะปฏิรูปใน ๓๖ ประเด็นนั้น แล้วยังถ้าเกิดใครไปใส่เวลาเอาไว้ และถ้าหากว่าฝ่ายบริหารเขาดำเนินการไม่ได้ก็จะผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๒ ก็จะยิ่งทำให้ การบริหารราชการแผ่นดินก็ดี หรือการปฏิรูปอะไรต่าง ๆ ก็จะเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้น ตอนนี้ก็ฝากรบกวนให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญช่วยกรุณาใคร่ครวญประเด็นเหล่านี้ด้วย ขอบพระคุณครับ