ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องความเสียใจต่อประชาชนที่ประเทศเนปาลหลังเกิดแผ่นดินไหว และแสดงความกังวลเกี่ยวกับภัยพิบัติและความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านทรัพยากรทะเลและปัญหาขยะที่ประเทศไทยทิ้งลงทะเล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดเขตใช้ประโยชน์ทางทะเลและสนับสนุนการปฏิรูปในหลายด้าน รวมถึงมาตรา ๑๐๒ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับคนรักทะเล
กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน
อันดับแรกผมก็คงกล่าวในนามพวกเราแล้วกัน ใช้คำว่า พวกเรา ขอแสดง ความเสียใจกับประชาชนที่ประเทศเนปาล เพราะขณะที่เรากำลังพิจารณารัฐธรรมนูญ ของประเทศไทย เมื่อเวลาประมาณบ่ายโมง ๑๑ นาที เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ความแรง ของแผ่นดินไหวถึง ๗.๙ ริกเตอร์ (Richter) ในพื้นที่ที่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ อันเป็น เมืองหลวงของประเทศเนปาลเพียง ๘๐ กิโลเมตร มีรายงานความเสียหายเข้ามา อย่างมากมาย เพราะฉะนั้นในนามของพวกเรา ก็ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชน ชาวเนปาลทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
และอีกอันหนึ่งที่กลับเข้ามาซึ่งจริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ผมอยากจะพูดถึงอยู่แล้ว ในประเด็นแรก ก็คือภัยพิบัติ คือไม่ว่าเราจะทำอะไรการเมืองจะอะไร ปัจจุบันมันอยู่ในยุค ที่หลายคนบอกว่า ธรรมชาติเอาคืน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมพยายามจะหาดูว่ารัฐธรรมนูญ ของเรากล่าวกันถึงเรื่องภัยพิบัติอยู่บ้างหรือเปล่า ก็ยังค้นไม่เจอ ผมก็เลยฝากทางคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญว่าแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ คงจะต้องพูดถึงว่ารัฐต้องทำการปกป้อง หรือคุ้มครอง หรือจะพัฒนา หรืออะไรก็ตามที่จะป้องกันให้ประชาชนชาวไทยและแก้ไข เยียวยาประชาชนชาวไทยจากผลของภัยพิบัติที่ถ้าเกิดเกิดขึ้นครั้งหนึ่งมันเปลี่ยนทุกอย่าง ผมทราบดีเพราะว่าในช่วงสึนามิอันเป็นภัยพิบัติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ผมก็อยู่ที่นั่นตลอด ตอนนี้กลับเข้ามาถึงเนื้อหาที่สำคัญที่สุดก็คือว่า ผมกำลังจะพูดถึงเรื่องที่หลายต่อหลายคน ที่เราพูดกันก็ครอบคลุมเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านที่ผมกำลังจะพูด ทะเลครับท่านประธาน วันนี้ก็อุตส่าห์ใส่เสื้อปลาของไทย เอามาให้ท่านประธาน แล้วก็คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดูว่า ในแผ่นดินไทยมันไม่ใช่มีแต่แผ่นดินอย่างเดียว โลกของเราเกิดมาประมาณเมื่อ ๔,๖๐๐ ล้านปีก่อน ทะเลเกิดมาเมื่อประมาณ ๔,๓๐๐ ล้านปีก่อน สิ่งมีชีวิตของเราเกิดขึ้นในท้องทะเล และทะเล ก็คืออนาคตของมนุษยชาติทั้งหมด อนาคตอย่างไรคนทั้งโลกมองเห็นครับท่านประธาน มองเห็นเพราะว่าวันเอิร์ธ เดย์ (Earth day) ที่เพิ่งผ่านมาได้ ๒-๓ วันก่อน แคมเปญ เอิร์ธ เดย์ (Campaign earth day) หรือวันคุ้มครองโลกของปีนี้ ก็คือปกป้องโลกสีคราม ทะเลมีพื้นที่ ๒ ใน ๓ ของโลกทั้งหมด มีพื้นที่รวมกันประมาณ ๓๖๐ ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่โตมหาศาลถ้าเทียบกับประเทศไทย ประเทศไทยมีพื้นที่เท่าไร ๕๑๓,๑๒๐ ตารางกิโลเมตร นั่นคือพื้นที่ของประเทศไทยที่เราคิดกัน ที่เราพูดกันมาตลอดเวลาหลายต่อหลายวัน เรากำลัง พูดถึงพื้นที่ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร แต่จริง ๆ ถ้าเกิดเรามองว่าประเทศไทย ได้ประโยชน์จากอะไรบ้าง ประชาชนชาวไทยได้ประโยชน์จากอะไรบ้าง เราไม่ได้พูดถึง พื้นที่ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร เพราะเราลืมจังหวัดที่ ๗๘ จังหวัดที่ ๗๘ มีพื้นที่ ๓๕๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ประเทศไทยจริง ๆ มีพื้นที่มากกว่า ๘๖๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร แต่เราหลงลืมจังหวัดที่ ๗๘ ของเราไป จังหวัด ๗๘ ของเราคือจังหวัดที่เรียกกันว่า ทะเล พื้นที่ชายฝั่ง ๒,๘๐๐ กิโลเมตร ๒๓ จังหวัดชายฝั่งทะเล ประชากร ๒๐ ล้านคน นั่นก็คือ สิ่งที่เราเรียกกันว่าจังหวัดที่ ๗๘ จังหวัดที่ ๗๘ ที่ทำให้เกิดผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล มหาศาล มหาศาลแค่ไหนครับ สภาความมั่นคงแห่งชาติทำการศึกษาพบว่าผลประโยชน์แห่งชาติ ที่เกิดขึ้นในทะเลประมาณ ๒๔ ล้านล้านบาท อันนี้คือข้อมูลชัดเจนจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๒๔ เติม ล้าน เข้าไป ๒ ตัว เราเริ่มใช้ทะเลมาตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งแรก เราใช้ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประมง ท่องเที่ยว พลังงาน ขนส่ง การพัฒนาชายฝั่ง ปัญหาก็คือว่าเราใช้อย่างไร แนวคิดของเราชัดเจนว่าประชาชนทุกคน มีสิทธิในการใช้ทรัพยากร เข้าถึงทรัพยากร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนอีกเช่นกันก็คือ มันไม่เป็นเช่นนั้น เราพูดกันถึงความเหลื่อมล้ำมากมายบนแผ่นดิน แต่ทราบไหมครับว่า ความเหลื่อมล้ำมากมายเกิดขึ้นในทะเลมากเสียยิ่งกว่าในพื้นดิน เพราะเราไม่เห็น เพราะไม่มีใคร ไปตรวจสอบ เพราะไม่มีใครไปติดตาม ความเหลื่อมล้ำในรูปแบบต่าง ๆ ความเหลื่อมล้ำนี่ ผมแบ่งเป็น ๔ ขั้นตอนง่าย ๆ คนรวยเข้าถึงทรัพยากรเป็นสมบัติของชาติมากได้กว่าคนจน นั่นคืออันแรก คนจนก็เสียโอกาส แต่คนจนเหล่านั้นไม่ใช่คนที่เสียโอกาสมากที่สุด เพราะว่า มันจะมีความเหลื่อมล้ำอีกอันหนึ่งที่เราไม่ได้พูดถึงกันเลย ความเหลื่อมล้ำของคนยุคนี้กับ คนยุคหน้า เรากำลังใช้ประโยชน์ของทรัพยากรอันเป็นลูกหลานของเรา การลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ได้มองเฉพาะคนรุ่นเรา ต้องมองถึงคนรุ่นหน้าด้วยว่าเรากำลังเอาเปรียบลูกหลานของเรา หรือเปล่า ตรงนั้นคือจุดที่สำคัญที่ผมอยากฝากไว้อย่างชัดเจนในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเรากำลังเอาเปรียบ เพราะว่าเราเป็นคนรุ่นนี้ เราใช้อะไรบ้าง ประมงเราใช้ตั้งแต่ทรัพยากรมีปลาจับ ๑ ชั่วโมง เราได้ปลามากกว่า ๓๐๐ กิโลกรัม ปัจจุบันหรือครับ ๘ กิโลกรัม
ในเรื่องของการท่องเที่ยวเราก็เห็นอยู่อย่างชัดเจน ใน ๓ เดือนที่ผ่านมามีหน้าผม โผล่ไปตามที่ต่าง ๆ ตรงโน้นตรงนี้ เพราะมันชัดเจนว่าการท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังเกิดปัญหา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าถ้าเกิดต้นไม้ที่เขาใหญ่โดนตัดไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ใครจะไม่ทราบบ้าง ใครจะไม่ออกมาร้องแรกแหกกระเชอบ้าง ปะการังที่เกาะตาชัยตายไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรายังไม่ทราบเลยห่างจากหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติไปแค่ไม่กี่เมตร เราก็ยังไม่ทราบ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่า ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ โดนทำลายอย่างมากมายในท้องทะเล และเรากำลังบอกว่า การท่องเที่ยวคือความหวังของพวกเรา หวังอะไรถ้าเกิดมันไม่มีอะไรเหลือ การท่องเที่ยว ทางทะเลคือการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ รายได้เฉพาะ ๖ จังหวัดในฝั่งอันดามันเท่ากับ ๑ ใน ๓ ของรายได้การท่องเที่ยวทั้งประเทศ แต่เรากำลังเอาอะไรไปแลกกับสิ่งเหล่านั้น ในเรื่องของพลังงาน ในเรื่องของการขนส่งทางทะเล เราก็จะเห็นได้ในอดีตที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่นอุบัติเหตุ ซึ่งไม่มีใครผิด ไม่มีใครอยากให้มันเกิด แต่สิ่งที่ผมต้องการจะชี้ให้เห็นก็คือว่าเรามีปัญหาอย่างมากมายในการรับมือกับอุบัติเหตุเหล่านั้น เพราะฉะนั้นทั้งหมดที่กล่าวมา มันก็ยังพูดถึงเรื่องของการพัฒนาชายฝั่ง เรื่องของชุมชน ผมเพิ่งไปประชุมมาหลายต่อหลายอันจะสร้างโรงไฟฟ้า จะสร้างท่าเรือน้ำลึก แต่ละที่มันมีปัญหา ทั้งนั้น หาที่ลง ลงตรงไหน เราจะพัฒนาตรงโน้น ตรงนี้ ตรงนั้น ผมไม่ได้มีความขัดแย้งใด ๆ กับการพัฒนา ผมต้องเรียนให้ทราบว่าผมเกิดที่ใจกลางกรุงเทพฯ ผมเป็นเด็กซอยทองหล่อ ถนนเอกมัย ตรงข้ามบ้านผมก็มีความบันเทิงอยู่ทุกวัน แต่ผมกำลังบอกว่าขณะที่เรากำลังพูดกัน ถึงเรื่องการปรองดอง ปรองดองของเราก็คือปรองดองทางการเมือง แต่ปัญหาสำคัญที่เกิด มากที่สุด คือสงครามแย่งชิงทรัพยากรที่เกิดขึ้นทุกจุดครับท่านประธาน ต่อให้การเมือง ปรองดองกันให้หมด ทุกสีทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันหมด สงครามแห่งนี้ก็จะเกิดต่อไป ก็คือ สงครามแย่งชิงทรัพยากร สงครามเพื่อปากท้อง ถ้าเกิดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สามารถจะ สร้างความปรองดองให้กับทุกฝ่ายที่จะเข้ามาใช้ทรัพยากรได้ ต่อให้ไม่มีความขัดแย้ง ทางด้านการเมือง ประเทศนี้ก็ยังคงมีปัญหา เพราะฉะนั้นความเหลื่อมล้ำผมพูดไปแล้วคนรุ่นนี้ คนรุ่นหน้า การปรองดองผมพูดไปแล้วว่าอย่ามองเฉพาะเรื่องการปรองดองเฉพาะด้านการเมือง ที่ใหญ่กว่านั้นและฝังรากลึกมานานตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ มาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็คือความปรองดองในการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเล ซึ่งผมเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้น สังเกตได้ชัดเจน ง่าย ๆ คือมันแทบจะ ไม่ต้องใช้ตัวเลขข้อมูล มันมองเห็นทั่วไป การประมง เราก็คงจะพอทราบว่าการประมง ของเราเพิ่งโดนใบเหลือง จนถึงท่านนายกรัฐมนตรีต้องมาพูดหลายต่อหลายครั้งในเรื่อง ของการประมง ไอยูยู : อิลลีกอล อันรีพอร์ตเทด อันเรกกูเลตเทด (IUU : Illegal Unreported Unregulated) แปลภาษาไทยง่าย ๆ ก็คือไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่ทำอะไรเลย จบ เพราะฉะนั้นตรงนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันมีปัญหาอยู่มากมายมหาศาล
ผมยกอีกประเด็นหนึ่งเรื่องขยะ ขยะทราบไหมครับ ประเทศไทยเราทิ้งขยะ ลงทะเล เขามีหน่วยงานของสากลมาประเมิน อันดับ ๖ เราทิ้งขยะลงทะเลปีละ ๑.๓ ล้านตัน เคราะห์ดีที่มีอันดับ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ เคราะห์ร้ายที่ถ้าเกิดนับอันดับ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ นับมันทุกอันดับก็ได้ นับกับหัวประชากร เรากลายเป็นอันดับหนึ่ง จีนทิ้งอยู่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน แต่จีนมีกี่คน นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมขอใช้คำชัดเจนว่าสิ่งที่เรากำลังทำมา ตลอดเวลากับท้องทะเล จังหวัดที่ ๗๘ ของเรา เรามีปัญหาอย่างหนัก เพราะฉะนั้นมันก็เลย ต้องมา ความหวังของเราก็อยู่ที่รัฐธรรมนูญ ผมยืนยันอย่างมั่นใจว่าสนับสนุนเต็มที่สำหรับ รัฐธรรมนูญใด ๆ ก็ตามที่เห็นความสำคัญและคิดจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะมันไม่มีทางจะถอย อีกแล้ว ผมเห็นด้วย ผมสนับสนุนมาตรา ๙๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่มีเรื่องท้องทะเล เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพที่ก็เกี่ยวข้องกับท้องทะเล อย่างชัดเจน ครั้งนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องหมวดปฏิรูป หมวดปฏิรูปในมาตรา ๒๘๗ ครับ มีเรื่องเกี่ยวกับทะเลอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือกฎหมายพื้นที่คุ้มครองทางทะเล ผมต้องเรียนว่า สปช. ทางคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานอื่น ๆ ก็ได้ทำการประชุมร่วมกันหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง สำนักนโยบายและแผน สิ่งแวดล้อมแห่งชาติก็ส่งตัวแทนมา ซึ่งพวกเรา ก็เห็นสอดคล้องกันว่าถ้าเกิดเราไม่สามารถจะจัดพื้นที่คุ้มครองให้มันสอดคล้องกันให้เป็น มาตรฐานเดียวกัน มันก็เกิดปัญหาอย่างมากมายมหาศาล นั่นก็คือ ๑ ในทางแก้ของเรา กฎหมายนี้ไม่ได้ออกแบบเพื่อเราจะมีองค์กรใหม่ หรือจะไปทับอุทยานแห่งชาติ หรือจะไปใด ๆ ทั้งสิ้น มันเป็นการช่วยทำให้เกิดมาตรฐานขึ้น ในส่วนนี้ผมเน้นย้ำนะครับ ไม่มีองค์กรใหม่ ไม่มีอำนาจใหม่ ไม่มีอะไร มันเป็นกฎหมายในเชิงนโยบายที่จะทำให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเต็มที่ที่มีเรื่องของพื้นที่คุ้มครอง ทางทะเลปรากฏขึ้นมา
ในอีกเรื่องหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาก็คือการจัดเขตใช้ประโยชน์ทางทะเล ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นเรื่องใหญ่มากถึงขนาดที่พอไปประชุมพูดคุยกันแล้วแต่ละคนก็ตกใจ อาจารย์จะทำผังทะเลหรือ ผมก็บอก ไม่ใช่ อาจารย์ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมเพียง แค่ว่าผมสนับสนุนแนวความคิดนี้ เพราะที่ผ่านมาทั้งหมดนี้เราใช้ประโยชน์จากทะเล โดยที่ไม่มีแนวทาง ไม่มีผัง ไม่มีเขตการใช้ประโยชน์ ไม่มีใด ๆ เลย เราใช้ประโยชน์ ในลักษณะเดียวกันว่าใครรวยคนนั้นได้ จากนั้นเราก็ไปเยียวยา ภาครัฐก็ไปเยียวยาคนจน ซึ่งมันไม่ได้ครับ ๒๐ ล้านคนถามว่าคนรวยมีกี่คน มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนกลไก องค์กร ชุมชน หรือใด ๆ ก็ตามที่จะสามารถทำให้เกิดสิทธิที่ชัดเจน ลดความเหลื่อมล้ำ ที่ชัดเจน แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันก็ต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ผมสนับสนุน ยุทธศาสตร์แห่งชาติล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วขอตบมือให้กับคนที่คิดคำนี้ปรากฏขึ้นมาอยู่ใน ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ผมกำลังถามว่ายุทธศาสตร์แห่งชาติจะเกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าเกิดเรายังรู้ว่า ๓๕๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรของเราไม่มีแผน ไม่มีอะไรเลย ทำกันไปคนละทิศ ทำไปคนละทาง พินาศกันจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นการจัดเขตใช้ประโยชน์ทางทะเล กฎหมายพื้นที่คุ้มครอง ทางทะเล ทั้งหมดนั้นก็คือเสริมสร้างยุทธศาสตร์ชาติให้มันเป็นจริง เพราะชาตินี้จะไปข้างหน้า ไม่ได้ หากปราศจากผลประโยชน์ ๒๔ ล้านล้านบาท หากปราศจากความสุขของทะเลที่ให้ กับคน ๖๕ ล้านคน มันจำเป็นต้องไปด้วยกัน โดยอาศัยกลไกต่าง ๆ ที่เรามีสมัชชาพลเมือง หรืออะไร ผมสนับสนุนทั้งนั้น เพราะมันมาถึงจุดสุดท้าย ผมสนับสนุนการปฏิรูปในเกือบ ทุกมาตราที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา วิทยาศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม เกษตร กีฬา หรือต่าง ๆ เพราะทะเลแทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกมาตราครับ วัฒนธรรม แหล่งโบราณคดี ใต้น้ำก็มีอยู่มากมายมหาศาลในทะเล กีฬา กีฬาทางน้ำ แข่งเรือใบต่าง ๆ อยู่ในทะเลทั้งนั้น โดยไม่ต้องพูดถึงเศรษฐกิจที่แน่นอนว่าอยู่ในทะเล หรือแม้เรื่องการเกษตรที่ชัดเจน เรื่องของประมงแล้วเรื่องอื่น ๆ เรื่องวิทยาศาสตร์ ผมก็คือนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล เพราะฉะนั้นมันอยู่ในแทบทุกมาตรา ผมสนับสนุนทุกมาตรา แล้วผมขอพูดง่าย ๆ ว่า ขณะที่คนทั้งโลกเห็นความสำคัญของท้องทะเล ทะเลของเรากำลังจะตายครับท่านประธาน ผลประโยชน์ของพวกเรากำลังจะจบ ข้อมูลทั้งหมดที่แสดงออกมา ๔๐ ปี ตาที่เห็นทะเลมา ๔๐ ปี ผมลงทะเลครั้งแรกตั้งแต่ ๖ เดือนผมบอกให้ด้วย ไปที่หัวหิน ผมเห็นมาตลอด ๖ เดือน อาจจะจำไม่ได้ แต่ ๖ ขวบจำได้ เพราะฉะนั้นผมบอกได้ว่าเรากำลังจะตาย และถ้าเกิดเรา ไม่ทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น มันแก้ไม่ได้ครับ ประมงใบเหลืองท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้ มาตรา ๔๔ หรืออะไร มันก็ยังแก้ไม่ได้ เพราะกลไกมันลำบากลำบนมาหลายปีแล้ว มันไม่ใช่ เรื่องกฎหมายอย่างเดียว มันเป็นกลไกพื้นฐาน มีอะไรต่าง ๆ ทั้งหมด เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การปฏิรูปพื้นฐานที่บรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ มันถึงมีความสำคัญมากในการสร้างกลไกต่าง ๆ เราไม่ได้ทำกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่สามารถจะทำให้ลูกหลานเรามีปลากิน ทำให้มีอาหารกิน เรากำลังปรับปรุงกลไกต่าง ๆ โดยอาศัยใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดเครื่องมือที่จะทำให้เกิดความสุข อย่างชัดเจนกับลูกหลานเรา นั่นคือเป้าหมายหลัก กฎหมายจะเปลี่ยนเท่าไรก็ตามสบายเถิด แต่สิ่งที่เป็นความจริง คือปาก ท้อง ตา เราเห็นอะไร เรากินอะไร เพราะฉะนั้นทั้งหมด ที่เรากำลังพูดวันนี้คือเครื่องมือ เครื่องมือที่ทำให้ความสุขมันเกิดขึ้น ไม่ใช่ความเศร้า เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครจะตั้งชื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าอะไร ผมมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เจือสีคราม มันเจือสีครามนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปประชุมร่วมกัน ที่พัทยา สีครามมันแทรกซึมมาจังหวะนั้น ผมเพียงหวังว่าจนถึงวันสุดท้ายวันที่รัฐธรรมนูญอันเป็นความหวังของพวกเราชาวไทยทั้งหมด ออกมา สีครามมันยังไม่หาย มันจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับ ๓๕๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร จังหวัดที่ ๗๘ ผลประโยชน์ของชาติที่จะสืบทอด ถึงลูกหลาน ผมสนับสนุนทุกประการในหมวดปฏิรูปเอาให้ชัดเจน และผมสนับสนุนมาตรา ๑๐๒ ที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับคนรักทะเล ซึ่งไม่ใช่มีผมคนเดียว ผมทำงานด้านนี้มา ๓๐ ปี ผมมั่นใจอย่างเดียวเท่านั้นว่าคนไทยรักทะเล และทุกประเด็นที่ผมออกมา ยกตัวอย่างเช่น จดหมายเปิดผนึกที่ผมเขียน มีคนอ่านเป็นล้านวิว (View) ถ้าเกิดบอกว่าคนในประเทศนี้ ไม่สนใจทะเล ผมเลิกทำงานไปนานแล้ว กลับไปสอนหนังสืออย่างเดิม ไม่ต้องทำอะไรเลย เป็นข้าราชการคนหนึ่งทั่วไป แต่สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพราะว่าเชื่อ แล้วก็มีความรู้สึกเหมือนกับ คนที่รักทะเลไทยทุกคน ไม่ใช่เป็นล้าน ๆ คน คือเราเจ็บมาเยอะแล้ว แล้วแค้นมาเยอะแล้ว ความหวังครั้งสุดท้ายของเราอยู่ที่นี่ วันนี้ในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยฝากความหวัง อย่างชัดเจนว่าในนามของผมและผมมั่นใจว่าท่านผู้ชมทางบ้านอาจจะเคยจีบสาวริมทะเล นั่งดูปูลมตั้งแต่เด็ก จีบสาวในวัยรุ่น ไปเที่ยวทะเล ไปทำงานที่ทะเล ทุกคนจะยินดีสนับสนุน รัฐธรรมนูญฉบับนี้หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ลืมสีคราม ไม่ลืมความหวังของลูกหลาน ปากท้อง ของคนในรุ่นนี้ หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญเจือโลกสีคราม ผมยินดีและมั่นใจว่า คนเป็นล้าน ๆ คนจะสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และนี่ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับแรก ในประวัติศาสตร์ที่แสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าประเทศนี้มีทะเล และเราจะไม่ยอมให้ทะเล ของประเทศนี้ตายอีกแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน